0:00 ตามนี้ไป เลยโอเคคาทุกท่านในช่วงของการบรรยายครั้ง นี้นะคะหัวข้อวิชชาก็คือวิชาเรื่องการจัด การทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องที่กว้าง และครอบคลุมภารกิจต่างๆค่อนข้างมากเพราะ ว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องมนุษย์หรือว่าคน ทั้งในคนทั้งคนขององค์กรแล้วก็คนของสังคม แล้วก็คนของประเทศนะคะซึ่งเราจะใช้คำใน วิชานี้ว่าทรัพยากรมนุษย์ในเรื่องการจัด การทรัพยากรมนุษย์นี้จะประกอบด้วยหัว
0:45 เรื่องย่อยๆอีกหลายเรื่องซึ่งเป็นภารกิจ ที่สำคัญนะคะในเรื่องของการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ในเรื่องของการบรรยายเนี่ย ในหัวข้อเนี้ยก็จะจำแนกออกเป็นประมาณสัก 15 ตอนนะคะโดยคร่าวๆหรืออาจจะมากกว่า นั้นหรืออาจจะน้อยกว่านั้นนะคะในในในช่วง แรกหรือในวันแรกที่เป็นการอ่าบรรยาย เกี่ยวกับเรื่องการจัดการิกมนุษย์นี้ เนี่ยันอยากจะพูดถึงความหมายแนวคิดและ หลักการในเรื่องของการจัดการทรัพวิเคระห์ มนุษย์ก่อนนะคะเพื่อที่จะทำความเข้าใจ ร่วมกันในระหว่างนักศึกษาแลก็ผู้ฟังทุก ท่านว่าเรื่องการจัดการยกรมนุษย์นั้นมี
1:33 แนวคิดและก็มีหลักการที่สำคัญอะไรบ้างและ มีความสำคัญอย่างไรในเรื่องของการบริหาร จัดการขององค์กรหรือว่าหน่วยงานโดยทั่วๆ ไปไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของภาครัฐหรือว่า หน่วยงานของภาคเอกชนนะคะเพราะฉะนั้นใน เรื่องของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ได้ จะพูดถึงเนี่ยจะเป็นเรื่องที่สามารถนำไป ใช้ได้กับทั้งในภาคเอกชนและทางในภาครัฐ หรืออาจจะเป็นภาค รัฐวิสาหกิจหรือว่าอาจจะเป็นในเรื่องของ การปกครองส่วนท้องถิ่นหลักการและแนวคิด และวัตถุประสงค์เนี่ยยก็จะเป็นเรื่องที่ อยู่ในทิศทางอันเดียวกันทั้งสิ้นนะคะแต่บ เอาจจะยกตัวอย่างทั้งในเรื่องของภาคเอกชน
2:20 ยกตัวอย่างทั้งในเรื่องของภาครัฐมาให้ ท่านนักศึกษาเนี่ยได้เห็นได้ทราบได้ เปรียบเทียบกันแล้วก็เพื่อจะเป็นประโยชน์ สำหรับการพิจารนำไปใช้กับประสบการณ์กิ่น ในชีวิตการทำงานของท่านนักศึกษาแต่ละท่าน นะคะสำหรับการบรรยายในช่วงนี้นะคะประเด็น ของการนำเสนอเนี่ยาจะจะแกออกเป็นประมาณ 5 เรื่องใหญ่ๆก็จะนะคะประเด็นของการนำเสนอ นะคะประเด็นแรกเนอยากจะพูดถึงความหมายของ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ซะก่อนว่าขอบเขต ความหมายของมันเนี่ยคืออะไรและมันคล้าย คลึงกับคำพูดอื่นๆหรือว่าหัวข้อวิชาอื่นๆ
3:06 มั้ยเช่นเรื่องการบริหารงานบุคคลการ บริหารคนนะคะซึ่งเดี๋ยวเราจะพูดกันถึง เรื่องความหมายของการจัดการเกว่า มนุษย์ประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะเนจะนำ เสนอในช่วงการบรรยายในช่วงนี้นะคะก็คือ แนวคิดที่มาหรือว่ากรอบของการมองในเรื่อง ของการจัดการสิก็มนุษย์ว่าในทางวิชาการ เนี่ยจะและก็ในทางประสบการณ์ของผู้ที่ ประสบการณ์ในการบจัดการมนุษย์ทั้งในภาค รัฐและภาคเอกชนเนี่ยได้มีแนวคิดโดยสรุปใน เรื่องของการจัดการสมนุษย์เอย่างไรบ้าง เป็นประเด็นที่ 2 นะคะประเด็นที่ 3 ก่อน อื่นเราพูดถึงจเรืื่องการจัดการสกมนุษย์
3:52 เนี่ยเราก็ต้องมาดูกันก่อนว่าแล้วจำนวน แล้วตัวเลขเกี่ยวกับสกรมนุษย์ที่เราจะ ต้องารจัดการหรือว่าที่เราจะต้องดูแล เนี่ยในประเทศไทยเอาเฉพาะในประเทศไทยก่อน มันมีจำนวนสักเท่าไหร่มีอัตราส่วนอย่างไร แลควรจะให้ความสำคัญกับอัตราส่วนของ ทรัพยากรมนุษย์ประเภทไหนอย่างไรเราจะพูด ถึงกันในประเด็นนี้นะคะประเด็นถัดไป ประเด็นถัดไปที่จะพูดถึงในเรื่อง ของการจัดการสมนุษก็คือว่าพูดถึง วัตถุประสงค์เลยว่าแล้วเราจัดการสกมนุษย์ ในภารกิจต่างๆที่เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังเนี่ย นะคะวัตถุประสงค์ของการจัดการในภารกิจ ต่างๆเหล่านั้นเนี่ยที่เกี่ยวกับมนุษย์
4:39 เกี่ยวกับคนขององค์กรหรือของสังคมต่างๆ นั่นนวัตถุประสงค์หลักคืออะไรใครบ้างที่ จะได้รับผลกระทบและใครบ้างที่มีความคาด หวังกับเรื่องการจัดการทรัพยกรมนุษย์ใน ปัจจุบันนะคะประเด็นสุดท้ายที่จะพูดถึงใน ช่วงเวลาของครั้งนี้กับาในครั้งนี้นะคะก็ คือในเรื่องหลักสำคัญของการจัดการัพิกร มนุษย์การจัดการสนุที่เป็นมาตรฐานก็จะ ต้องอยู่ในบนพื้นฐานของหลักในการจัดการ ที่เป็นมาตรฐานด้วยซึ่งหลักของการจัดการ ทกรมนุษย์ที่เรียนจพูดถึงในช่วงเวลานี้ใน วันนี้เนี่ยนะคะก็ควรจะเป็นหลักสากลที่ใน
5:27 หลายๆประเทศและทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ได้ใช้อยู่นะคะอที่กราบเนี้จะเป็นประเด็น ที่จะนำเสนอสำหรับในกญาในช่วงนี้ย้อมกลับ ไปนิดหนึนะคะนเดแรกก็คือในเรื่องความหมาย ของการจัดการักูกับ มนุษย์ความหมายของการจัดการทรัพยากร มนุษย์นะคะพูดโดยอย่างภาษาง่ายๆก็คือคือ ว่าเป็นเรื่องการดำเนินการอย่างเป็นระบบ การดำเนินการอย่างเป็นระบบคืออย่างไรการ ดำเนินการอย่างเป็นระบบก็ คือการดำเนินการที่จะต้องมีขั้นตอนของ
6:13 ภารกิจต่างๆที่ต่อเนื่องกันนะคะอาจจะต่อ เนื่องกันหรือว่าอาจจะส่งผลจากภารกิจ หนึ่งไปถึงอีกภารกิจหนึ่งแล้วก็นำไป ปฏิบัติในขั้นตอนต่อๆไปอย่างนี้เรียกว่า เป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบุและต้องมี การวางแผนที่จะดิมเการนั้นไว้ล่วงหน้ามี การกำหนดวัตถุประสงค์ของการกระทำในแต่ละ ภารกิจว่าเป็นอย่างไรนะคะนี้คือตัวอย่าง ค่ะของในสิ่งที่เรียกว่าดำเนินการอย่าง เป็นระบบไม่ใช่ดำเนินการอย่างเลื่อนลอย หรือว่าเอ้อยากจะทำนู่นทำนี่อยากจะทำ เรื่องฝึกอบรมอยู่ๆก็คิดฝึกอบรมขึ้นมาคิด หลักสูตรฝึกอบรมคนในองค์กรขึ้นมาอย่างนี้
7:00 เรียกว่าไม่ไม่เป็นระบบนะคะถ้าเป็นระบบก็ ต้องหมายความว่าได้มีการวางไว้ล่วงหน้า ชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินการกิจกรรมใดหรือ ว่าภารกิจใดก้อนหน้าอะไรอยู่ตามมาและอะไ อยู่ภารกิจหลักสุดนะคะการเการอย่างเป็น ระบบที่เรียนพูดถึงเนี่ยก็คือเป็นระบบที่ เกี่ยวกับคนที่อยู่ในองค์กรนั้นนั่นเองพอ พูดถึงากรมนุษย์ก็จะพูดก็หมายถึงง่ายๆก็ คือหมายถึงคนนั่นเองแต่ว่าเรียกให้สวยงาม ก็เรียกว่าเ้าว่ามนุษย์นะคะหรือว่านัก ศึกษาอาจจะเคยอ่านตำราหรือว่าเคยศึกษามา แล้วว่าบางครั้งเาก็ใช้บางตำราเใช้คำว่า การบริหารบุคคลการบริหารงานบุคคลการ
7:48 บริหารทุนมนุษย์การบริหารคนนะคะซึ่งความ หมายท้ายที่สุดก็คือความหมายอันเดียวกัน ก็คือการจัดกันหรือว่าการดำเนินการอย่าง เป็นระบบที่เกี่ยวกับกำลังคนและกำลังคน กลุ่มไหนล่ะก็คือกำลังคนที่กำลังปฏิบัติ งานอยู่ในองค์กรต่างๆทั้งในภาครัฐและภาค เอกชนนะคะหัวข้อวิชานนี้เนี่ยเยจะพูดถึง ทั้งในภาครัฐแลก็ภาคเอกชนเพราว่าท่านนัก ศึกษาอาจจะนำไปปรับใช้ในหน่วยงานของท่าน ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภาครัฐหรือว่าท่านอยู่ ในภรรคเอกชนหรือว่าในภาคเอกชนก็รวมถึง ธุรกิจส่วนตัวของท่านเองด้วย้าทานิเจ้า ของท่านแนเฟนเจ้าของกิจการธุรกิจนะคะ S
8:35 ของตัวเองอะไรต่างๆเป็นต้นเนี่ยการจัดการ พิกมนุษย์ก็เป็นภารกิจที่ท่านซึ่งเป็น เจ้าของกิจการต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง อยู่แล้วเพราะฉนั้นการดำเนินการยามเอ ระบอบเกี่ยวกับกำลังคนที่ปฏิบัติงานอยู่ ในองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชนั้น ใช้คำว่าองค์กรนะคะซึ่งคนักศึกษาอาจจะ สงสัยว่าเอ๊ะเได้ยงคำว่าองค์การจะหมายถึง หมายเหมือนกันนะเนี่ยความหมายของเองก็คือ ว่าคือความหมายอันเดียวกันในภาษาไทยบางที เราก็เรียกว่าองค์การบางทีเราก็เรียกว่า องค์กรก็มาจากคำก็มาจากคำภษอังกฤษว่า Organization นั่นเองนะคะหรือว่าใช้คำ ว่าหน่วยงานซึ่งคำว่าองค์กรหรือคำว่า
9:21 หน่วยงานนั้นเ่ะอาจจะเป็นบในรูปของบริษัท อาจจะเป็นในรูปของกองกรมของส่วนราชการของ สำนัก ของมหาวิทยาลัยของคณะแผนกวิชาต่างๆอย่าง นี้เป็นต้นนะคะหรืออาจจะหมายถึงคณะ กรรมการเช่นคณะกรรมการอ่าพิทักษ์ระบบ คุณธรรมคณะกรรมการ ปปชคณะกรรมการเหล่านี้นะคะก็ถือว่าเป็น องค์กรรูปแบบหนึ่งเช่นกันนะคะก็เนื่องจาก ว่ามีคำว่าองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้องเรียงก็ ให้ความหมายเพื่อให้ท่านนักศึกษาได้เข้า ใจร่วมกันว่าที่เรนพูดถึงกำลังคนในขณะนี้ เนี่ยคือกำลังคนที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์ กรหรือในหน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
10:10 ซึ่งในการอ่าจัดการสกมนุษย์หรือว่าการ ดำเนินการอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับมนุษย์ หรือเกี่ยวกับคนนัน่ะภารกิจหลักที่จะต้อง ทำก็คือเรื่องอะไรบ้างก็คือในเรื่องของ การวางแผนวางแผนนี้ไม่ใช่วางแผนบริหารงาน นะคะแต่หมายถึงการวางแผนในในเรื่องการที่ เกี่ยวกับคนในองค์กรก็คือการวางแผนทาง ด้านทรัพยากรมนุษย์นั่นเองซึ่งในปัจจุบัน เนี่ยการวางแผนทางด้านกำลังคนหรือว่าการ วางแผนทางด้านทรัพยากรมนุษย์เขาก็ไม่ใช้ คำว่าวางแผนเฉยๆแล้วล่ะเขาจะได้้คำว่าวาง แผนยุทธศาสตร์มีคำว่ายุทธศาสตร์เข้ามา เกี่ยวข้องด้วยซึ่งการวางแผนยุทธศาสตร์ใน เรื่องกำลังคนนั้นดิฉันจะพูดถึงในราย
10:57 ละเอียดเนี่ยในการบรรยายในตอนต่อๆไปนะคะ เพราะว่าเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากแล ต้องพูดถึงวิธีการและขั้นตอนในรายละเอียด ด้วยกลับมาถมาพูดถึงว่าภารกิจหลักใน เรื่องของการจัดกันอย่างเป็นระบบในใน เรื่องทรัพยากรมนุษย์นอกจากการวางแผน เรื่องการอ่ากำลังคนแล้วเนี่ยก็รวมไปถึง ภารกิจทางด้านการ สรรหาบุคคลหรือสรรหาคนเข้ามาในองค์กรเข้า มาเป็นสมาชิกขององค์กรเข้ามาทำหน้าที่ที่ สำคัญหน้าที่ทุกหน้าที่ขององค์กรสำคัญ ทั้งสิ้นนะคะการสรรหาบุคคลเข้ามาทำงานใน องค์กรจึงเป็นภารกิจที่สำคัญอีกเรื่อง
11:43 หนึ่งในกระบวนการหรือว่าในระบบของการจัด การทรัพยากรมนุษย์การพัฒนาก็คือพัฒนาคน การพัฒนาที่รวมถึงการฝึกอบรมด้วยรวมถึง การพัฒนาประสิทธิภาพ ความรู้ความสามารถทักษะของบุคคลข้างใน องค์กรนะคะในขณะนี้เรากำลังพูดถึงว่าคน เข้ามาอยู่แล้วในองค์กรและรวมถึงการพัฒนา คุณภาพชีวิตซึ่งเราจะพูดถึงรายละเอียดใน ในสนต่อๆไปนะคะรวมถึงการพัฒนาในเรื่องทาง ก้าวหน้าในอาชีพของคนที่อยู่ในองค์กรนะคะ ไม่ใช่พัฒนาหรือฝึกอบรมเฉพาะการฝึกอบรม เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ฝึกอบรมเรื่อง
