0:00 ก็ [เพลง] สวัสดีครับนักศึกษา สำหรับวันนี้นะครับเราจะมาศึกษาในหน่วย ที่ 2 นะครับเป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรม ผู้บริโภคการผลิตและต้นทุนการผลิตนะครับ คะโดยที่หัวข้อที่จะศึกษาเนี่ยก็จะแบ่ง เป็น 3 หัวข้อหลักๆด้วยกันก็คือพฤติกรรม ผู้บริโภคนะครับโดยพฤติกรรมผู้บริโภคแยก ออกเป็นทฤษฎีอรรถประโยชน์ที่จะดีเส้นความ พอใจเท่ากันและการประยุกต์การใช้
0:46 ทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากันส่วนหัวข้อที่ สองเป็นเรื่องเกิดการผลิตก็จะศึกษาเรื่อง เกี่ยวกับความหมายของการผลิตและฟังก์ชัน การผลิตการผลิตในระยะสั้นและการผลิตใน ระยะยาว ส่วนหัวข้อสุดท้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับต้น ทุนการผลิตโดยแบ่งออกเป็นต้นทุนการผลิตใน ระยะสั้นและต้นทุนการผลิตในระยะยาวนะครับ ซึ่งการผลิตและต้นทุนการผลิตเนี่ยก็จะ เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันนะครับอ่ะ หัวเรื่องแรกนะครับเราหรือพูดถึง พฤติกรรมผู้บริโภคก่อนนะครับโดยที่ พฤติกรรมผู้บริโภคเนี่ยเราจะพูดทฤษฎีแรก
1:32 ก็คือทฤษฎีอรรถประโยชน์นะครับที่จะมี อรรถประโยชน์คืออะไร อัดทฤษฎีอรรถประโยชน์เนี่ยความหมายของ อรรถประโยชน์ก็จะหมายถึงความพอใจที่ผู้ บริโภคได้รับจากการบริโภคสินค้าใดสินค้า หนึ่งนะครับหรือหมายถึงความสามารถของ สินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งในการที่ จะตอบสนองความพอใจของผู้บริโภค เมื่อเราพูดถึงอะทำประโยชน์เราจะพูดถึง ความพอใจความสุขที่เราได้รับจากการบริโภค สินค้าหรือบริการนะครับโดยที่อ่ะคะ ประโยชน์เนี่ย แต่เป็นคนละเรื่องนะครับกับคุณประโยชน์ อย่างเช่นบุหรี่สุราเนี่ย
2:17 เหมาะสำหรับคนที่ติดบุหรี่คนที่ติดสุรา เนี่ยการบริโภคบุหรี่แล้วบริโภคสุรา ก็จะได้อรรถประโยชน์สูงแต่คุณประโยชน์ต่อ ร่างกายเราทราบดีว่าบุหรี่และสุราเนี่ยมี พระคุณประโยชน์ต่อร่างกายเนี่ยต่ำนะครับ หรือสินค้าบางประเภทมีประโยชน์ต่ำแต่มี อรรถประโยชน์สูงเช่นเท็จนะครับทองคำ คะเดี๋ยวที่สินค้าพวกเนี้ย ไม่ได้มีคุณประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมเท่า ไหร่นะครับแต่ว่ามีมีอรรถประโยชน์ในทาง จิตใจนะครับผู้คนก็อยากจะครอบครองเครื่อง ประดับที่ทำจากเพชรทำจากทองนะครับเพราะ ฉะนั้นให้ระลึกไว้ว่าคุณนะประโยชน์กับ
3:06 อรรถประโยชน์เนี่ยไม่ใช่เรื่องเดียวกันนะ ครับอาจจะไปด้วยกันหรืออาจจะไม่ได้ไปด้วย กันก็ได้ ณที่นี้การวัดความพอใจนะครับหรือว่าวัด อรรถประโยชน์เนี่ยเราวัดได้ 2 วิธีหลักๆ วิธีแรกนะครับวัดโดยเป็นหน่วยนับนะครับ โดยที่เราอาจจะวัดออกมาเลยว่าทานน้ำ 1 แก้วได้รับอรรถประโยชน์จำนวน 10 ยูทิวบ์ หรือว่าสิบหน่วยนะครับปะทะประโยชน์เนี่ย มีหน่วยวัดเรียกว่าเป็นยูทิวบ์นะครับ หรือว่าทานข้าว 1 จานได้รับความพึงพอใจ เท่ากับสามสิบอยู่ที่แบบนี้เป็นต้น เอาแบบที่สองก็คือความพอใจเนี่ยวัดเป็น