12:31 จริยธรรมฝึกอบรมเรื่องการอ่าทำสมาธิฝึกอบ รมเรื่องการเขียนหนังสือราชการอะไรอย่าง เป็นต้นไม่ไม่ใช่เพียงเท่านั้นนะคะคำว่า การพัฒนาในเรื่องการจัดการสิมนุษย์เนี่ย ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาทั้งในด้านจิตใจของ คนการพัฒนาทั้งในเรื่องของทักษะความรู้ ความสามารถการปฏิบัติงานจนกระทั่งนำไปถึง สู่ผลสำเร็จของการปฏิบัติงานและรวมถึงการ พัฒนาในเรื่องทางก้าวหน้าในอาชีพของเขา พัฒนาในเรื่องคุณภาพชีวิตในการทำงานของคน ในองค์กรด้วยนอกจากไเรื่องการวางแผนการ สรรหาการพัฒนาแล้วเนี่ยนะคะการจัดการ
13:17 ทรัพยากรมนุษย์จะต้องเป็นการดำเนินการ อย่างเป็นระบบเกี่ยวกับเรื่องการให้ค่า ตอบแทนนักศึกษาคงเข้าใจดีนะคำว่าให้ค่า ตอบแทนนะคะส่วนใหญ่แต่ก็จะนึกถึงเรื่อง เงินเดือนนึกถึงอ่าค่าร่วงเวลานะคะนึกถึง ค่าตอบแทนงานชิ้นชิ้นงานเป็นจอ Job เป็น โปรเจคเป็นโครงการนะคะแต่ว่าในเรื่องค่า ตอบแทนของระบบของการจัดการทวิกรมนุษย์ นั้นเนี่ยก้างกว่านั้นมากมายกว่านั้นค่า ตอบแทนนั้นรวมถึงค่าตอบแทนที่เป็นเม็ด เงินเช่นเงินเดือนนะคะค่าตอบแทนตำแหน่งนะ คะค่าล่วงเวลาการทำงานล่วงเวลาอย่างนี้
14:04 เป็นต้นเรียกว่าเป็นเม็ดเงินนั่นเองแล้ว ยังมีค่าตอบแทนในรูปที่ไม่ใช่ตัวเงินเช่น สวัสดิการนะคะหรือว่าในเรื่องของ อ่าคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆการอ่าให้มี อุปกรณในการทำงานที่เหมาะสมนะคะหรือว่าใน เรื่องของการให้มีอ่าเครื่องปรับอากาศ อย่างงนี้เป็นต้นเพื่อให้อ่าทกรมนุษย์ หรือว่าคนในองค์กรเนี่ยได้นั่งทำงานอย่าง มีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน นี่อยู่ในเรื่องของค่าตอบแทนทั้งสิ้นนะคะ นอกจากนั้นนะคะการความหมายของการอ่าจัด การสพกรรมนุษย์ยังครอบคลุมถึงการใช้
14:51 ประโยชน์จากสพรมนุษย์และรงรักษาวัยใช้ ประโยชน์จากสกรมนุษย์ท่านก็คงเข้าใจความ หมายนี้ดีนะคะหมายความว่าเจ้าตัวมนุษย์ ท่านใดเมีความสามารถมีทักษะมีความรู้นะคะ มีความชอบในงานในลักษณะใดเนี่ยผู้บริผู้ บังคับบัญชาหรือว่าองค์กรเนี่ยก็จะต้อง ใช้งานเค้าให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุดแล้ว ก็ใช้ให้ตรงกับความรู้ความสามารถของเขา แล้วไม่ได้ใช้เอย่างเดียวนะคะต้องรงรักษา รงรักษาตรงนี้หมายความว่ารงรักษาคนที่ที่ ดีคนที่เก่งคนที่มีความรู้ความ สามารถสามารถที่จะทำผลสำเร็จทำผลกำไรหรือ
15:38 ว่าทำงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การได้ อย่างดีหรือดีที่สุดคนเหล่านั้นอย่างที่ เรนเรียนเนี่ยจึงจำเป็นที่จะต้องรงรักษา ไวแต่ถ้าเผื่อว่าเป็นคนที่เรียกว่าไม่เอา ใจใส่นะคะไม่ไม่สามารถทำให้ผลงานเบรรลุ มาตรฐานหรือว่าเป้าหมายขององค์กรได้หรือ ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเพื่อนร่วม งานหรือว่ากระทำใดๆที่เป็นการผิดกฎผิด ระเบียบขององค์กรหรือของหน่วยงานนั้น เนี่ยก็ไม่จำเป็นนะคะที่จะรงรักษาไวเพราะ ฉะนั้นความหมายของการใช้ประโยชน์และการลง รักษาวัยเนี่ยก็ต้องคนถึงความรู้ความ
16:27 สามารถทักษะนะคะการอุทิศเวลาของกำกคมเป็น สำคัญและคำนึงถึงประโยชน์ขององค์กรเป็น สำคัญดูนะคะเพราะว่า้ายที่สุดของการจัด การทรัพยากรมนุษย์เนี่ยนะคะเป้าหมายเก็ อยู่ตรงที่ว่าเพื่อให้องค์กรมีกำลังคนที่ มีคุณภาพสูงสุดและสามารถปฏิบัติภารกิจให้ บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเห็นมั้ยคะการจัด การสกรมนุษย์เนี่ยในความหมายคือการจัดการ เกี่ยวกับโดยสรุปก็คือการจัดการเกี่ยวกับ คนในองค์กรจัดการด้วยวิธีการต่างๆนะคะใน ภารกิจสำคัญอย่างที่ได้กลียได้กล่าวถึง ท้ายที่สุดเป้าหมายของการจัดการสกมนุษก็
17:15 เพื่อให้ได้ผลผลิตให้ได้วัตถุประสงค์ให้ บรรลุเป้าหมายขององค์กรอย่างมี ประสิทธิภาพนั่นเองนี่คือความหมายของการ จัดการมนุท่านจะเห็นได้ว่า ความหมายของการจัดการทรัพกรมนุษย์ที่เน พูดถึงเนี่ยมีความหมายกว้าง กว่าคำที่เราใช้ในเรื่องการจัดการกับคนใน องค์กรในสมัยก่อนเช่นการบริหารบุคคลการ บริหารทรัพยากรบุคคลนะคะการจัดการทุน มนุษย์อะไรต่างๆนะคะเพราะว่าในเรื่องของ การจัดการทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายตามความหมายของการจัดการสมนุษย์ ที่เลนกเนี่ยเป็นเรื่องเรื่องที่จะต้อง ใช้เทคนิคใช้วิชาการใช้ยุทธศาสตร์และใช้
18:04 ความมืออาชีพนะคะใช้ความเป็นขอเน้นอีก ครั้งว่าใช้ความเป็นมืออาชีพในเรื่องของ การจัดการสกรมนุษย์ของผู้ที่ทำหน้าที่จัด การทรัพพยากร มนุษย์หรือผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการหรือ ผู้ที่เป็นบริผู้บริหารผู้รับผิดชอบการก การทพกมนุษย์ขององค์กรนั้นๆเพราะฉะนั้น การจัดการทรัพกรมนุษยจะไม่ใช่เป็นการ ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือว่าใบสมัครหรือ ว่าแบบมอะไรที่เป็นเรื่องทั่วๆไปนะคะแต่ ว่าการจัดการพมนุษย์ในปัจจุบันและในอนาคต นั้นเยุทธศาสตร์และความเป็นมืออาชีพของ ผู้ที่จะเข้ามามีบทบาทในการจัดการสิมุษ
18:53 ค่ะที่ได้เรียนมาให้ท่านทราบนั้นโดยสรุป ก็คือความหมายในเรื่องการจัดการจัดการสรั มนุษย์เพื่อให้ท่านนักศึกษาได้ทำความเข้า ใจมองให้เห็นภาพก่อนว่าการจัดการสรั มนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับกระดาษกฎ เกณฑ์นะคะหรือว่าระเบียบที่ได้กำหนดเอา ไว้เบื้องต้นเท่านั้นแต่ว่าเป็นเรื่องที่ ต้องการยุทธศาสตร์และความเป็นมืออาชีพใน การจัดการพระพิกมนุษย์ด้วยเหตุนี้วิชานี้ จึงได้ครอบคลุมในหลายๆหลายๆอ่าภารกิจหลาย สมมติกับนะคะต้องต้องอธิบายค่อนข้างยาว และเพื่อเป็นการสร้างความเป็นมืออาชีพให้ กับท่านนักศึกษาในเรื่องของการจัดการทพก
19:39 มนุษย์ด้วยเได้พูดถึงการจัดการสพกมนุษย์ แล้วนะคะในอ่าขั้นตอนต่อไปหรือว่าใน ประเด็นต่อไปที่อยากจะใจก็คือในเรื่องแนว คิดหรือมาจากการภาษาอังกฤษว่าคซคือที่มา ที่มาหรือความเข้าใจที่เป็นสาลนะคะใน เรื่องของการจัดการสิความสนุเรามีความ หมายที่เป็นตัวต้นแบบสำหรับที่มาจัดการ แล้วเมื่อมีความหมายแล้วเราต้องเข้าใจ ด้วยว่าแล้วแนวคิดของการจัดการสกับมนุษย์ นัน่ะมีแนวคิดเป็นมาอย่าง
20:25 ไรแนวคิดในประการแรกนะคะที่อยากให้นัก ศึกษาได้ได้ได้เข้าใจร่วมกันเนี่ยเป็นแนว คิดเป็นมิติของการจัดการสมนุษย์ในเชิงรูป ธรรมในเชิงรูปธรรมนะคะแวคิดในการอ่าจัด การในเชิงรูปธรรมเนี่ยก็คงเป็นที่เข้าใจ ของนักศึกษาคือว่าเป็นสิ่งที่เราจับต้อง ได้เรานับได้รูปธรรมเนี่ยมองเห็นได้ชัด เจนับต้องได้นะคะเพราะฉะนั้นจึงซึ่งเป็น การจัดการสมนุษย์ในเชิงปริมาณในเชิง ปริมาณนะคะสามารถคำนวณได้สามารถคำนวณไม่ ว่าจะด้วยมือหรือด้วยคอมพิวเตอร์หรือว่า จะด้วยเครื่องมือดยสูตรอะไรต่างๆเี่นะคะ
21:13 และเป็นข้อมูลที่จะสามารถนำมาจัดทำและ วิเคราะห์ในเชิงสถิติตัวเลขได้ด้วยความ เข้าใจง่ายๆก็คือว่ามิติแรกหรือแนวคิดแรก ในการจัดการสพกมนุษย์เนี่ยในเชิงรูปธรรมเ ก็คือในเชิงตัว ในเชิงจัดต้องได้ในเชิงคำนวณได้ซึ่งมี อยู่มากมายนะคะจึงจำเป็นต้องแยกมาเป็น มิติในเรื่องเชิงรูปแนวคิดในเชิงรูปธรรม โดยเฉพาะนี้จะขอยกตัวอย่างนะคะขอยกตัว อย่างในเรื่อง ของการจัดการกนุในเชิงรูปธรรมในประการแรก นะคะจำนวนเราพูดถึงจำนวนเนี้คือเป็นตัว เลขจำนวนสมนุษย์ในอาชีพและในระดับการ
22:00 ศึกษาต่างๆนี่เป็นสิ่งที่แต่ละองค์กรหรือ แต่ละหน่วยงานเสามารถที่จะรวบรวมแล้วก็ จัดทำสถิติตัวเลขที่เป็นจำนวนคนในหรือ จำนวนทรัพยากรในระดับการศึกษาต่างๆในองค์ กรของตัวเองเนี่ยขึ้นมาได้เนเน้นในเรื่อง การระดับการศึกษาต่างๆแล้วก็ในกลุ่มอาชีพ ก็คือกลุ่มสายงานต่างๆที่ท่านมีอยู่เช่น ในกลุ่มสายงาน นิธิกรในกลุ่มสายงานเจ้าหน้าที่บันทึกข้อ มูลกลุ่มสายงานบริหารทั่วไปกลุ่มสายงาน แพทย์กุ่มแสงงานพยาบาลเป็นต้นนะคะแล้วก็ ระดับในการศึกษาองค์กรจะต้องสามารถจำแนก ออเป็นสถิติเป็นตัวเลขได้ว่าจำนวนคนที่
22:48 องค์กรมีอยู่ในแต่ละกลุ่มอาชีพนัน่ะมี จำนวนเท่าไหร่นอกจากแยกเป็นกลุ่มเป็น จำนวนแล้วเนี่ยภายใต้ภายใต้คำว่าจำนวน เนี่ยนะคะท่านจำแนกรายละเอียนลงไปได้อีก เช่นเป็นเพศหญิงเป็นเพศชายนะคะเราคงจะเอา แค่ 2 ประเภทนะคะเอา 2 เพศนะคะเป็นเพศ หญิงกับเพศชายเป็นหลักนะคะแล้วก็แยกเป็น ระดับการศึกษาระดับการศึกษาหมายความว่า ท่านอาจจะแยกเป็นระดับปริยาเอกต่ำกว่าปอ ปริยโทนะคะปตรีต่ำกว่าปาตรีนะคะต่ำกว่า มัธยมอะไรอย่างนี้เป็นต้นท่านสามารถจะแยก ให้เป็นให้เป็นระดับการศึกษาต่างๆตามความ จำเป็นที่อุปกรเนี่ยจำเป็นต้องใช้เพราะ
23:36 ว่าจำนวนเหล่านี้แล้วก็การจำแนกเป็น ประเภทกลุ่มอาชีพระดับการศึกษาเนี่ยเป็น เรียกว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับ กำลังคนที่มีอยู่ในองค์กรซึ่งทุกองค์กร เนี่ยพอท่านเป็นองค์กรหรือเป็นหน่วยงาน ขึ้นมาเนี่ยท่านจะต้องมีสถิติเหล่านี้ เนี่ยเป็นพื้นฐานสำหรับกับองค์กรท่านระษา ้าท่านจัดตั้งเป็นหน่วยงาขึ้นมาเป็นองค์ กรขึ้นมาแล้วท่านไม่มีไม่มีข้อมูลเรื่อง โงสร้างเลยว่าคนในองค์กรกำลังคนในองค์กร ของท่านเนี่ยอยู่ในอาชีพอยู่ในสายงานอะไร บ้างและหรือว่าอยู่ในระดับการศึกษาอะไร บ้างเป็นผู้หญิงเท่าไหร่เป็นผู้ชายเท่า ไหร่นะคะอายุอายุเป็นที่สำคัญเข้ามาอีก
24:22 อีกรายละเอียดอีกประการหนึ่งนะคะเป็นช่วง อายุเท่าไหร่จำนวนเท่าไหร่เนี่ยอันนี้ เป็นเรื่องที่จะทำให้หน่วยงานของท่าน เนี่ยขาดข้อมูลที่จำเป็นนะคะซึ่งในเรื่อง ของการบริหารข้อมูลและกันการวางแผนใน เรื่องการรวบรวมและการใช้ข้อมูลเนี่ยเรา จะพูดถึงรายละเอียดในเวลาถัดไปนะคะในวัน นี้เอาในวันนี้เนี่ยเอาเป็นอ่าตัวอย่าง ให้ท่านเห็นก่อนนะคะว่าแนวคิดเเชิงรูป ธรรมเนี่ยสถิติหรือตัวเลขที่เป็นโครง สร้างของกำลังคนเเป็นเรื่องที่จำเป็น เป็นเรื่องที่มีความสำคัญในเรื่องกำลังคน หรือว่าเรื่องทรัพยากมนุษย์บางครั้งเอาจ จะใช้คำที่ปนกันนะคะระหว่างคำว่าคนกำลัง
25:08 คนและทรัพยากรมนุษย์ก็ขอให้นักศึกษาเข้า ใจว่าหมายความอันเดียวกันหมายความอย่าง เดียวกันนะคะว่าเป็นคนและทรัพยากรมนุษย์ ที่อยู่ในองค์กรหรและเป็นผู้ที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของผู้ที่เป็นผู้บริหารองค์ กรนะคะสิ่งที่เป็นตัวเลขนะคะที่องค์กร เนี่ยจำเป็นจะต้องอ่าจัดทำนะคะแล้วก็เป็น สิ่งที่เป็นนิติเรียกว่าเป็นแนวคิดหรือ ว่ามิติที่เป็นรูปธรรมอีกอันหนึ่งจับต้อง ได้เช่นสถิติของการลาออกในแต่ละปีนะคะเรา ออกแต่ละ 6 เดือนเนี่ยจะเร็วไปเอาเป็นยอด ยอดรวมในแต่ละปีหรือว่าในบางหน่วยงาน เนี่ยแต่ละปีอาจจะเร็วไปไม่จำเป็นก็อาจจะ
25:55 ศึกษาในรอบ 3 ปีรอบ 5 ได้เพื่อเอาสิิมา ใช้ประโยชน์ต่อไปนะคะการล่าออกทำไมทำไม เดนถึงยกตัวอย่างเรื่องการล่าออกสิอก็มี เหตุผลที่ที่จำเป็นที่จะต้องมีการรวบรวม สถิติหรือดูแลข้อมูลในส่วนนี้เพราะว่าการ ลาออกหมายถึงการิพนในองค์กรของเราเนี่ย พ้นไปจากงานพ้นออกไปจากหน่วยงานของเรา เพราะฉะนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ย่อมที่ จะเกิดขึ้นกับองค์กรผลกระทบที่เกิดขึ้น กับตัวเขาที่ออกไปจากองค์กรเราอาจจะไม่ จำเป็นต้องไปติดตามเพราะว่าอาจจะไม่ไม่มี ประโยชน์สำหรับหน่วยงานดับนะคะหรืออาจจะ
26:40 มีประโยชน์บ้างแต่ก็เป็นเรื่องรองแต่สิ่ง สำคัญที่จะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับ เรื่องการลาออกสถิติในการลาออกหรือว่า จำนวนตัวเลขของการลาออกก็คือผลกระทบที่ เกิดขึ้นในหน่วยงานเพราะการลาออกเนี่ยใน หลายในหลายๆหน่วยงานนะคะหลายๆครั้งทั้งใน ภาคราชการและก็ในภาคเอกชนคนที่ลาออกส่วน ใหญ่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถสูงเป็น คนที่มีประสบการณ์สูงประสบการณ์นั้นมาจาก ไหนประสบการณ์ก็มาจากที่เรียนรู้จากหน่วย งานของท่านนแหละหน่วยงานที่เคยทำนั่นแหละ แต่พออยู่ไปได้ระยะเวลาหนึ่งประสบการณ์ สูงความสามารถสูงทักษะสูงอ้าลาออกไปหางาน อื่นทำไปได้งานที่อื่นค่าตอบแทนอาจจะสูง
27:28 กว่างนี้เป็นต้นนะคะหรืออาจจะนี่คือลาออก นี่คือสาเหตุของการลออกที่ว่าไปไ้งานที่ ดีหลายได้มากกว่าแต่การลาออกนั้นมีหลาย สาเหตุนะคะเช่นอาจจะลาออกเพราะว่าการ บริหารจัดการข้างในการจัดการทรัพยมนุษย์ ภายในมีข้อบกครองก็อาจจะทำให้คนเล่าออก จากงานมากผิดปกติก็ได้ที่สำคัญก็คือคนที่ มีความรู้ความสามารถสูงและคนที่เป็นที่ ต้องการขององค์กรลาออกไปอันนี้ก็จะเป็นผล กระทบกับองค์กรนะคะเพราะฉะนั้นก่อนที่จะ ไปแก้ปัญหาก่อนที่จะไปวิเคราะห์ในเชิงที่ เป็น นามธรรมนะคะซึ่งเดี๋ยวนั้นจะเลตามไปก่อน
28:15 อื่นต้องมีสิ่งที่เป็นตัวเลขที่มาเป็น หลักฐานเพื่อเป็นฐานสำหรับการศึกษาหรือ ว่าเพื่อเป็นการอ่าเพื่อเป็นฐานสำหรับการ วางแผนทางด้านความมนุษต่อไปเพราะนั้นแนว คิดในเรื่องการจัดการอ่าเพความรู้ในเชิง รูปธรรมเกี่ยวกับสถิติต่างๆจมีความจำเป็น นะคะสถิติการเกษตอายุเตอายุก็อาจจะเกิด ขึ้นในภาคราชกาลและอาจจะเกิดขึ้นทั้งใน ภาคเอกชนด้วยนะคะการเษอายุก็สามารถที่จะ ค่าคะเนได้นะคะหมายความว่าองค์กรสามารถ ค่าคะเนได้ว่าจปีหน้าจะมีผู้เกษียณอายุ จำนวนเท่าไหร่จะเกิดตำแหน่งว่างที่ไหนและ
29:02 จะทำให้เกิดปัญหาอะไรในองค์กรในขณะที่การ ลออกจากที่เยงกราเสธีนี้เราอาจจะคาดคะเน ไม่ได้เพราะฉะนั้นปัญหาของการลาและปัญหา ของการเกษียณอายุก็ต่างกันสถิติที่จะต้อง เก็บคนคนที่เราออกกับคเกษียณอายุก็เป็นคน ละคนกันนะคะเพราะฉะนั้นสถิติของการเกบก็ ต้องเป็นคนละสถิติค่ะจำนวนพนักงานที่ กระทำความผิดทงวินัยวินัยเเกิดขึ้นทั้งใน ด้านเอกชนและทางด้านราชการบางทีทางด้าน เอกชนอาจจะไม่เรียกว่าวินัยจะเรียกว่า เป็นความบกพร่องทาง พฤติกรรมอาจจะต้องทงคิยยาไปเลยแต่ในทาง ราชกานะคะเมื่อกระทำผิดวินัยเนี่ยควบคู่
29:49 กันไปกับคดีอาญาถ้าไม่เป็นกิยยาส่วนชการ ก็ต้องดำเนินการในทางวินัยโทษสูงสุดของ การลงโทษในทางวินัยก็คือให้ออกก็คือขอโทษ ่ะลดออกแล้วก็ไล่ออกจากราชการนะคะนอกจาก นั้นก็มีโทษที่มีอสถานเบ่าต่างๆสถิติของ คนที่กระทำผิดทางวินัยก็เป็นเรื่องที่ จำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำจะต้องมีการ สร้างไว้เก็บสติไว้เก็บไปบีไว้นะคะแล้วก็ เก็บไว้สำหรับการ ศึกษาการศึกษาอาจจะเป็นไปทำการวิจัยหรือ ว่าศึกษาโดยธรรมดาก็ได้นะคะว่าสาเหตุของ การกระทำผิดทางวินัยเนี่ยมันคืออะไรสา
30:35 เหตุมาจากตัวบุคคลหรือสาเหตุมาจากผู้้าชา หรือสาเหตุมาจากผระบุเพื่อจะเป็นเหตุับ การแก้ไขต่อไปแต่ก่อนที่จะไปหาสาเหตุของ การกระทำผิดทางวินัยเนี่ยเรา ต้องมีสถิติตัวเลขที่จะยืนยันสิ่งที่เกิด ขึ้นนั้นะก่อนนอกจากตัวเลขที่เรียนกล่ามา นะคะการเลื่อนตำแหน่งการเลื่อนระดับการ เลื่อนตำแหน่งการเลื่อนสูงขึ้นนะคะรายได้ สูงขึ้นด้วยตำแหน่งสูงขึ้นมีลูกน้องเพิ่ม ขึ้นเพิ่มขึ้นอะไรต่างๆเนี่ยที่เกิดขึ้น ในแต่ละปีก็เป็นตัวเลขที่สำคัญอันหนึ่งนะ คะที่จะต้องมีการจัดทำแล้วก็การตัวเลข เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เรียนเรียนตั้งแต่ แรกว่าเรียกว่าเป็นเชิงรูปธรรมมันจัดต้อง
31:22 ได้มันมองเห็นได้การที่จะรวบรวมตัวเลขการ เลื่อนตำแหน่งต้องรวบรวมให้มันเกิดเกิด ขึ้นแล้วเพราะฉะนั้นมันมันเป็นเชิง รูปธรรมนะคะจะได้เลื่อนตำแหน่งเนี่เราไม่ พูดถึงแต่เมื่อเลื่อนตำแหน่งแล้วใครบ้าง ได้เลื่อนตำแหน่งเลื่อนจากอะไรเป็นอะไร เลื่อนแล้วเนี่ยต่อไปทำหน้าที่ได้มอัน นั้นเป็นอีกมิตินึงแล้วเป็นอีกแนวคิดหนึ แล้วคือการประเมหรือการติดตามในเชิงอ นามธรรมนะแต่ถ้าเป็นรูปธรรมเเราจำนวนว่า ดูก่อนเพะใครบ้างที่ได้เลื่อนวนที่ได้ เลื่อนนอกจากใครบ้างแล้วก็จำนวนที่ได้ เลื่อนแล้วเนี่ยอาจจะมีตัวเลขลึกลงไปอีก คนที่ได้เลื่อนนั้นอายุงานเท่าไหร่อายุ
32:07 ตัวเท่าไหร่นะคะต้องมีการเก็บสถิติตัวเ ไว้จำนวนค่าตอบแทนนี้ชัดเจนนะคะว่าเป็น รูปธรรมก็เช่นได้แก่เกินเดือนหรือว่า อ่าค่าใช้จ่ายร่วมเวลานะคะหรือว่าค่าใช้ จ่ายที่ที่ให้สำหรับกรณีที่ไปสมนาในต่าง จังหวัด ที่ไปดูงานในต่างประเทศค่าใช้จ่ายอะไร ต่างๆเนี่ยเป็นที่เป็นเม็ดเงินทั้งสิ้น เนี่ยนะคะเรียกว่าเป็นเชิงรูปธรรมทั้ง สิ้นหน่วยงานหรือว่าองค์กรต่างๆก็ต้องมี การเก็บตัวเลขที่เกี่ยวกับที่เป็นค่าตอบ แทนแล้วก็ที่เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆไว้ สำหรับอ่าบริหารจัดการในเมื่อสิ้นปีหรือ ว่าเมื่อที่จะมีการจัดวางงบประมาณในปีต่อ
32:53 ไปงบประมาณรวมที่ใช้ในการพัฒนาคนก็เป็น เรื่องที่เป็นตัวเลขเข้ามาประกอบทั้งสิ้น นะคะงประมาณที่ใช้ในการวิจัยในหลายๆองค์ กรนะคก็จะต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับกำลังค องค์กรเล็กๆอาจจะไม่จำเป็นแต่ว่าองค์กร ใหญ่การวิจัยนี่มีหลายขนาดวิจัยเป็นขนาด เล็กก็ได้วิจัยแบบขนาดสมบูรณ์แบบก็ได้นะ คะแต่เป็นเรื่องจำเป็น Research นะคะ resch ทำให้จำเป็นเพราะการวิจัยเป็น เรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงการพหาเกี่ยว กับการจัดการทรัพกองบุคคลหรือการจะจัดการ ทรัพกองมนุษย์ในอนาคตโดยเฉพาะองค์กรที่ เป็นองค์กรกลางถ้าเป็นภาคราชการเนี่ยองค์
33:40 กรกลางได้แก่กพคณะกรรมการคือเนี่ยก็จะ เป็นผู้นำในเรื่องการวิจัยเกี่ยวกับการ จัดการสกรมนุษย์ในภาคราชการเจะวิจัยเฉพาะ ภาคราชกานะคะแต่ในภาคเอกชนเนี่ยบางครั้ง ก็มีการลงทุนหรือว่ารวมขันกันเพื่อจ้าง นักวิชาการนะคะเพื่อให้สถาบันให้บริการ วิชาการของมหาวิทยาลัยต่างๆเนี่ยช่วยทำ การวิจัยให้เพื่อที่จะนำแนวทางแก้ปัญหา เนี่ยมาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดการส มนุษย์แต่ก่อนอื่นสิ่งที่เป็นรูปธรรมก็ คืองบประมาณต้องมีแล้วงที่จะใช้นั่นน่ะ เอามาจากไหนนะคะแล้วก็จะใช้ไปมากน้อยแค่
34:27 ไหนอย่างไรนี่เป็นเรื่องที่การจัดการสค มนุษย์จะต้องมีข้อมูลในสิ่งเหล่านี้จะ ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ตัวอย่าง ที่ทเับเรียนมาตั้งแต่ต้นเนี่ยก็จะมีมาก มายนะคะที่เว่าในช่วงเวลาที่มีอยู่เนี่ย เพื่อให้ท่านเห็นเป็นแนวทางว่าสิ่งเหล่า นี้เรียกว่าเป็นตัวเลขในเชิงปริมาณที่ สามารถคำนวณได้นอกจากคำนวณแล้วก็สามารถ รวบรวมได้จัดหาได้นะคะทำสถิติี่เอาไว้ได้ รวบรวมได้ก็เรียกว่าเป็นแนวคิดหรือว่า มิติในการจัดการทั้นกมนุษย์ในเชิงรูปธรรม นะคะนี่เป็นแนวคิดแรกแนวคิดที่ 2 ใน
35:12 เรื่องของการจัดการ มนุษ์เรียกว่าเป็นแนวคิดหรือว่ามิติการ จัดการัสำนในเชิง นามธรรมนะคะในเรนามธรรมก็คือตรงกันข้าม นั่นเองตรงกันข้ามก็คือตอนนี้เราไม่พูด ถึงตัวเลขแล้วแต่เราพูดถึงในเรื่อง จริยธรรมคุณธรรมนะคะเรารู้สึกพูดถึง เรื่องความรับผิดชอบเราพูดถึงเรื่องความ ชอบธรรมในเรื่องการบริหารในเรื่องการจัด การทรัพกรมนุษย์ของผู้มิชาที่มีต่อผู้ใต้ บังคับบัญชานะคะหรือว่าต่อู้การอ่าบริหาร จัดการของผู้ที่มีอำนาจในการใช้ดุลชนิต ที่มีต่อผู้ได้้บังคปัญชานะคะซึ่งเป็นการ จัดการกับมนุษย์
35:59 ที่ไม่สามารถที่จะคำนวณหรือว่าคิดเป็นตัว เลขออกมาได้ชัดเจนแต่สามารถที่จะนำตัวเลข อย่างที่ได้เรียนในภาคแรกว่าเป็นในมิติ แรกว่าเป็นแนวคิดในเชิงรูปธรรมเนี่ย สามารถนำตัวเลขที่ได้จากการบริหารจัดการ หรือการจัดการสังคมมนุษย์ในเชิงรูปธรรม เนี่ยนำมาใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผน ยุทธศาสตร์อ่าขอโทษแล้วก็การอ่าสร้าง ประสิทธิภาพอะไรต่างๆเนี่ยในด้านการจัด การทรัพกรมนุนี่คือความหมายของการจัดการ เรมนุษย์ในเชิงนามนะคะถ้าจะยกตัวอย่างนะ คะจะให้ตัวอย่างในบางตัวอย่างซึ่งมีตัว
36:44 อย่างมากแต่ว่าในช่วงเวลาที่มีอยู่ในใน ช่วงนี้นะคะใช้ตัวอย่าง 4 ประกาศั้นแรก คือการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านมนุในหลาย หน่วยงานนะคะไม่ว่าจะเป็นภรรครัฐหรือภาค เอกชนในขณะนี้และในอนาคตจะให้ความสำคัญใน การวางแผนยุทธศาสตร์ด้านสมนุษย์เป็นอย่าง มากการวางแผนยุทธศาสตร์ก็ไม่ใช่แตกต่างไป จากการวางแผนธรรมดาเท่าไรนักเพียงแต่ว่า มันต้องมีการกำหนดนะคะเงื่อนไขอะไรต่างๆ เข้ามามากมายรายละเอียดเข้ามาเพิ่มเติม จากการวางแผนที่เคยทำแล้วอยู่แล้วใน ปัจจุบันและในอดีตซึ่งรายละเอียดของการ วางแผนเกรด้านสิกรอ่าการวางแผนยุทธศาสตร์