3:54 หน่วยนะไม่ได้แต่สามารถเรียงลำดับได้ยก ตัวอย่างเช่นถ้ามีมีข้าวมันไก่กับข้าวขา หมูนะครับเราไม่ทราบหรอกว่าทานข้าวมันไก่ ได้อรรถประโยชน์กี่หน่วยทานข้าวขาหมูได้ อรรถประโยชน์กี่หน่วยแต่เราพอจะทราบว่า ว่าเราพอใจหรือว่าเราชอบที่จะบริโภคข้าว ขาหมูมากกว่าเข้ามันไก่อย่างนี้เป็นต้นนะ ครับ ก็สวัสดี โน้ท และทฤษฎีอรรถประโยชน์เนี่ยก็เป็นไปเพื่อ การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคจะข้อสมมติ ที่ว่าความพึงพอใจเนี่ยสามารถนับเป็น หน่วยนับหรือว่าอยู่ที่เดียวดายโดยที่ อรรถประโยชน์เนี่ยก็จะแบ่งออกเป็น
4:41 อรรถประโยชน์รวมหรือ โท utility นะครับเราจะใช้ตัวภาษาอังกฤษ ว่าที่อยู่ก็คือความพึงพอใจที่บริโภคได้ รับจากการบริโภคสินค้าทั้งหมดและก็ อรรถประโยชน์หน่วยสุดท้ายนะครับหรืออาจทำ ประโยชน์ส่วนเพิ่มภาษาอังกฤษเรียกว่า มาชิโน utility ตัวแทนว่าเอ็มยูก็คือ อรรถประโยชน์ที่เราได้รับจากการบริโภค สินค้าแต่ละหน่วยนั่นแหละนะครับ เต็มที่ให้นักศึกษาจำไว้ว่า Total utility กับโทษอ่ะมาชิโน utility หรือ ว่าอรรถประโยชน์รวมกับปะทะยนต์มาสุดท้าย เนี่ยมีความแตกต่างกันอย่างไรนะครับแล้ว เรื่องนี้ก็จะถูกนำไปใช้ทั้งในเรื่องการ ผลิตนะครับ
5:27 จะถูกเอาไปใช้ทั้งในเรื่องต้นทุนด้วยนะ ครับเรื่องเกี่ยวกับ Total กับมาชิโน่วว มีตัวอย่างแสดงปะทะประโยชน์รวมแล้วก็ อรรถประโยชน์หน่วยสุดท้ายนะครับจากตาราง ให้เราจะเห็นได้ว่าถ้าเราบริโภคสินค้า 0 ชิ้น เราก็จะได้อรรถประโยชน์เพิ่มนะครับหรือ ว่าเอ่อช่องที่ 2 เนี่ยเท่ากับ 0 นะครับ พัทธยศรวมค่าเท่ากับศูนย์ถ้าเราบริโภค สินค้า 1 หน่วยเราจะได้บริโภคเราจะได้อัต ถประโยชน์จากการบริโภคสินค้าชิ้นที่ 1 นะ เนี่ยเท่ากับศิษย์แล้วเราก็จะได้ อรรถประโยชน์รวมเท่ากับสิทธิ์ในขณะที่ถ้า เกิดบริโภคสินค้า 2 ชิ้นนะครับชิ้นที่ 2
6:16 เนี่ยเราจะได้อรรถประโยชน์ เท่ากับ 8 มรถประโยชน์รวมก็คือรวมชิ้นที่ 1 กับชิ้นที่สองเข้าด้วยกันก็คือ 10 + ได้ 8 ก็จะได้อาจทำประโยชน์รวมเท่ากับ 18 นะครับถ้านักศึกษาทำไปเรื่อยๆก็จะเห็นว่า แต่พอถึงสินค้าหน่วยที่ 6 เนี่ย อรรถประโยชน์เพิ่มนะครับเท่ากับ 0 ปะทะ ประโยชน์รวมก็จะไม่เปลี่ยนแปลงและหลังจาก นั้นถ้าเกิดเราบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น เนี่ยอรรถประโยชน์อาจจะติดลบได้นะครับยก ตัวอย่างเช่นถ้าเกิดเราทานข้าวนะครับทาน ข้าวจานแรกเนี่ยเราก็จะมีความสุขมากเลย ได้รับอรรถประโยชน์เยอะพอราชันย์ทานข้าว
7:02 จันทร์ที่ 2 จานที่ 3 ไปอะทำประโยชน์ก็จะ ค่อยๆลดลงมันก็ยังอร่อยอยู่แต่ว่าความ อร่อยแล้วจะค่อยลดลงและถ้าเราทานข้าว เพิ่มไปเรื่อยๆถึงจุดหนึ่งเราก็จะอิ่มมาก จนเราไม่ได้ความสุขเพิ่มเติมจากทันการ บริโภคข้าวและถ้าเรายังบริโภคข้าวต่อไป เรื่อยๆก็อาจจะทำให้เราอาหารไม่ย่อยนะ ครับหรือว่าอาจจะเกิดอาการไม่สบายเกิด ขึ้นซึ่งจะทำให้ความสุขของเราเนี่ยจากการ บริโภคเนี่ยลดลงนะครับอันนี้ก็คือเป็นตัว อย่างที่แสดงให้นะก็จะเห็นภาพว่าทำไม เมื่อเราบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น อรรถประโยชน์เพิ่มเนี่ยหรือว่าทำประโยชน์ ส่วนเพิ่มเนี่ยถึงค่อยๆลดลงลดลงนะครับ
7:48 คะซึ่งการลดลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม เนี่ยทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่ากฎแห่งการลด ถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มนะครับภาษา อังกฤษเรียกว่ารอ of diminishing marginal utility นะครับก็คือเมื่อผู้บริโภคบริโภคสินค้าใด สินค้าหนึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเนี่ย ที่ประทับประโยชน์ก็จะเพิ่มขึ้นแต่เพิ่ม ขึ้นในอัตราที่ลดลงเรื่อยๆสุดท้ายเป็น 0 แล้วก็ ถ้ายังบริโภคตัดต่อไปก็จะทำให้อาจทำให้ เธอสนเธอนั้นติดลบได้ และตะขาบถ้าเกิดเรานำค่า มีอรรถประโยชน์รวมราคามาทอดเป็น grass นะ
8:37 ครับเราก็จะได้รูปเหมือนทางซ้ายก็คือ อรรถประโยชน์รวมเนี่ยก็จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงจนถึงจุดหนึ่ง นะครับก็จะได้อรรถประโยชน์รวมสูงที่สุด หลังจากนั้นถ้ายังบริโภคสัตว์ต่อไปเนี่ย อรรถประโยชน์รวมก็จะค่อยๆลดลงในทางรูปทาง ทางขวาก็จะเห็นว่า ที่ประทับยอดส่วนเพิ่มเนี่ยจะค่อยๆลดลงลด ลงลดลงเรื่อยๆจนถึงจุดหนึ่งที่ อรรถประโยชน์เท่ากับ 0 นะครับก็คือการ บริโภคที่ 6 หน่วยแล้วหลังจากนั้นหาก บริโภคต่อไปก็จะทำให้ อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มติดลบได้ โน้ท ณ ที่นี้
9:24 และเมื่อเราทราบเกี่ยวกับการบริโภคและ อรรถประโยชน์ทั้งอรรถประโยชน์รวมและทำ เดียวส่วนเพิ่มเนี่ยเราก็จะมาหาว่าแล้ว ผู้บริโภคแต่ละคนเนี่ยควรจะบริโภคสินค้า นะครับจำนวนเท่าไหร่เพื่อที่จะได้ อรรถประโยชน์สูงที่สุด คะโดยที่สมมติว่านะครับ จะ ได้รวยมีงบประมาณแปดบาทซื้อสินค้า AJ และ สินค้า B นะครับโดยที่ราคาสินค้าเองเนี่ย จะใช้ตัวแทนว่า PA เท่ากับชิ้นละ 1 บาทใน ขณะที่สินค้า B เนี่ยราคาแทนด้วย PB นะ ครับราคาเท่ากับชิ้นละ2บาทเพื่อให้ได้รับ