37:30 ด้านทกรมนุษย์เนี่ยเรมจะกล่าวถึงในในตอน ต่อไปนะคะที่จะได้มีการบรยายสทอนต่อแเพ ว่าประกอบด้วยรายละเอียดค่อนข้างมากนะ คะตัวอย่างอีกประการหนึ่งในเรื่องอ่าแนว คิดการจัดการสกมนุษย์เชิงนามธรรมนะคะก็ คือในเรื่องความชอบธรรมในการประเมินผลการ ปฏิบัติงานเห็นมั้ยคะมันไม่เป็นเรื่อง สถิติหรอกแต่ว่าสถิติมันมาจากตัวเลขมันมา จากที่ว่าใครบ้างมีการได้รับการประเมินผล งานในระดับได้ในระดับปีเด่นหรือว่าใน ระดับไม่ดีเลยอย่านี้เป็นต้นตัวอย่างนะคะ การที่จะประเมินมาเห่ามานั้นเนี่ยมีความ ชอบธรรมหรือไม่ต้องมีการวิเคราะห์กันอัน
38:16 นี้เป็นเรื่องของเชิงนามธรรมความเป็นธรรม ในการเลื่อนตำแหน่งอย่างที่เดีเล่าตะกี บอกว่าเราต้องมีตัวเลขนะในเชิงรูปธรรมว่า การเลื่อนตำแหน่งมีจำนวนเท่าไหร่ในแต่ละ ปี้าคนที่ได้เลื่อนตำแหน่งนอายุงานเท่า ไหร่อายุตัวเท่าไหร่คววามรู้นะคะความรู้ ความสามารถเป็นอย่างไรถ้าเผื่อว่าสามารถ คิดออกมาเป็นตัวเลขได้เช่นจเปอร์เซ็นต ต่างๆขึ้นไปกี่เปอรโทขึ้นไปกี่เปอร์เซ็นต ต่างๆนะคะแล้วก็สิ่งที่มองไม่เห็นก็คือ ว่าการใช้ดุลชนิในการเลื่อนตำแแหน่งเป็น ธรรหรือไม่ถ้าเป็นในภาคเอกชนเนี่ยนะคะใน เรื่องความเป็นธรรมในการเลื่อนตำแหน่งเก็
39:02 ก็ค่อนข้างที่จะมองได้ไม่ไม่ยากนะคะมอง ได้ไม่ยากแล้วก็ในพรรคเอกชนหลายๆแห่งโดย เฉพาะที่เป็นหน่วยงานเล็กๆเนี่ยหลักเกณฑ์ อะไรต่างๆก็จะยังมีน้อยยังมีน้อยนะคะส่วน ใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับดุชนิและความพึงพอ ใจของเจ้าของกิจการหรือว่าผู้บริหารแต่ใน าคราชการนั้นมันมีกฎเกณฑ์มันไม่ึตัวเลข เป็นกฎเกณฑ์ระเบียบที่วางไวค่อนข้างชัด เจนเพราะฉะนั้นในการเลื่อนตำแหน่งเนี่ย ความเป็นธรรในการเลื่อนตำแหน่งจึงต้องมี การพิจารณาต้องมีการศึกษากันว่าเป็นธรรม แค่ไหนเพียงไรนี่คือแต่เรื่องการจัดการช สรุในเชนธรซึ่งเราก็จะได้พูดถึงไเต่อไป ด้วยนะคะในสำหรับในประเด็นเรื่องการสร้าง
39:50 ประสิทธิภาพของกำลังควก็เป็นเรื่องที่ สำคัญในเรื่องการจัดการสกรมนุษย์ในเชิง นามธรรม คำว่าสร้างประสิทธิภาพเมันคลุมได้ทั้งใน เรื่องของการสอนงานในเรื่องของการมอบหมาย งานการสับเปรียบหมุนเมียนงานการพัฒนาการ อบรมเพราะฉะนั้นการสร้างิภาพจึงครอบคลุม ในหลายๆเรื่องด้วยกันนะคะการศื่อสาในองค์ กรก็คือการทำอย่างไรถึงจะให้คนในองค์กร เนี่ยเข้าใจร่วมกันในวิสัยทัศน์ พันธกิจและวัตถุประสงค์ขององค์กรและทำ อย่างไรถึงจะมีความเข้าใจกันระหว่างหัว หน้างานกับผู้ใต้บังคบัญชาทำอย่างไรสึงจะ มีความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ร่วมงานและ
40:36 ทีมงานนั่นคือการสื่อสารในองค์กรซึ่งเป็น เรื่องที่สำคัญมากเรื่องของการจัดการทพน เพราะถ้าเผื่อว่าการสการสื่อสารในองค์กร ล้มเหวเนี่ยนะคะมันก็ทำให้ปัญหาในการจัด การทพนเกิดขึ้นหลายประการด้วยกันความรับ ผิดชอบในเรื่องคุณภาพชีวิตในการทำงาน คุณภาพชีวิตในการทำงานนี้จะเป็นคำในภาษา ไทยหรือในตำราในภาษาไทยจะค่อนข้างใหม่นะ คะแม้ว่าในต่างประเทศเนี่ยเขาให้ความ สำคัญในเรื่อง Quality of Life of work Life นะคะ หรือ in Life เนี่ยเขาให้ความสัมพันธ์ เรื่องนี้มากแต่ว่าสำหรับประเทศไทยนั้น ด้วยวัฒนธรรมและด้วยข้อจำกัดในด้านงบ
41:23 ประมาณและในหลายๆเรื่องเรื่องคุณภาพชีวิต ในการทำงาน เพิ่งเริ่มพัฒนาแต่ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยนะคะ ในทุกองค์กรทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน สามารถให้ความรับผิดชอบในเรื่องคุณภาพ ชีวิตในการทำงานกับเจ้าพกมนุษย์ได้เป็น อย่างดีถ้าเป็น เภาคเอกชนเนี่ยจะทำได้ดีกว่าหรังเพราะ อะไรคะเพราะว่าภาคเอกชนท่านเจ้าของกิจการ หรือว่าท่านผู้บริหารองค์กรเท่านสามารถ ใช้ดพิตัดสินใจได้ด้วยตัวของท่านเองหรือ ว่าด้วยคณะกรรมการอ่าที่ท่านมีอยู่นะคะใน บางแห่ง เนี่ยมีเรื่องคุณภาพชีวิตในการทำงานเเให้ ความสำคัญมาเช่นมีห้องสำหรับอันนี้หมาย
42:12 ถึงในภาคเอกชนนะคะมีห้องสำหรับให้แม่ลูก อ่อนพาลูกอ่อนไปด้วยแล้วก็พามาเลี้ยงที่ ทำงาและสามารถที่จะถ้าเป็นคุณแม่เนี่ย สามารถจะให้นมลูกนะคะให้ชีวิตแรกของลูก คือนมแม่เนี่ยให้กับลูกได้เให้ที่ทำงาน ด้วยหรือว่ามีไม่ใช่ไม่ใช่ในช่วงให้นม แล้วเป็นช่วงเลี้ยงเด็กเล็กยังไม่เข้าโรง เรียนก็มีห้องรับเลี้ยงเด็กเล็กมีที่ เลี้ยงให้ด้วยนะคะแม่ซึ่งมาทำงานโดยเฉพาะ อันนี้เน้นเน้นถึงแม่เพราะว่าส่วนใหญ่ แล้วแม่ก็จะทำงานด้วยแล้วก็รับผิดชอบเร ลูกเล็กด้วยแม่ก็จะมานั่งทำงานแล้วก็ถ้า พอนึกถึงลูกคิดถึงลูกเป็นห่วงลูกขึนมาก็ วิ่งแป๊บเดียวไปถึงห้องที่เรี้งลูก็เห็น
43:00 ว่าอ้าลูกปกติดีสนุกดีก็วิ่งกลับมาทงนั้น มันเกิดอะไรขึ้นคะก็เกิดความสบายใจเกิด ความมีประสิทธิภาพในการทำงานไม่ต้องนั่ง ห่วงลูกเอ้ยลูกอยู่บ้านแล้วจะตกเก้าอี้ม จะตกโต๊ะมั้ยจะถูกจะตกบันไดมั้ยอะไรต่างๆ นะคะใครที่ได้สูงสุดค่ะท้ายที่สุดคะก็คือ องค์กนั่นเอง ประสิทธิภาพของการิดมานก็จะไปตกอยู่กับ องค์กรองค์กรก็จะมีความสำเร็จและมี ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานนะคะความรับ ผิดชอบต่อความสำเร็จและเป้าหมายของการ ปฏิบัติงานนี่คือสิ่งที่เราจะเน้นใน เรื่องการจัดการสัยของมนุษย์ในเชิง
43:46 นามธรรมด้วยทำอย่างไรถึงจะสร้างและพัฒนา คนในองค์กรให้มีความรับผิดชอบต่อผลงานต่อ ความสำเร็จและเป้าหมายของการปฏิบัติงานนะ คะทั้งหมดที่เรียนกราบเรียนมานั้นก็คือ เรื่องแนว คิดในการ อ่าปฏิบัติงานนะฮจัดการสกมนุษยนะคะที่ที นี้มาดูนิดนึงว่าแล้วถ้าเราจะมีความหมาย ในการจัดการสกับมนุษย์อย่างนั้นและมีแนว คิดทั้งในเชิงรูปธรรมในเชิงปริมาณและใน เชิงนามธรรมคือในเรื่องของของอ่า ประสิทธิภาพความสำเร็จอะไรต่างๆแล้วเนี่ย แล้วคนที่เราดูอยู่เนี่ยที่เราจะต้องดูเ
44:34 มันคือใครเให้ตัวอย่างคร่าวๆเท่านั้นเอง ค่ะเพราะว่าเป็นตัวอย่างที่ได้มาจากภาค ราชการนะคะแต่ว่ามันกระทบมาถึงภาคเอกชน ดูยกำลังคนที่เรามีอยู่ทั้งประเทศเนี่ยนะ คะทั้งประเทศเนี่ยัเป็นคนที่อยู่ในเรียก ว่า work Force หรือว่ากำลังแรงานนั้น เพียงประมาณ 60 เปอร์เบางท่านอาจจะบอกว่าเพียง 60% หบาง ท่านอาจจะบอกว่าตั้ง 60% นะคะในขณะที่อีก 40% เนี่ยอยู่ในกลุ่มที่ไม่ใช่อยู่ใน กำลังรายงานและเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีนะคะและใน 60% นี้เนี่ย 59.9 นะคะแต่ เดี๋ยวตีที่ว่า 60% เนี่ยก็เป็นประมาณ 34%
45:24 เนี่ยเป็นกำลังคนในภาครัฐอย่าไรก็ตามไม่ ว่าจะอยู่เป็นคนในภาครัฐหรือว่าเป็นสพร มนุษย์ที่อยู่ในกำลังแรงงานของประเทศทั้ง หมด 60% ของคนทั้งประเทศนี้ก็คือกำลังคน ที่จะต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม เพราะฉะนั้นการจัดการพัสธรมนุษย์ของท่าน ทั้งหลายเก็คือการจัดการเกี่ยวกับคนที่กำ ับอยู่ในสภาพอ่าอยู่ในงานนะคะภาพที่เรน ให้ท่านดูเนี่เป็นการขยายภาพเท่านั้นเอง ค่ะว่าถ้าในประเภทอ่าขการที่อยู่ในกลุ่ม ข้าราชการเนี่ยเขาก็จะมีการแบ่งประเภทของ ข้าชารออกไปเช่นอาจจะเป็นข้าชารได้แก่ข้า
46:12 ชารจริงๆก็มีประมาณ 1 ,000 หรืออาจจะเรียกว่าพนักงานจ้างเช่น พนักงานจ้างของกระทรวง สาธารณสุขหรืออาจจะเป็นพนักงานราชการหรือ อาจจะเป็นลูกจ้างประจำหจะเป็นลูกจ้างชั่ว คราวก็กราประนว่าลูกจ้างประจำและลูกจ้าง ชั่วคราวนั้นกำลังจะหมดไปนะคะกำลังจะหมด ไปในขณะที่จำข้าราชการนั้นค่อนข้างที่จะ คงที่และจะค่อยๆน้อยลงนั่นหมายความว่าคน ที่เข้ามาอยู่ภาคเอกชนก็จะเป็นไงคะเพิ่ม ขึ้นในภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้นในภาคเอกชนนั้น รวมถึงว่าทั้งที่เป็นลูกจ้างเขานะคะที่
46:57 ท่านจะต้องมีการจัดการรัยบมนุษย์และทั้ง ที่ที่เป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง แล้วทำในสิ่งที่เรียกว่าทำธุรกิจของตัว เองนะคะเได้พูดถึงในเรื่องความหมายแล้วก็ พูดถึงในเรื่องของความคิดแนวความคิดที่มา ของเรื่องการจัดการสว่ามนุษย์และให้ท่าน เห็นถึงกลุ่มของทรัพกรมนุษย์ที่เราจะต้อง มีการจัดการแล้วนะคะทีนี้มาดูนิดนึงว่า แล้ววัตถุประสงค์ของการจัดการทรัพยากร มนุษย์นั้นน่ะคืออะไรก็อย่างที่ทุกท่าน ได้คิดถ้าท่านตามที่เลี้ยงกลับเรียนมาเ ท่านก็จะมองเห็นภาพนะคะเรียนอยากจะจัด แบ่งได้เป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ
47:43 วัตถุประสงค์ของการจัดการทกรมนุษย์เนี่ย สำหรับหน่วยงานหรือว่าองค์กรนั้นเองนะคะ สำหรับความต้องการขององค์กรนั่นเองประการ ที่ 2 ก็คือเพื่อความต้องการของของทรัพยก มนุษย์เองหรือว่าของกำลังคนเหล่านั้นเอง ว่าเต้องการอะไรจากการทรัพยกมนุยและ ประการที่ 3 ที่เป็นผลเสืบเรื่องกันก็คือ ว่าแล้วสังคมหรือประเทศชาติต้องการให้การ จัดการสภากรมนุษย์นั้นเกิดผลอะไรแน่นอน ต้องเป็นผลดีนะคะเกิดผลอะไรที่จะกระทบกับ สังคมและประเทศชาตินี่คือวัตถุประสงค์ที่ สำคัญนะคะ
48:30 ถ้าไปอีกเรื่อง หนึ่งเมื่อเรารู้ถึงวัตถุประสงค์ของการ จัดการสุกับมนุษย์แล้วว่าในแง่ขององค์กร หรือหน่วยงานต่างๆนั้นก็ต้องการคนดีคนมี ความรู้ความสามารถเข้ามาคนที่เขมาทำงาน เองเขาก็ต้องการทางก้าวหน้าต้องการค่าตอบ แทนที่ดีนะคะต้องการให้ผู้บริหารเนี่ย ปฏิบัติต่อเคอย่างเป็นธรรมเต้องการความ เป็นธรรมในการทำงานนะคะและสังคมและประเทศ ชาติก็ต้องการคนเก่งคนดีที่จะเป็นกำลัง สำคัญของประเทศชาติเช่นเดียวกันเพราะ ฉะนั้นหลักสำคัญในการจัดการพระพกมนุษย์ ซึ่งเป็นหลักสากลเหมายความว่าเป็นหลักที่
49:16 ในประเทศทุกประเทศนะคะที่มีการบริหารจัด การทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในภาค รัฐวิสาหกิจนะคะเก็มีหลักหลักสำคัญที่ ประเทศไทยเยึดมาเป็นหลักในการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์เช่นเดียวกันกราบเรียนใน ที่นี้ว่ามีทั้งหมดด้วยกันเใหญ่ๆเลเนี่ย นะคะสรุปได้ว่าเป็น 4 หลักสำคัญในการจัด การคนะคะหลักแรกเนี่ย เใช้คำว่าหลัก สมถนะ competency Bas management หรือ ว่าในบางตำราอาจจะใช้คำว่าหลักความรู้ ความสามารถแต่ว่าในปัจจุบันนั้นเรยงใช้คำ
50:01 ว่าหลักสมรถนะเพราว่าคำว่าสมนะสมรถนะนั้น ครอบคลุมซึ่งรายละเอียดของเรื่องสมรถนะ เดี๋ยวเราจะพูดถึงกันต่อไปนะคะเอาเป็นั ประการแรกหลักสำคัญในการจัดการสมนุษย์คือ ยึดหลักสมรรถนมาจากคำว่า competency ก็ คือ competency based management หลักที่ 2 ก็คือใช้หลักผลงาน หลักผลงานของของใครก็คือหลักผลงานของทรกร มนุษย์แต่ละคนนั่นเองหรือมาจากคำว่า Performance B management นะคะหลักที่ 3 คือหลักความสอดคล้องกับนโยบายและ ยุทธศาสตร์ของการบริหารองค์กรหมายความว่า ทุกองค์กรเก็ต้องมีนโยบายหรือ policy ก็
50:46 ต้องมียุทธศาสต์หรือ strategy ของตนของตน หมายถึงขององค์กรนะคะเพราะฉะนั้นการจัด การทรัพยากรมนุษย์จึงต้องมีหลักที่ว่าว่า จะต้องจัดการสนุในองค์กรนั้นให้สอดคล้อง กับนโยบายและยุทธศาสตร์ของการบริหารองค์ก นั้นๆด้วยนั่นคือหลักที่ 3 หลักสำคัญที่ 4 ก็คือว่าทั้งภาคเอกชนและภาครัฐเนี่ยนะคะ ท่านอยู่ในประเทศไหนก็ตามตอนนี้ท่านอยู่ ในประเทศไทยท่านก็ต้องใช้หลักในการจัดการ ทิกมนุษย์เให้สอดคล้องกับการบริหารราชการ แผ่นดินหรือ Public Management นะคะนี่คือหลัก 4 ประการในเรื่องของการ บริหารในเรื่องของการบริหารและในเรื่อง
51:33 ของการจัดการเ่าเวกมนุทีนี้ขออธิบายราย ละเอียดในแต่ละ หลักแะขอบคุณมากค่ะในก่อนอื่นนะคะในหลัก สำคัญ 4 ประการที่ได้พูดถึงเรื่องจะขอ อนุญาตอ่าอธิบายราย ละเอียดของแต่ละหลักสำคัญนะคะการแรกพูด ถึงหลักสมรรถนะก่อนหลักสมรรถนะซึ่งมาจาก competency อย่างที่เมเรียนนะคะก็คือการ จัดการสัชมนุษยที่มุ่งพนการปฏิบัติงานที่ เป็นเลิศโดยอาศัยหลักสมรรถนะโดยอาศัย competency ของคนในหน่วยงานและขององค์กร นั้นนะคะอาศัยสมรถนะของคนนะคะคือ competency ของคนคำว่า competency เมา
52:20 จาก competence ก็คือการแข่งขันเพราะ ฉะนั้นคนทุกคนเนี่ยทั้งในยุคปัจจุบันและ ในอนาคตทุกคนต้องแข่งขันแข่งขันกับใครคะ ขั้นแรกแข่งขันกับตัวเองสิ่งที่เราทำวัน นี้ดีแค่ไหนเพงไรวันพรุ่งนี้เราต้องทำดี กว่าวันนี้นั่นคือหลักของ competency นะ คะก็คือสิ่งที่องค์กรทุกองค์กรน่ะต้องการ ให้คนในในในองค์ กรในองค์กร [เพลง] คะไปพอะไรตอแต่อาจจะต้องกดคนี้เอยู่เตัด
53:06 ออกได้ใช่มขั้นต่อไปนะคะเมื่อเรารู้ถึง ว่าการจัดการขกมนุษย์เนี่ยโดยใช้หลัก สมรถนะนั้นคืออะไรแล้วเนี่ยเรามาดูก่อน ว่าแนวคิดที่ใช้ในการจัดการขกมนุษย์โดย หลักสมถนะนั้นคืออย่างไรประการแรกก็คือ แนวคิดขององค์กรที่ต้องการเพิ่มผลปฏิบัติ งานภายในองค์กรซึ่งจะต้องระบุความแตกต่าง ที่สำคัญระหว่างคนที่ปฏิบัติงานดีเด่นกับ คนที่วงานโดยเฉลี่ยแลก็ต้องบูรณาภารกิจ ต่างๆบูรณาหมายความว่ารวมนะคะกิจการต ภารกิจต่างๆในการจัดการทรักรบุคคลหรือการ ทรักรมนุษย์นั้นเช่นไม่ว่าจะเป็นการจ้าง งานการฝึกอบรมการสร้างประสิทธิภาพของคน
53:53 เนี่ยมันลดช่องว่างระหว่างความแตแตกต่าง ของคนที่ทำงานได้ดีเด่นกับคนที่ทำงานปกติ โดยเฉลี่ยทั้งนี้เพื่อให้คนทุกคนนั้นมีผล ของการปฏิบัติงานที่ดีขึ้นจากที่เคยทำ อยู่นะคะเพราะว่าองค์กรจะต้องมีหลักคิด ว่าผลงานของแต่ละคนไม่เท่าเทียมกันการจัด ที่ให้ทุกคนเนี่ยพัฒนาตนเองคงจะไม่พอ เพราะฉะนั้นองค์กรจะต้องมีบทบาทในฐานะของ การจัดการทยากรมนุษย์เนี่ยจะต้องมีวิธี การซึ่งเราจะได้พูดถึงกันในตอนต่อๆไปนะคะ ว่าทำอย่างไรถึงจะให้คนแต่ละคนในองค์กรเ ได้พัฒนาประสิทธิภาพหรือการทำงานของตนเอง ขึ้นไปในหลักของสมรรถนะเนี่ยจะเน้นผู้ ปฏิบัติงานมากกว่างนตัวงานเน้นเรื่องคน
54:42 เพราะฉะนั้นการที่จะพัฒนาการสร้างคนที่ เราเรียกกันว่าทุนมนุษย์สร้างคนให้มีความ รู้ความสามารถมากเท่าไหร่นะคะมีความอ่า สามารถในการผลิตผลงานให้กับองค์กรได้มาก มาแค่ไหนเป็นไรก็คือทำให้ทุนขององค์กร นั้นลดน้อยลงนั้นเองนะคะเพั้นก็จะเน้นที่ ผู้ปฏิบัติงานมากกว่าตัวงานมุ่งการทำงาน ที่เป็นเลิศนะคะเพราะฉะนั้นความคาดหวัง ขององค์กรทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชนเไม่ได้ผลงานไม่ได้นเน้นผล งานที่เป็นค่าเฉลี่ยหรือว่าขั้นต่ำเกือบ ตกนะคะได้หือมานิดเดียวอะไรอย่างนั้นไม่ ใช่แต่ต้องการผลงานของคนที่ทำงานที่ดีใน
55:27 ระดับเลินะคะดีเลิตรงนี้คนทุกคนจึงต้อง แข่งขันกับตัวเองทำวันนี้แล้วดีแวันพรุ่ง นี้ต้องทำดีกว่าวันนี้อีกเพราะนั้นจึง ต้องการผลงานที่เป็นเลิศนะคะและมีเป้า หมายให้ส่วนสนใหญมีผลงานที่ดีเทียมนะคะ นั่นก็คือสิ่งที่เป็นแนวคิดในการที่จะจัด การทนากรมนุษย์โดยเน้นหลักสมรถนะหลัก สมรถนะก็คืออย่างที่ได้กระเนตัวบุคคลนะ คะต่อ ไปในเรื่องของสมรถนะนะคะก่อนอื่นต้องพูด
56:13 กันถึงเรื่องความหมายความหมายที่ได้นำยก มาให้เห็นในวันนี้เนี่ยเลี้ยงใช้ของระบบ รัชการซึ่งได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์นะคะ เพราะฉะนั้นความหมายเรื่องสมรรถนะที่ใช้ ในระบบราชการเป็นความหมายที่เป็น สากลค่อนข้างจะเป็นสากลในภาคของเอกชนแล้ว ก็ภาครัฐวิสาหกิจหรือภาคอื่นๆของประเทศ ไทยนะคะไม่อาจในประเทศอื่นก็ตามก็นำไปใช้ เป็นรูปแบบอันเดียวกันนะคะหรือว่านำไปใช้ เป็นความหมายอันเดียวกันสมถนะในความหมาย ที่ใช้ในระบบราชการแล้วก็ที่ใช้กันเป็นสล เนี่ยก็คือคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมซึ่งเป็น ผลมาจากความรู้นะคะความรู้ก็คือใบประกาศ
57:01 สัญญาบัตรนะคะ certification ต่างๆทักษะ ก็คือความถนัดในงานต่างๆของแต่ละบุคคล ความสามารถนะคะทำอะไรได้เก่งทำอะไรได้ดี ของแต่ละบุคคลเนี่ยตลอดจนคุณลักษณะอื่นๆ เช่นเป็นคนพูดเก่งเช่นเป็นคนหน้าตาดีเช่น เป็นคนแผ่งกายถูกาลเทศะกิริยามารยาทงดงาม นะคะสิ่งเหล่านี้รวมกันทั้งหมดเนี่ยนะนะ คะทำให้บุคคลเนี่ยสามารถสร้างผลงานที่ตัว เองได้รับมอบหมายจากผู้บิชาหรือองค์กร เนี่ยได้อย่างโดดเด่นกว่าผู้อื่นหรือว่า โดดเด่นขึ้นมาเป็นลำดับจากสิ่งที่ตัวเอง เคยปฏิบัติในอดีที่ผ่านมานะคะสิ่งเหล่า นี้เรียกว่าเป็นความหมายของ
57:46 สมรรถนะนะคะสรุปอีกทีนะคะเป็นคุณลูก คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมนะคะเชิงพฤติกรรม ของบุคคลซึ่งเป็นเป็นผลมาจากไม่ไม่ใช่ เป็นเรื่องของใบประกาศปิบัติไม่ใช่เป็น เรื่องของเอกสารแต่เป็นพฤติกรรมซึ่งเป็น ผลมาจากความรู้ทักษะความสามารถและ คุณลักษณะพิเศษอื่นๆที่ทำให้บุคคลสร้างผล งานได้โดดเด่นในองค์กรนะคะนั่นคือความ หมายของ อ่าความหมายของเรื่องสมถนะนะคะเรื่องต่อ ไปอยากจะเรื่องต่อไปที่อยจะพูดถึงนะคะก็ คือในเรื่องของปัจจัยที่ทำให้สมรรถนะและ
58:31 ผลงานของแต่ละคนนั้นแตกต่าง กันโดยสรุปนะคะตามทฤษฎีนะคะประการแรกเพูด ถึงว่าสิ่งที่ทำให้สมรรถนะและผลงานของคน แตกต่างกันประการแรกก็คือแรงจูมใจแรงผลัก ดันเบื้องลึกีของคนแตกต่างกันบางคนมาจาก ครอบครัวที่แตก่าต่างแตกต่างกันบางคนมี พี่น้องไม่เท่ากันนะคะบางคนเป็นลูกคน เดียวแรงจูงใจและแรงสักดันจุต่างกันว่ามา ถึงที่ทำงานแล้วอยากจะทำนู่นทำนี่อยากจะ แสดงตนอย่างโน้นอย่างนี้อยากจะจริงจังกับ งานหรือไม่เพียงใดอย่างไรเป็นแรงจริงใจ ของตัวเองที่แตกต่างกันอุปนิสัย เสเนะคะอุปนิสัยก็คือเป็นคนเอื้ออาภรณ์ แค่ไหนเป็นคนเห็นแก่ส่วนรวมมากน้อยแค่ไหน
59:20 เห็นแก่ตัวแค่ไหนอุปนิสัยก็จะบอกไปถึง สิ่งที่เป็นทั้งสิ่งที่เป็นภาพรบและภาพ บวกของนิสัยของตนเองนะคะภาพลักณ์ภายในของ ตนเองตรงนี้หมายถึง Self image ก็คือ จริงๆแล้วตัวเองเนี่ยอ่ามีสิ่งที่อยู่ ข้างในที่ไม่อยากให้ใครเห็นนะคะหรือว่ามี อยากที่อยากจะสร้างตัวเองขึ้นมาแต่สร้าง เงียบๆขึ้นมาข้างในของตัวเองก่อนข้างใน อย่างไรเนี่ยมันก็ออกผลมาในเรื่องของ พฤิกรรมในการทำงานได้ด้วยบางทีไม่อยาก เด่นนะคะก็ไม่อยากจะแสดงความคิดคิดเห็นใน เรื่องของการทำงานในเรื่องของการอยู่ทำ งานเป็นทีมก็อาจจะทำให้คนอื่นมองไม่เห็น ถึงความสามารถแต่เรื่องนี้ไปก็ได้บทบาท
1:00:06 ที่แสดงออกต่อสังคมของแต่ละคนก็ไม่เหมือน กันบางคนมีความกล้าที่จะแสดงออกแล้วก็ กล้าที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตนของ ตัวเองบางคนมีความกล้าที่จะแสดงออกแต่ไม่ แสดงถึงความเป็นตัวตนแท่จริงของตนเองก็มี นะคะก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนมีแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้น 4 อย่างเลยนะคะแรงจูงใจ อุปนิสัยภาพลักษณ์ภายในของตนเองบทบาทที่ แสดงออกต่อสังคมจึงทำให้คนแต่ละคนในองค์ กรแตกต่างกันไปนะคะนี่คือสิ่งที่เป็นมีผล กระทบกับ สมถนะสิ่งที่ิอยากจะให้นักศึกษาได้เห็นนะ คะเป็นตัวอย่างนะคะสิ่งที่นำให้เห็นนี้
1:00:54 เป็นตัวอย่างเพราะว่าไม่ใช่เป็นสิ่งที่ ใช้กันเป็นเป็นสากลของประเทศไทยนะคะแต่ ว่าใช้กันเป็นในบางประเทศในภาครัฐและใน ภาครัฐของประเทศไทยเนี่ยก็ใช้กันในกับทุก ๆกรมในส่วนราชการนะคะซึ่งเลนให้ตัวเลขไป ในในช่วงแรกของการบรรยายแล้วว่าประมาณ เกือบ 1.2 หรือ 1.3 ล้านคนเนี่ยเป็นข้า ราชการนะคะเพราะฉะนั้นเขาคก็ใช้สมรถนะที่ เป็น มาตรฐานอันเดียวกันซึ่งกำหนดโดยองค์กร กลางบริหารงาบุคคลก็คือคณะกรรมการข้า ราชการพเรือนหรือว่ากพนะคะแต่ว่าท่านนัก ศึกษาสที่สนใจเรื่องภาคเอกชนเนี่ยท่านก็
1:01:39 จะเห็นได้ว่าสมรถนะหลักและสมรรถนะใน เรื่องอื่นๆที่ันอยากจะเรียนเป็นตัวอย่าง ของภาคราชการให้ทราบต่อไปนี้เนี่ยเป็น เรื่องที่ผ่านการวิจัยนะคะโดยบริษัทข้าม ชาติแลก็มาวิจัยในประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น ข้อมูลที่ได้แล้วก็สิ่งที่จะนำไปใช้ ประโยชน์เนี่ยไม่ใช่ใช้แต่เฉพาะในภาค ราชการสามารถนำไปใช้ในภาคเอกชนได้ด้วย สมถนะประการแรกที่ันอยากจะกล่าวถึงคือ สมถนะหลักก็หมายความว่าเหมือนกับว่าเป็น The mas ที่คนทุกคนต้องมี่ะในการทำงาน นะคะไม่ว่าจะเป็นภาคราชการหรือภาครัฐโดย สรุปนะคะประกอบด้วย 5 หลัก 5 ประเด็นด้วย กันนะคะการุ่งผลสัมฤทธิ์ achievement
1:02:26 motivation motivation นะคะสะกดผิดไป นิดนึง motivation การมุ่งผลสัมฤทธิ์ก็ คือสมัยนี้เราไม่พูดกันถึงผลผลิตหรือว่า output อะไรเท่าไหร่นะคะเราพูดไกลกันออก ไปว่าได้ผลผลิตได้ผลลับออกมาแล้วสิ่งที่ จะเกิดขึ้นตามหาก็คือผล สัมฤทธิ์ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันที ทันใดเช่นเราทำเอกสารวิชาการเกิดขึ้น 1 ฉบับเป็นผลผลิตและ 1 ฉบับ นะคะเพื่อเออกมาแล้ว 1 ฉบับให้นักศึกษาไป อ่านแล้วนักศึกษาอ่านแล้วนะคะเป็นผลลับะ ผลลัพธ์ก็คือว่านักศึกษาได้เอกสารแลนำไป อ่านะผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นก็คือว่านัก ศึกษาได้นำข้อความนะคะหรือว่าสิ่งใดที่