10:13 อรรถประโยชน์สูงที่สุดนะครับหรือว่าทำ ประโยชน์รวมสูงที่สุดเนี่ยเขาจะต้อง บริโภคสินค้าทั้งสองชนิดอย่างไร วิธีการก็คือ แทนที่ เราจะนำอรรถประโยชน์ของสินค้าแต่ละชนิด เนี่ยมาพิจารณาเลยนะครับ แต่เราต้องนำอรรถประโยชน์ของสินค้าแต่ละ ประเภทเนี่ยมาหารด้วยราคาก่อนนะครับ คะเพื่อที่จะให้ได้อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม ต่อราคาสินค้านะครับที่เราจ่ายไปหรือว่า อรรถประโยชน์สดเพิ่มต่อเงิน 1 บาทที่เรา จ่ายไปแล้วจากนั้นเราก็จะดู
11:01 ว่าผู้บริโภคจะได้รับอรรถประโยชน์สูงสุด เนี่ยเมื่อ มีอรรถประโยชน์ ส่วนเพิ่มของสินค้า a ส่วนด้วยราคา a = อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มของสินค้า b ส่วน ด้วยราคา B และเป็นจุดที่ใช้งบประมาณจน หมดนะครับ คะโดยที่ แต่ถ้าจากตัวอย่างที่เราเห็นเนี่ยนะครับ เค้าจะเห็นได้ว่า ชื่อสินค้า a เนี่ยได้อรรถประโยชน์นะครับ ชิ้นที่ 1 เนี่ยเท่ากับ 10 ชิ้นที่ 2 เท่ากับ 9 ที่นี่ 3 เท่ากับ 8 ที่นี่เท่า กับ 7 ชิ้นที่ 5 = 6 ในขณะที่อาทะโย ส่วนเพิ่มของสินค้าชนิดดีเนี่ยก็เริ่ม
11:48 ตั้งแต่ 18 14 46 และก็ 2 นะครับแต่ว่า ราคาสินค้าของเองเนี่ยราคาชิ้นละ 1 บาทใน ขณะที่ราคาสินค้าของดีเนี่ยราคาชิ้นละ 2บาทเพราะฉะนั้นเราต้องเอา มีอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มเนี่ยหารด้วยราคา นะครับก็จะได้ช่องที่ 4 เป็นอรรถประโยชน์ ส่วนเพิ่มต่อราคาของสินค้าเองในขณะที่ ช่องที่ 5 คืออาทะโยส่วนเพิ่มของสินค้า B นะครับหรืออรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มต่อราคา ของสินค้า b e ณที่นี้ ถ้าเราก็จะหาจุดที่เป็น 4 ช่องที่ 4 และช่องที่ 5 และมีค่าเท่า กันก็จะเห็นว่ามี 9 กับ 7 นะครับมี 987 ที่เป็นตัวเข้มแต่
12:39 ว่าถ้าเกิดที่ 9 เนี่ยแสดงว่าเราบริโภค สินค้าเองเท่ากับ 2 ชิ้นและบริโภคสินค้า b 1 ชิ้นหมายความว่ายังไงหมายความว่าเรา ใช้เงินไปทั้งหมด 4 บาทถูกไหมครับเพราะ ว่าสินค้า a เนี่ยชิ้นละบาทสองชิ้นก็ 2 บาทสินค้า b 1 ชิ้นราคา 2 บาทก็เท่ากับ 4 บาทอีกจุดนึงที่นี่อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม ต่อราคาของสินค้า 2 ชนิดเท่ากันก็คือเจ็บ หมายความว่าเราบริโภคสินค้าชนิดที่ 1 เนี่ยหรือสินค้าเองเนี่ย มี 4 หน่วยและบริโภคสินค้า B เนี่ย 2 หน่วยซึ่งในกรณีนี้เนี่ยนะครับเราจะใช้ เงินหมด 8 บาทพอดีนะครับก็คือสินค้า AJ 4
13:27 หน่วยก็ 4 บาทสินค้า b 2 หน่วยหน่วยละ 2 บาทก็อีก 4 บาทรวมกันเป็น 8 บาทพอดีนะ ครับ จากกรณีนี้ก็จะได้อรรถประโยชน์รวมนะครับ ก็คือ ก็อ่าสินค้าชนิดที่ 1 นะครับก็ก็ได้ = 10 + 9 + 8 + 7 นะครับในขณะสิประทับ พยนต์รวมจากการบริโภคสินค้า B อีก 2 หน่วยก็คือ 18 + 14 เพราะฉะนั้นอาจทำ ประโยชน์รวมทั้งหมดที่ได้รับก็คือ 66 หน่วยนะครับหรือ 66 you till นั่น เอง ม.ค มีทฤษดีสองเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคนะ
14:12 ครับเราจะพูดด้วยเรื่องทฤษฎีของความพอใจ เท่ากันทฤษฎีของความพอใจเท่ากันคืออะไรนะ ครับที่จะดีของความพอใจเท่ากันเนี่ยมาจาก เราจะประกอบด้วย เนื้อเรื่องหลักๆ 2 เรื่องเรื่องแรกก็คือ ความหมายของเส้นความพอใจเท่ากันนะครับ หรือว่าภาษาอังกฤษเรียกว่า in different เคิฟโดยที่ In The Frame Curve เนี่ย หรือว่าเราแทนว่าไอซีเนี่ยคือเส้นที่ ประกอบด้วยสินค้าของสองชนิดที่ให้ความพอ ใจเท่ากันแก่ผู้บริโภคไม่ว่าจะเลือก บริโภคนะคะส่วนประกอบใดก็ตามจากตัวอย่าง เราก็จะเห็นว่า ไม่ว่าผู้บริโภคจะบริโภคที่จุด a จุด B
15:01 จุด 4 จุดดีนะครับก็จะได้รับความพึงพอใจ เท่ากันนะครับเพราะทุกจุดอยู่บนเส้น IC เดียวกัน แต่ไม่ว่าจะไปภคไก่ทอด6ชิ้นทานไอศกรีมสอง ถ้วยหรือว่าบริโภค กไก่ทอด 2 ชิ้นหรือไอศครีม 6 ถ้วยก็ได้ ความพึงพอใจเท่ากัน ที่นี้คุณสมบัติของเส้นความพึงพอใจเนี่ย จะประกอบด้วย 4 คุณสมบัติคุณสมบัติที่ 1 ก็คือลาดลงจากซ้ายไปขวานะครับ นี่หมายความว่าถ้าจะเพิ่มการบริโภคสินค้า ชนิดนึงก็จำเป็นจะต้องลดการบริโภคสินค้า
15:50 อีกชนิดนึงอ่ะ มีคุณสมบัติข้อที่สองก็คือ เส้นความพึงพอใจเท่ากันเนี่ยมีลักษณะโค้ง เว้าเข้าหาจุดกำเนิดนะครับแสดงถึง มีอัตราสุดท้ายของการใช้แทนการของสินค้า 2 ชนิดเนี่ยจะลดลงตามลำดับนะครับหมายความ ว่าถ้าเราบริโภคสินค้าชนิดนึงมากๆแล้ว เนี่ยนะครับ อรรถประโยชน์ที่เราได้รับจากการบริโภค เนี่ยก็จะน้อยลง นะครับอ่า ก็พูดสมบัติข้อที่ 3 ว่าคือเส้น IC เนี่ย จะไม่ตัดกันแล้วก็ข้อสุดท้ายก็คือเส้น IC เนี่ยจะมีได้หลายเส้นโดยที่เส้นที่อยู่
16:35 สูงกว่าก็จะสะท้อนถึงความพึงพอใจมากกว่า นะครับก็จะแสดงได้ตามรูปนี้ก็คือเส้น ic1 และก็จะได้รับความพึงพอใจน้อยที่สุด เส้น ic2 ก็จะได้รับความขอบคุณพอใจสูง กว่า ic1 และเส้น ic3 เนี่ยก็จะได้รับ ความพึงพอใจสูงที่สุดในบรรดา 3 เส้นนี้ แต่ ที่นี้อัตราสุดท้ายของการใช้แทนกันของ สินค้านะครับภาษาอังกฤษเรียกว่ามาชิโน Rate of Fusion นะครับหรือว่าภาษา อังกฤษเราแทนตัวย่อว่า Mrs ซึ่ง Mrs เนี่ยก็คือความชันของเส้น IC Curve นั่น เองนะครับยกตัวอย่างเช่นจากจุดเอมาจุดดี