1:03:15 อยู่ในเอกสารนั้นไปใช้ให้เกิด ประโยชน์แก่่ชีวิตของนักศึกษาได้อย่างไร บ้างเช่นไปตอบข้อสอบได้หรือว่านำไปใช้ ประโยชน์ในการทำงานในการปฏิบัติงานในที่ ทำงานได้นะคะอันนั้นเรียกว่าเป็นผล สัมฤทธิ์นะคะเพราะฉะนั้นสมถนหลักเนี่ย มุ่งที่ผลสัมฤทธิ์ตัวไหนมุ่งการบริการที่ ดีบริการที่ดีก็คือว่าต้องมีเซอร์สใหม่นะ คะต้องไม่ถึงกับต้องยิ้มยันแจ่มใสนะคะแต่ หมายความว่ายิยันแจ่มใสก็ดีเป็นวิสัยของ คนไทยแต่ว่าบางประเทศเนี่ยเคไม่ยิ้มหรอก นะคะไปยิ้มให้เาเบเเรกว่าเอ๊ะเราผิดปกติ หรือเปล่านะคะอย่างเช่นันเคยเป็นผู้ดูแล นักเรียนอยู่ที่ประเทศสหพันธ์สาธารณั
1:04:01 เยอรมันเนี่ยเข้าไปในร้านคล้าของต่างๆเรา ก็ยิ้มเข้าไปก่อนเจ้าหน้าที่เผู้หญิงเก็ ไม่ยิ้มกับเราหรอกคะเพราะว่าเพราะว่าเาก็ ไม่รู้ว่าเอ๊ะทำไมคุณผู้หญิงันนี้แคต้อง ยิ้มด้วยนะคะแต่พอพูคุกันแล้วเนี่ยเจะให้ บริการเราในสิ่งที่ดีที่สุดอะไรที่ไม่ เหมาะกับเราอะไรที่เป็นสิ่งที่มีข้อบก พร่องเก็จะไม่ให้เราซื้อออกไปจากร้านนั้น นั่นคือการให้บริการที่ดีนะคะตัวอย่าง เป็นตัวอย่างอันหนึ่งการสั่งสมความเชี่ยว ชาญในงาน อาชีพเป็น exert ที่สำคัญยิ่งเลยนะคะ เพราะว่าจะต้องการมีสมรรถนะสมรรถนะหลัก ที่สำคัญอันหนึ่งก็คือว่าท่านทำหน้าที่ อะไรท่านต้องเป็นที่พึ่งของคนอื่นของ
1:04:46 เพื่อนของหัวหน้าและของตนเองของคนภายนอก ได้ในวิชาชีพนั้นในความรู้นั้นพูดง่ายๆ ว่ารู้รู้ให้จริงในสิ่งที่ทำอยู่ในสิ่ง ที่ประกอบอาชีพอยู่หรือมีงานอยู่นะคะยึด มั่นในความถูกต้องชอบธรมและจริยธรรม integrity ตัวสะกดก็จะต้องเป็น i n n t e t r iy นะคะ integrity ความหมายก็คือ ว่าเมื่อพูดถึงสมรรถนะไม่ได้พูดถึงแต่ทาง กายภาพเท่านั้นนะคะแต่ร่วมแล้วถึงความยึด มั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมและก็ จริยธรรมประเด็นที่ 5 นะคะก็คือในเรื่อง
1:05:32 ของการทำนานเป็น ิมเป็นเรื่องสำคัญมากนะ คะข อจารการทำนเป็นีอย่างที่เรียนพูดถึงเนี่ย ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นเพียงกีฬาสีหรือว่า เป็นทีมร่วมกันระหว่างในหน่วยงานนะคะแต่ การทำงานเป็นทีมเนี่ยหมายถึงว่าเป็นทียม ทั้งกับผู้มาคบัญชาเนือขึ้นไปทั้งกับผู้ ตั้งบัญชาทั้งกับเพื่อนร่วมงานอนาคเดียว กันและคนอื่นๆที่เข้ามาเป็นลูกค้าหรือว่า ทำงานร่วมกันกับเราสมถนะที่ 2 ที่อ่า
1:06:18 ประเภทที่ 2 ที่ันอยากจะกล่าวถึงก็คือใน เรื่องของสมถนะทางการบริหารเช่นสภาวะของ การเป็นผู้นำ leadership คำว่า leadership นี่ไม่ได้ หมายความว่าต้องเป็นหัวหน้านำคนเป็นเป็น ผู้ใหญ่ตลอดนะคะแต่ชินี่หมายความว่าอะไร ที่เป็นสิ่งที่ดีอะไรจะเป็นสิ่งที่ถูก ต้องทำก่อนคนอื่นสามารถกล้าหาที่จะทำกอง คนอื่นได้นั่นคือสอภินังวิสัยทัศน์ก็คือ มอบไปข้างหน้าเป็นคนที่ไม่ใช่มองแต่วัน นี้ที่แล้วมามองข้างหลังอยู่เรื่อยเลยโก เศร้าอยู่กับอดีตเลยอะไรอย่างเงี้ยเสียใจ อยู่กับสิ่งที่ทำไปเรื่อยเลยก็มีประโยชน์ นะคะเป็นบทเรียนแต่ว่าชีวิตของของการทำ
1:07:03 งานนั้นต้องมองไปข้างหน้าและพัฒนาให้ดี ขึ้นคือวิสัยทัศน์นะ คะการวางกลยุทธ์ทางด้านภาครัฐในเรื่อง strategy เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วก็คือการ ทำงานอย่างมีวิสัยทัศน์ที่ันพูดถึงมาก่อน นั่นเองทำงานอย่างมีเป้าหมายแล้วก็ เลือกว่าจะทำตามเป้าทำวิธีการใดจึงจะ บรรลุเป้าหมายและวิีและวิสัยทันได้อย่า เร็วที่สุดดีที่สุดมีประสิทธิภาพที่สุดก็ เรียกว่ามีการวางกลยุทนะคะต้องมีศักยภาพ เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงก็คือต้องเป็นผู้นำ ที่จะอย่างที่เรกราเรียนตอนแรกว่าอะไรที่ ดีอะไรที่ควรเนี่ยเริ่มทำเองก่อนได้เรียก
1:07:50 ว่าเป็นผู้นำก่อนได้ไม่ใช่ว่าไปพูดให้คน อื่นเปลี่ยนแต่ตัวเองก็ไม่เปลี่ยนตัวเอง ต้องสามารถควบคุมตัวเองได้นั่นคือเป็น สมถนะของการเป็นผู้บริหารดนะคะอันนี้เข้า ใจง่ายการสอนงานและมอบงานเว่าท่านเป็นผู้ บริหารเป็นในการบริหารเขว่าท่านเป็นผู้ บิหารน่าจะเป็นหัวหน้างานมีลูกน้องคน เดียวก็บริหารแล้วนะคะท่านต้องควบคุมตน เองได้ต้องไม่เป็นมนุษย์ป้าออกไปให้เป็น ที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นการงที่ไม่ดีนะ คะแล้วก็จะต้องรับผิดชอบสอนงานแลมอบหมาย งานให้กับคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วย
1:08:37 [เพลง] คะสำหรับสมรรถนะอีกประเภทอีกชนิดหนึ่งนะ คะประการแรกอย่า 2 ประการแรกนั้นพูดไป แล้วว่าสมรรถนะที่เป็นสมรรถนะหลักของคน ที่จะดำรงตำแหน่งต่างๆสมถนะประการที่ 2 คือสมถนะสำหรับผู้ที่เป็นผู้บริหาร ส่วนสมรรถนะที่ 3 ที่นั้นจะกล่าวถึงเนี่ย ถึงแม้ว่ายังยกตัวอย่างของภาคราชการอยู่ นะคะแต่ว่าจะเห็นว่าสามารถนำไปใช้กับทั้ง ในภาคธุรกิจแล้วก็ในกรณีที่ท่านเป็นเจ้า ของธุรกิจเองหรือว่าสำหรับการที่นักศึกษา จะใช้ในการพัฒนาสมรรถนะของตัวเองสำหรับ การทำงานนะคะสมรถนะประเภทที่ 3 จะประกอบ ด้วย 16 ประการด้วยกันนะคะยังก็เอาเอาหัว
1:09:24 ข้อมาเล่าให้ท่านฟังซึ่งตามหัวข้อก็จะ เป็นที่เข้าใจนะคะประการแรกก็คือว่า สมรถนะในเรื่องของการคิดวิเคราะห์คือไม่ ใช่คิดอย่างเดียวแต่ว่าต้องวิเคราะห์ถึง ที่มาที่ไปข้อดีข้อเสียวิเคราะห์แยกแยก เป็นวิเคราะห์นี้คือการแยกนะแยกเรื่องที่ เรากำลังศึกษานั้นออกจากกันให้เห็นแต่ละ ส่วนถึงที่มาที่ไปต่างๆนะคะตรงข้ามกับ เรื่องการสังเคราะห์การสังเคราะห์คือการ รวมทุกอย่างเข้ามาด้วยกันนะคะสะอ่าลักษณะ งานประวันที่ 2 คือมองภาพองค์รวมมองภาพ องค์รวมหมายความว่าท่านอย่ามองแค่ถ้า สมรรถนะของคนที่ทำงานในเรื่องที่ที่องค์ กรต้องการเนี่ยอง์องค์กรต้องการคนที่มอง
1:10:10 ภาพกว้างที่มองภาพทุกอย่างมองจิ๊กซอหลายๆ ตัวประกอบกันเข้ามาไม่ใช่มองอยู่แต่ จิ๊กซอตัวเดียวสวยมสีสวยมนะคะแต่มองว่า ภาพทั้งหมดของขั้นตอนหรือว่าการปฏิบัติ งานต่างๆของหน่วยงานต่างๆหรือของเจ้าหน้า ที่ตำแหน่งต่างๆในในองค์กรนั้นน่ะรวมแล้ว เี่มันคือภาพอะไรต้องการไปสู่ วัตถุประสงค์ใดนะคะนั่นคือการต้องมองภาพ ในองค์รวมให้เป็นนะคะคือทักษาของคนที่ องค์กรต้องการคือคือสมรรถนะที่องค์กร ต้องการสมถนะในการใส่ใจและพัฒนาผู้อื่น ไม่ใช่ดูจตัวเองนะคะไม่ใช่อแอำนาจอ่าๆ
1:10:57 อำเภอใจของตัวเองเหมือนที่เเรียกมนุษย์ ป้ามนุษย์ลุงทั้งหลายนะคะทำไมไม่เรียก มนุษย์ลุงไม่รู้เรียกจะมนุษย์ป้านะการ สั่งการตามอำนาจหน้าที่นะคะอำนาจหน้าที่ ตัวนี้หมายความว่าท่านได้รับมอบหมายจาก หัวนงานจากผู้วิชาจากตามกฎหมายให้ท่านทำ อะไรท่านก็ต้องทำตามหน้าที่นั้นแล้วก็ ต้องหาข้อมูลไม่ใช่ว่าอยู่เฉยๆรอว่าเมื่อ ไหร่จะหนังสือพิมพ์เป็นโล เมื่อไหร่จะมีใครมาเล่าให้ฟังนะคะงานต่าง ๆนั้นการสืบสอบข้อมูลบางครั้งเป็นเรื่อง ที่ต้องสืบสอบข้อมูลเป็นหลักสำคัญที่จะ ต้องเป็นหน้าที่ของคนผู้ปฏิบัตินั้นแต่ บางลักษณะงานก็ไม่จำเป็นแต่ต้องแสวงหาข้อ มูลที่เกี่ยวข้องเพื่อมาประกอบกับการตัด
1:11:44 สินใจและการวิเคราะห์งานเพื่อให้งานที่ เราทำนั้นดีที่สุดนะคะในสมรรถนะงานนี่คือ เรื่องสมรถนะงานเฉพาะตามอาณางานที่ ปฏิบัติ สมรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติอีกสัก 56 ประการนะคะประการที่ 6 เนี่ยคือความ เข้าใจข้อแตกต่างทางวัฒนธรรมซึ่งมีความ จำเป็นมากสำหรับท่านผู้บริหารท่านผู้จัด การด้านทรัพยากรมนุษย์เท่าไหร่คะเราพูด ถึงทั้งภายในองค์กรและเราหมายถึงและเรา พูดถึงภายภายนอกองค์กรลงทั้งภายนอกประเทศ ด้วยเอาเฉพาะทางภายในองค์กรก่อนวัฒนธรรม ของบุคคลนะคะข้อแตกต่างของวัฒนธรรมของ
1:12:33 บุคคลภายในองค์กรเริ่มเปลี่ยนอย่างมากและ จะเปลี่ยนอย่างมากขึ้นปัจจุบันเนี่ยใน องค์กรท่านจะประกอบด้วยคนในหลายระดับหลาย Generation ของวัฒนธรรมท่านอาจจะประกอบ ด้วยคนยุคเบี้ภูมินะคะคือยุคที่เกิดขึ้น ที่ที่ปัจจุบันก็ประมาณ 60 กว่าๆนะคะหรือ อีกกลุ่มนึงเป็นกลุ่ม x ใกล้ๆ 60 ทาง ราชการก็เรียกว่าใกล้เกษียณหรือว่าทางภาค เอกชนก็อาจจะเกษียณ 60 ก็มีนะคะอีกกลุ่ม หนึ่งก็เป็นกลุ่มทั่วๆไปดาวค้างฟ้านะคะ อีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นกพวก Generation x อีกกลุ่มนึงอาจจะเป็น Generation Y จะ เข้ามาก่อนสักเข้ามาก่อนหน้านี้สัก 2-3
1:13:18 ปีนะคะซึ่งกลุ่มแต่ละกลุ่มเหล่านี้ฟัง เพลงก็ไม่เหมือนกันเพราะฉะนธรรมไม่เหมือน กันความชอบความแตงกายกันไม่เหมือนกันความ คิดที่สำคัญคือความคิดและวิธีการทำงานแตก ต่างกันนะคะรวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะ เข้ามาที่เขาเรียกตัวเองว่าเป็น Generation C เจซนะคะเาจะพูดแต่คอมพิวเตอร์น่ะนะคะ เพราะฉะนั้นความเข้าใจข้อแตกทางทางธรรม จึงเป็นสบนที่จำเป็นสำหรับบางลักษณะงานนะ บางลักษณะงานเท่านั้นนะคะอันนี้ขึ้นอยู่ กับที่องค์กรจะเลือกที่จะกำหนดว่าตำแหน่ง ไหนคนไนอ่าลักษณะงานอย่างไหนท่านต้องการ
1:14:03 คนที่มีสมรรถนะเฉพาะในเรื่องนี้นอกจาก นั้นในเรื่องของความเข้าใจผู้อื่นความ เข้าใจองค์กรและระบบงานขององค์กรนะคะหรือ การดำเนินการในเชิงรุไม่ใช่ตั้งรับอย่าง เดียวต้องออกไปติดต่อลูกค้าต้องติดต่อ ตลาดต้องไปเดินดูในตลาดก็เป็นอย่างไรนะคะ ต้องติดต่อว่าโลกก็ไปถึงไหนแล้วนั่นคือ เรื่องของในเชิงรูปการตรวจสอบความถูกต้อง ของกระบวนการในการทำงานนั่นคือความสมถนะ ที่จำเป็นของบุคคลเพราะบางคนทำงานไปแล้ว ทำแล้วทำเลยไม่เคยตรวจสอบว่าสิ่งที่ฉันทำ ไปนั้นเกิดประโยชน์หรือไม่หรือว่าผิดถูก แค่ไหนอย่างไรคงปรับปรุงแค่ไหนอย่างไร อย่างงั้นไม่ได้แล้วนะคะสมรรถนะของคนรุ่น
1:14:50 ใหม่ต้องปรับเปลี่ยนนะคะสมรรถนะในประเด็น ที่ 3 นะคะคือสมรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ ปฏิบัติเยังไม่หมดอ่า 10 ประการที่เนเล่า ให้ฟังนะคะยังมีอีก 56 ประการด้วยกัน ประการที่ 11 ก็คือความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นใจในตัวเองหรือว่า Self confidence ก็หมายความว่าเป็นสมถนะที่ เฉพาะสำหรับลักษณะงานที่ปฏิบัติที่ผู้ที่ ปฏิบัติงานนั้นน่ะต้องมีความมั่นใจในตน เองมากในระดับหนึ่งนะคะมากในระดับที่่า พร้อมที่จะแสดงถึงความเห็นถึงความคิดนะคะ
1:15:36 พร้อมที่จะแสดงถึงความเป็นตัวตนของตัวเอง เต่อสาธารณะหรือว่าตอบผู้ต้าบังคับบัญชา หรือว่าตอบผู้อื่นได้นั่นคือความมั่นใจใน ตนเองเพราะฉะนั้นสิ่งที่เ่อเป็นคุณสมบัติ ที่อยู่เบื้องลึกของแต่ละบุคคลที่ส่งให้ แต่ละบุคคลเนี่ยมีความมั่นใจในตัวเองมาก น้อยต่างกันอย่างไรเนี่ยอันนี้ก็เป็น ประเด็นที่สำคัญนะคะในเรื่องของการจะต้อง คำนึงถึงเรื่องสมรถนะเฉพาะทางด้านความ มั่นใจในตนเองสมรถนะในประการที่ 2 นะคะ คือความยืดหยุ่นควนปล่นคือนอกจากจะมั่นใจ ในตัวเองแล้วเนี่ยเท่านั้นยังไม่พอนะคะ ต้องไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่เป็นตัวตนของ
1:16:22 ตัวเองมากเกินไปจนทำให้เกิดผลเสียกับใน เรื่องของการปฏิบัติงานหรือว่าในการ บริหารงานด้วยโดยเฉพาะในเรื่องการบริหาร คนเพราะว่าการที่เราอยู่กับคนเนี่ยการ แสดงถึงความมั่นใจตัวเองเพื่อให้เกิดความ มั่นใจในบุคคลอื่นที่มีอยู่ต่อตัวเราด้วย เนี่ยแล้วก็เพื่อความมั่นใจในสิ่งที่ตัว เราจะแสดงกับคนอื่นได้ด้วยเนี่ยต้องมี ความยืดหยุ่นความปรน flexibility ทำไมจึง ต้องยืดหยุ่นเพราะว่าในการจัดการกับ ทรัพยากรมนุษย์ในการทำงานกับคนเนี่ยนะคะ สมรรถนะของคนที่จะต้องทำงานกับคนได้เนี่ย จะต้องมีความเคารพในความคิดแล้วก็ศรัทธา
1:17:10 แล้วก็ภูมิหลังของผู้อื่นอยู่ในระดับ หนึ่งด้วยนะคะเพื่อที่จะได้นำมาประกอบเพ เราควรที่จะต้องมีความยืดหยุ่นความพรนใน การที่จะทำงานร่วมกันทั้งนี้ก็เพื่อความ สำเร็จในงานที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน นั่นเองประการที่ 13 นะคะคือสมรรถนะใน เรื่องของศิลปะการสื่อสารจูงใจในประเด็น นี้เนี่ยก็เพื่อที่จะจูงใจให้คนที่อยู่ใน ทีมงานเดียวกันหรือว่าคนที่ทำงานร่วมกับ เราหรือว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในทีมเดียวกัน แต่ว่าเขาจะต้องให้ความเห็นเขาจะต้อง สนับสนุนนะคะในสิ่งที่เราเป็นผู้นำเสนอ เพราะฉะนั้นศิลปะของการศึกษาและวิจัย
1:17:55 เนี่ยเป็นสมรรถนะเฉพาะที่สำคัญอีกประการ หนึ่งสำหรับท่านที่มีรักษนางานที่ต้องทำ งานเกี่ยวกับการสื่อสารนะคะเกี่ยวกับการ ที่จะปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเกี่ยวกับ การที่จะต้องจูงใจให้บุคคลอื่นเนี่ยเห็น พร้อมกับความคิดเห็นพร้อมกับข้อเสนอของ ท่านและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับท่าน ด้วยสมรถนะประการที่ 14 นะคะในเรื่องของ สมรถนะเฉพาะตามพลังงานที่ปฏิบัติก็คือ สุนทรียภาพทางด้าน ศิลปะก็หมายความว่านอกจากท่านจะมีความรู้ ความสามารถในการที่จะทำงานสื่อสารกับผู้ อื่นได้แล้วเนี่ยนะคะความสามารถในความ
1:18:42 เข้าใจในเรื่องของศิลปะและความสามารถใน เรื่องของการที่จะอธิบายที่มาที่ไปหรือ ว่าให้ความเห็นนะคะหรือว่าจะสามารถทำตัว เองให้มีความสุขกับในเรื่องของศิลปะก็ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่จะเสริมให้ ความรู้ความสามารถและการปฏิบัติงานของ ท่านนัน่ะบรรลุถึงผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ ประเด็นที่ 15 นะคะก็คือความผูกพันที่มี ต่อส่วนราชการอันอขึ้นอยู่กับจิตใจขึ้น อยู่กับความรู้สึกของท่านที่อยู่ในแต่ละ องค์องค์การนะความผูกพันที่มีต่อส่วนชการ
1:19:27 นี้มาจากคำภาษาอังกฤษว่า organizational commitment comm เคหมายความว่าผูกพัน ถึงขนาดที่ว่าท่านต้องยอมเสียสละเสียสละ อะไรเสียสละความสุขส่วนตัวเสียสละเวลาที่ เป็นเรื่องของส่วนตัวเสียสละความรู้ความ สามารถที่ท่านศึกษามาอย่างดีแล้วก็ใฝ่หา มาความมาอย่างดีสั่งสมมาเป็นอย่างดีนั่น น่ะท่านต้องมีความผูกพันที่ที่จะเสียสละ สิ่งเหล่านั้นให้กับประโยชน์ของราชการ หรือให้กับหน่วยงานที่ท่านทำดูนะคะั้นจะ ใช้คำว่าสวนราชการหรือว่าในหน่วยงานมามา เป็นตัวอย่างนะคะแต่ว่าในทางปฏิบัตินั้น สมรถนะเฉพาะตามลักษณะที่ปฏิบัติตลอดจน
1:20:15 สมรถนะอื่นที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นน่ะล้วน แต่นำไปใช้ได้ทั้งในฐานะที่ท่านปฏิบัติ งานอยู่ในภาคเอกชนในภาครัฐวิิตหรือแม้ว่า จะเป็นเจ้าของกิจการของตนเองก็ตามประการ สุดท้ายนะคะประการที่ 16 ของสมรรถนเฉพาะ ตามลักษณะงานที่ปฏิบัติที่ทางราชการได้ กำหนดและเยนเห็นว่ามีความจำเป็นแล้วก็ เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับใน ทุกๆหน่วยงานได้ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภาค ส่วนใดของประเทศก็ต่างเนี่ยก็คือการสร้าง สัมพันธภาพที่ดี relationship building การสร้างสัมพันธภาพนี่แน่นอนเราพูดถึงใน ทางที่ดีนะคะการที่จะมีความสามารถในการ
1:21:03 ที่จะแสดงตนหรือว่าแสดงความเป็นตัวตนของ ท่านและก็ทำให้คนอื่นเนี่ยมองเห็นว่าควร ที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเนี่ยเป็น สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้คนที่ทำงาน ร่วมกันในองค์กรเนี่ยได้หันหน้าเข้าหากัน แล้วก็ทำงานร่วมกันคิดต่อกันไปในทางที่ เป็นทางบวกและจะทำให้เกิดผลที่เป็นทางบวก กับองค์กรนะ คะที่เนกราเรียนท่านมาทั้งหมดเี่นะคะก็ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ สมรถนะเรียนได้พูดถึงลักษณะของสมถนะที่ จำเป็นสำหรับท่านที่จะทำงานเนี่ยที่จะใช้
1:21:49 ในเรื่องของหลักเอ่อในเรื่องของการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์่ะนะคะหลักที่ 2 ที่สำคัญ ในการจัดการรกรมนุษย์ต่อจากหลักสมรถนะ เนี่ยก็คือหลักผลงานมาจากคำว่า Performance Bas management นะคะหมาย ความว่ายึดผลงานของผู้ปฏิบัติงานเนี่ย เป็นหลักไม่ใช่ยึดผลงานขององค์กรนะคะใน ที่นี้คือยึดหลักผลงานของบุคคลเป็นหลัก เพราะงั้นด้วยความหมายของการหลักของการ ใช้หลักผลงานเนี่ยก็คือการจัดการทรัพยากร มนุษย์ที่เน้นความสำคัญของการบริหารผลการ ปฏิบัติงานการบริหารผลของการปฏิบัติงานนะ คะและการประเมินการปฏิบัติงานและนำข้อมูล
1:22:36 หรือผลที่ได้จากการบริหารผลการปฏิบัติงาน นั้นมาใช้ประโยชน์ในภารกิจต่างๆของการ ทรัพยากรมนุษย์เพราะฉะนั้นในเรื่องหลัก ของผลงานเนี่ยมีคำ 2 คำที่เข้ามามีความ สำคัญก็คือคำว่าการบริหารผลการปฏิบัติงาน และการประเมลการปฏิบัติงานซึ่งมีความ เกี่ยวกเรื่องกันสำหรับในช่วงเวลาวนี้คง จะไม่ไม่ได้พูดถึงรายละเอียดของในเรื่อง ผลเรื่องการบริหารผลการปฏิบัติงานและการ ประเมินผลการปฏิบัติงานนะคะเพราะว่าเป็น เรื่องใหญ่และควรจะได้มีการพูดถึงราย ละเอียดในเรื่องนี้ในการอ่าบรรยายครั้ง ต่อๆไปนะคะแต่สำหรับในวันนี้เนี่ยให้ท่าน เห็นหลักสำคัญในการจัดการทรัพยากรลุกรร ว่าหลักสำคัญอีกประการหนหนึ่งนั้นคือหลัก
1:23:24 ในเรื่องของผลงานและเมื่อมีการบริหารผล การปฏิบัติงานมีการประเมินผลการปฏิบัติ งานแล้วผลที่ได้จากการบริหารผลการปฏิบัติ งานนั้นผลที่ได้จากการประเมินผลการ ปฏิบัติงานนั้นก็จะต้องถนำมาใช้ ประโยชน์จะใช้ประโยชน์ในเรื่องใดบ้างนะคะ ก็จะใช้ประโยชน์ในเรื่องของภารกิจในการ จัดการทรัพยากรมนุษย์เช่นในเรื่องของการ พัฒนาคนในเรื่องของการให้ค่าต่อแทนใน เรื่องการให้รางวัลในการปฏิบัติงานตลอดจน ถึงการย้ายให้เข้าไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะ สมกับงานที่เปฏิบัติหรือเลื่อนให้เคดำรง ตำแหน่งในระดับที่ถูกขึ้นนะคะนี่คือความ
1:24:10 หมายของคำว่าหลักของผลการปฏิบัติงา ค่ะ เรืกเมื่อพูดถึงหลักสำคัญประการที่ 2 ไป แล้วนะคะคือในเรื่องของหลักการอ่าผลงาน หลักสำคัญในการจัดการวัฒกรมนุษย์อีก ประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก็
1:24:57 คือหลักความสอดคล้องกับนโยบายและ ยุทธศาสตร์การบริหารองค์กรหรือการบริหาร หน่วยงานนั้นนั่นเองมาจากคำว่า Organization polic and strategy นะ คะคือทุกองค์กรทุกหน่วยงานในปัจจุบัน เนี่ยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการกำหนด นโยบายขององค์กรว่าจะไปในทิศทางไหนแล้วจะ เน้นเรื่องอะไรแล้วก็จะกำหนดยุทธศาสตร์ หรือ strategy ว่าการที่จะไปบบลุสิ่งที่ เป็นเป้าหมายหรือทิศทางที่กำหนดเอาไว้ นั่นน่ะจะต้องทำอย่างไรนะคะเพราะฉะนั้นใน การจัดการทรัพยากรมนุษย์ก็ต้องคำนึงถึง ด้วยว่าการจัดการและกำหนดนโยบายของ ทรัพยากรมนุษย์นั้นจะต้องสอดคล้องและ บูรณาหมายความว่าจะต้องรวมกันร่วมกันนะคะ
1:25:46 ประสานกันกับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการ บริหารด้านอื่นๆของหน่วยงานหรือขององค์ การด้วยเช่นถ้าเผื่อว่าหน่วยงานเน้นการ กำหนดยุทธศาสตร์ด้านค่าตอบแทนสำหรับกลุ่ม กำลังคนที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จด้าน ภารกิจขององค์การนะคะเพราะฉะนั้นในการ กำหนดนโยบายและ ยุทธศาสตร์ของการบริหารงาของการจัดการ บุคคลเนี่ยก็ต้องเน้นว่าทำอย่างไรถึงจะ จูงใจนะคะในด้านค่าตอบแทนเจูงใจให้คน เนี่ยเข้ามาทำที่มีความสำคัญกับหนวความ สำเร็จขององค์กรเนี่ยให้ความสนใจกับองค์ กรเข้ามาทำงานกับองค์กรอย่างเช่นกระทรวง
1:26:34 ใดกระทรวงหนึ่งเต้องการคนที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษแล้วก็ การมีความรู้ในเรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศเก็อาจจะต้องมีนโยบายที่ทาง ด้านหรือว่ายุทธศาสตร์ทางด้านกำลังคนที่ ชัดเจนนะคะเกี่ยวกับการที่จะสรรหาแล้วก็ ให้ได้มาซึ่งซึ่งคนที่มีความรู้ความ สามารถสูงสุดในทางด้านภาษาต่างประเทศและ ทางด้านนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อที่จะได้ช่วยให้องค์กรหรือว่า กระทรวงที่มีความต้องการหรือมีเป้าหมายใน เรื่องการบริหารการต่างประเทศนนได้บรรลุ วัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรได้ อย่างได้อย่างมีอ่าประสิทธิภาพนะคะนั่นก็
1:27:20 คือสิ่งที่เป็นหลักสำคัญอีกประการหนึ่งใน การที่จะ ค่ะหลักสำคัญอีกประการหนึ่งนะคะก็คือหลัก ของความสอดคล้องกับการบริหารราชการแผ่น ดินท่านนักศึกษาอาจจะมองเห็นว่าเอ๊ะทำไม พูดถึงในเรื่องราชการแล้วก็พูดถึงเรื่อง ราชการแผ่นดินอยู่เรื่อยทำไมไม่พูดถึงภาค เอกชนนะคะดิฉันอยากจะเรียนให้ทราบว่าทั้ง ภาคเอกชนและภาคราชการและทุกภาคส่วนใน ประเทศนะคะจะไม่สามารถที่จะไม่คำนึงถึง ความสอบของการจัดการทรัพกรมนุษย์ในภาค ส่วนของตนเนี่ยให้สอดคล้องกับการบริา ราชการแผ่นดินได้เพราะว่าการราชการแ บริหารราชการแผ่นินก็คือการบริหารประเทศ ทั้งหมดของประเทศนั่นเองนะคะเพราะฉะนั้น
1:28:09 หลักของความสอดคล้องกับการบริหารราชการ แผ่นดินก็หมายถึงการจัดการทรัพย์กรมนุษย์ ทั้งในภาครัฐและก็ภาคเอกชนของประเทศไทย เนี่ยตอนนี้เราพูดถึงประเทศไทยนะคะจะต้อง มีความสอดคล้องนะคะจะต้องมีความเอื้อต่อ การบริหารราชการแผ่นดินด้วยทั้งนี้เพื่อ อะไรคะก็เพื่อที่จะสร้างทัพยากรมนุษย์ของ ประเทศเนี่ยไม่ว่าจะจะอยู่ในภาครัฐหรือจะ อยู่ในภาคเอกชนเนี่ยให้มี คุณภาพสูงสุดเท่าที่จะสามารถทำได้และ สามารถที่จะช่วยขับเคลื่อนภารกิจของ ประเทศเนี่ยให้ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนได้เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน อันเป้าหมายใหุ้ขคืออะไรคะก็คือเป้าหมาย
1:28:56 ของการตอบสนองความต้องการของความสุขของ ประชาชนที่อยู่ในประเทศนั่นเองนะคะเพราะ ฉะนั้นการที่การจัดการทรัพยกรมนุษย์จะสอด คล้องกับการบริหารราชการแผ่นดินได้นั้นก็ ต้องยึดหลักสำคัญที่การบริหารราชการแผ่น ดินยึดอยู่ในปัจจุบันซึ่งในที่นี้เรนอยาก จะพูดถึงหลักของการบริหารภาครัฐในแนวใหม่ New Public management ซึ่งเป็นทฤษฎี ของการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่นะคะที่ ได้ใช้ มาหลายปีแล้วนะคะแต่ว่าไม่ไม่ใช่ใช้ใน ประเทศไทยแต่ใช้ในประเทศที่เจริญแล้วแล้ว ก็อยู่ในตำราอยู่ในเอกศาสตร์วิชาการของ
1:29:42 การบริหารจัดการภาครัฐมาหลาย 10 ปีแล้วนะ คะพร้อมทั้งหลักอีกหลักหนึ่งก็คือหลักทาง ด้านการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหรือ ที่ทางราชการใช้คำว่า Good governance นะคะแล้วก็ใช้คำว่าบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดีหรือว่าทางเอกชนท่าน จะคุ้นเกยจากคำว่าหักหลักธรรมาภิบาลซึ่ง ก็หมายความว่าเป็นหลักสากลที่จะทำให้เกิด ประโยชน์สุขกับคนที่อยู่ในองค์กรแล้วก็ อยู่ในประเทศนะคะเพราะฉะนั้นหลักที่ 4 ที่อยากจะให้นักศึกษาได้ได้ทราบเี่ก็คือ หลักของความสอดคล้องกับการบริหารราชการ แผ่นดินั้การจัดการทรัพยากรมนุษย์ไม่ว่า จะอยู่ในภาครัฐหรืออยู่ในภาคอ่าเอกชนนะคะ
1:30:31 ต้องคำนึงถึงหลักทั้ง 4 ประการอย่างที่ เรียนได้เล่ามาตั้งแต่ต้นก็คือหลักใน เรื่องของการ อ่าสมรรถนะนะคะหลักในเรื่องของผลงานนะคะ แล้วก็หลักในเรื่องของการความสอดคล้องใน เรื่องของการที่จะอ่าสอดคล้องกับเรื่อง การบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดเนี่ยก็ เป็นหลักที่ทางการจัดการพครมนุษย์จะต้อง ยึเหลักในการบริหารนะ
1:31:19 คะเกก็จะสรุปให้ท่านเห็นภาพก่อนนะคะว่า ที่บอกว่า New Public management นั่น น่ะมันคืออะไรอาจจะเป็นคนละหัวข้อกับวิชา นี้นะคะแต่ว่ามีความเชื่อมโยง กันในประการแรกนะคะที่บอกว่าเป็นกำจัดการ ภาครัฐแนวใหม่อันนี้เป็นสากลนะ คะหลักประกันแรกของเขาหรือว่าลักษณะ ประการแรกของเขาก็คือว่าให้ความสำคัญต่อ ผู้รับบริการ Public service oriented ถ้าพูถึงในแง่ของของภาครัฐหรือว่า customer oriented ลูกค้าเป็นหลักนั่น เองปรับปรุงประสิทธิภาพ productivity productivity นักศึกษาเข้าใจแล้วนะคะรู้
1:32:05 สึกว่าต้องรวดเร็วต้องยักษ์แล้วก็มีผล สำเร็จเปิดการแข่งขันให้การบริการนะคะ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนะต้องแข่งขันหน่วย งานที่มีหน้าที่คล้ายคืนกันอยู่คนละ จังหวัดกันเช่นสาขาของธนาคารนะคะทำที่ อย่างเดียวกันแต่อยู่คนละเขตพื้นที่ก็ ต้องแข่งขันกันไม่ใช่แข่งขันอะไรต่างแข่ง ขันกับตัวเองนั่นแหละแข่งขันกับ ประสิทธิภาพการทำำงาของตัวเองเพราะฉะนั้น นักศึกษาก็จะเห็นว่ามีไม่ว่าจะไปไปไปติด ต่อราชการที่สำนักงานอ่าเขตของ กรุงเทพมหานครนะคะหรือว่าจะไปติดต่อ ธนาคารหรือว่าบริษัทบางแห่งก็จะมีแบบสอบ ถามให้ผู้รับบริการเนี่ยประเมินการ
1:32:52 ปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้นอันนี้นะคะก็ คือเป้าหมายการหมายถึงว่าการปฏิบัติงาน ที่นำไปสู่เป้าหมายของการทำให้เกิดการสด คล้องกับการบริหารภาครัฐแนวใหม่สอดคล้อง กับ New Public management นะคะก็เป็น หน้าที่ของทางฝ่ายการจัดการส้ยกับมนุษย์ร ขนาดภาครัฐด Sing Down Sing ไม่ใช่หมาย ความว่าอ่าโครงการลดน้ำหนักของบุคคลนะคะ แต่หมายความว่าเป็นการลดโครงสร้างลดขณะ ของโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาค เอกชนในที่นี้เรียนใช้คำว่าภาครัฐแต่แท้ จริงแล้วเนี่ยภาคเอกชนเองก็ดาซิท่านจะ
1:33:37 ท่านนักศึกษาจะได้ยินข่าวได้ดูในทีวีนะคะ เ่อหน่วยงานธุรกิจบริษัทธุรกิจเนี่ยเป็น บริษัทข้ามโลกนะคะหรือแม้แต่บริษัทเล็กๆ ก็มีเป้าหมายของการที่จะลดขนาดโครงสร้าง ของตัวเองลงทั้งสิ้นการด Sing หมายถึงโลก โครงสร้างทั้งในแง่ของอ่าองค์ประกอบใน ด้านของถ้าเป็นราชการก็แค่ของกรมกองที่ สังกัดลดให้น้อยลงที่สำคัญก็คือลดจำนวนคน จำนวนทรัพยากรมนุษย์ที่ใช้ในองค์กรนั้น เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญนะคะการในเถ้า เผื่อว่าทุกองค์กรเนี่ยจะก้าวเข้าสู่การ New Public management เนี่ยก็ก็คือ
1:34:23 ต้องพยายามที่จะลดขนาดหรือลดจำนวนของ กำลังคนลดจำนวนทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรของ ตัวเองให้ได้การลดั้นไม่ได้ทำง่ายๆแค่ เพียงไล่คนออกให้คนออกแล้วก็จ่ายค่าตอบ แทนแค่นั้นแต่หมายถึงไกลออกไปอีกว่าอแล้ว งานที่คนเหล่านั้นเเคยทำอยู่จะให้ใครทำนะ คะหรือจะทำอย่างไรถ้าเป็นภาครัฐภาครัฐก็ บอกว่าอ้าก็จะไปจ้างภาคเอกชนมันก็จะถึง กันภาคเอกชนก็จะต้องไปคิดในหน่วยงานของ ตัวเองและถ้าเผื่อจะไปรับงานนี้เนี่ยตัว เองจะรับคนที่มีคุณสมบัติอย่างไรจาก บริหารจัดการคนในองค์กรของตัวเองอย่างไร จึงจะสามารถที่จะรับจ้างทำภารกิจที่ภาค
1:35:09 รัฐยกมาให้งั้นหรือว่าที่ไปประกวดราคามา ให้นั้นได้นะคะเพราะฉะนั้นเร่ที่เราจะพูด กันถึงต่อไปตอนที่ไปพูดถึงเรื่องกระบวน การในเรื่องของการอ่าจัดทำแผนเกี่ยว กับอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการกระจาหน้า ก็สืบเรื่องมาจากเรื่องการกระลดคนนะคะถ้า เผื่อว่าบริษัทเอกชนนั้นหรือว่าหน่วยงาน ราชการนั้นลดหน่วยงานในศูนย์กลางหรือใน ส่วนกลางแล้วก็ไป ขยายนะคะตรวจงานหรือว่าไปเพิ่มงานให้กับ สาขาในส่ภูมิภาคหรือว่าในสาขานะคะก็จะ ต้องเอาคนไปให้ย้ายคนไปให้เขาย้ายคนไปให้
1:35:58 เขาเสร็จไม่ได้ย้ายแต่คนก็ต้องย้ายอำนาจ ในการตัดสินใจย้ายหน้าที่ในการทำงานเนี่ย ไปให้กับคนที่เรากระจายคนออกไปใช่มั้ยคะ นี่เป็นเรื่องของการกระจายอาเการควบคุมผล สัมฤทธิ์ซึ่งเรียนพูดถึงไปแล้วนะคะว่าผล สัมฤทธิ์นั้นเราไม่ได้พูดถึงเรื่องกับผล งานที่ิเส็จหรือผลผลิตที่ได้ว่ามีกี่ชิ้น มีกี่เรื่องหรือไปถึงผู้รับอ่าผลงานนั้น หรือยังแต่ไปไกลถึงขั้นที่ว่าจะต้องไปควบ คุมด้วยว่าคนที่รับผลงานหรือผลผลิตนั้นไป นัเขาสามารถนำไปทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ขึ้น ได้ตามเป้าประสงค์ขององค์กรดนะคะเป็นการ
1:36:43 ควบคุมของ สริตเ้งการกำหนดวัตถุประสงค์ตัวชีวัดผล งานที่เป็นรูปธรรม นะ คะตัวชีวัดเข้ามามีผลอ่าเข้ามามีความ สำคัญตรงนี้ตัวชีวัดอะไรชีวัดผลงานคิดว่า ผลงานของใครคิดว่าผลงานของทรัพยากรมนุษย์ หรือคนที่กำลังกำลังจะพูดถึงที่เรากำลัง จะจัดการแล้วต้องเป็นรูปธรรมด้วยเพราะ ฉะนั้นเรื่องอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอีก เรื่องหนึ่งแล้วก็จะเข้าเข้ามาเป็นภารกิจ ที่สำคัญของทุกองค์กรนะคะไม่ว่าจะเป็นภาค รัฐหรือว่าภาคเอกชนในการที่จะ
1:37:34 อ่าบริหารจัดการหรือว่าทำให้การจัดการพ ความบรรรุของหน่วยงานของตนเนี่ยเป็น มาตรฐานสากล ค่ะการให้ความสำคัญต่อการรับผิดชอบรับผิด รับชอบต่อผลงานนะเรียนใช้คำว่ารับผิดรับ ชอบเพราะว่าเรนมาจากคำว่า accountability ไม่ใช่รับผิดชอบเฉยๆรับผิดชอบเฉยๆหยความ ว่ามี responsibility แต่ว่าการรับผิดรับ ชอบหมายความว่าเมื่อผลงานที่เกิดขึ้นนะคะ จากการกระทำจากกระบวนการที่มีผู้ทำอยู่ อาจจะเป็นคนเดียวหรืออาจจะเป็น 4 คน 3 คน 5 คนก็ตามเนี่ยนะคะเกิดผลงานอะไรขึ้นมา
1:38:20 แล้วผลงานที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้ง 2 ด้าน คือด้านที่เป็นผลเสียนะคะหมายความว่าไม่ เกิดผลสำเร็จหรือเป็นผลเสียหรือว่าเป็น เป็นอันคือคือถ้าเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ก็าจะเป็นรูปแบบที่บิดเบี้ยวไปงี้เป็นต้น กับผลงานที่เป็นผลงานที่ดีมีประสิทธิภาพ ือดีเลิศไปเลยนะคะเพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ ตามที่จะอยู่ในกระบวนการที่มีทำให้มีผล งานที่มีสภาพเหล่านั้นเนี่ยต้องเป็นผู้ ที่ มีส่วนรับผิดรับชอบทั้งสิ้นเพราะฉะนั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ในด้านการบริหารจัดการทัท มนุษย์จึงต้องสามารถที่จะระบุได้ว่าใคร เป็นผู้มีความใครเป็นผู้มีความรับิดรับ
1:39:06 ชอบเพราะเมื่อเกิดผลงานที่เสร็จมาแล้วจึง จะย้อนกลับไปหาผู้รับผิดรับชอบได้ว่าใคร ควรจะได้รับรางวัลควรใครควรจะได้รับค่าตบ แห่งหรือใครควรจะได้รับการลงโทษอย่างงนี้ เป็นต้นนะคะนี่คือสรุปสาระสำคัญของการ บริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่หรือใช้คำว่า หรือมาจากคำว่า New Public management ซึ่งเป็นสากกฏนะ คะที่ปรากฏเป็นรูปธรรมในเรื่องข้อกฎหมาย นะ คะ อ 4 ประการที่เรนพูดไปแล้วนะคะ 4 ประการ ที่เรพูดไปแล้วเจะพูดถึงอีก
1:39:57 การการลบขั้นตอนในการทำงานการลขั้นตอนใน การทำงานก็เป็นหลักของการบริหารรัฐกิจอีก อันหนึ่งนะคะซึ่งจะมีผลกระทบทุกองค์กร ทั้งภาครัฐแลก็ภาคเอกชนภาคเอกชนเองเนี่ย ก็ต้องดูว่าภาครัฐเทำอะไรไปบ้างเปรับปรุง อะไรกันไปบ้างเช่นเดียว กันการอภารกิจและยุบหน่วยงานที่ไม่จำเป็น เป็นเรื่องปกติมันก็ต้องลดงบประมาณลดต้น ทุทุในการทำงานไปด้วยการกระจายภารกิจและ ทรัพย์สินให้แก่ททรัพยากรให้กับท้องถิ่น นี้ในแง่ของราชการในภาคเอกชนก็เช่นเดียว
…