17:21 นะครับก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสินค้า x ต่อการเปลี่ยนอาจารย์เปลี่ยนแปลงสินค้าไว ต่อการเปลี่ยนแปลงสิทธา S นะครับก็จะเห็น ว่าสินค้า Y เนี่ยลดลงไป 5 หน่วยจากการ เพิ่มสินค้า x มา 1 หน่วยเพราะฉะนั้น Mrs จากจุด a ไปจุดดีเนี่ยก็จะเท่ากับลง 5 นะครับต่อมามาจากเส้น IC Curve เนี่ย เส้นเอ็นซีเครื่องเนี่ยพูดพูดถึงความพึง พอใจแต่อย่างที่เราได้เรียนไปนะครับความ พึงพอใจเนี่ยจะถูกขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ เต็มไปด้วยนะครับพูดง่ายๆก็คือเราจะซื้อ ไก่ได้กี่ชิ้นจะบริโภคไอศครีมได้กี่ถ้วย เนี่ยขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าที่เรามีนะ
18:07 ครับโดยที่ความชันของเส้นงบประมาณเนี่ยก็ จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสินค้า วายต่อการเปลี่ยนแปลงของสินค้า x นะครับ หรือเท่ากับสัดส่วนของราคาสินค้า S ต่อ ราคาสินค้าวายส์ ม.ค และเมื่อเรานำเส้น IC นะครับมารวมกับเส้นงบประมาณเนี่ยหรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่าบัดเจ็ทไลน์เนี่ยเราก็ จะสามารถหาจุดดุลยภาพของการบริโภคได้นะ ครับโดยรุนญ่าภาพของการบริโภคเนี่ยก็คือ จุดที่ Mrs นะครับ คะหรือว่า modulate of Fusion เนี่ย
18:53 เท่ากับ มีความชันของเส้นงบประมาณนะครับพูดง่ายๆ ก็คือความชันของเส้น IC Curve เท่ากับ ความชันของเส้นงบประมาณนั้นเอง อ้างจากรูปก็จะเห็นว่าจุด E เนี่ยคือจุด ดุลยภาพของการบริโภคนะครับโดยที่ อ่ะนะรบประมาณที่เรามีเนี่ยสามารถได้รับ ความพึงพอใจสูงสุดในฐานที่จุด g เนี่ยเรา ไม่สามารถได้ความสุขระดับจุดจีได้เพราะ ว่าเงินในกระเป๋าเราไม่พอในทางตรงข้ามจุด f เนี่ยเราสามารถมีความสุขระดับจุด f ได้แต่ว่าเงินในกระเป๋าของเรายังเหลือเรา สามารถบริโภคได้มากกว่านั้นเราสามารถมี
19:39 ความสุขได้มากกว่านั้นนะครับเพราะฉะนั้น จุด E เนี่ยก็จะเป็นจุดที่ ทำให้เกิดรุ่นจะภาพของผู้บริโภคหรือว่าทำ ให้เกิดความสุขสูงสุดนะเงินงบประมาณที่ เรามี หัวเรื่องที่ 2 นะครับเป็นเรื่องเกี่ยว กับการผลิตเริ่มต้นที่ความหมายของการผลิต และฟังก์ชันการผลิตความหมายของการผลิตก็ คือกระบวนการนำปัจจัยการผลิตนะครับซึ่ง ปัจจัยการผลิตเนี่ยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งประกอบด้วยที่ดินแรงงานทุนและผู้ ประกอบการมาผ่านกระบวนการการผลิตนะครับ แปรรูปให้เป็นสินค้าและบริการส คะโดยที่หน่วยที่ทำหน้าที่ในการเปลี่ยน
20:25 ทรัพยากรการผลิตให้เป็นสินค้าและบริการ เนี่ยเราเรียกว่าหน่วยผลิตนั่นเองนะครับ โดยที่หน่วยผลิตก็จะเป็นบริษัทเอกชนนะ ครับสหกรณ์รัฐวิสาหกิจต่างๆ ติดต่อมาเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันการผลิต นะครับหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Production ฟังก์ชันฟังก์ชันการผลิตเนี่ยสำหรับคนที่ ไม่ถนัดคณิตศาสตร์ก็เห็นแล้วก็อาจจะ ตกใจหรือว่ามีความกังวลแต่ว่าว่าถ้าจะให้ แปลความง่ายที่สุดก็คือ function การผลิต เนี่ยกำลังจะบอกเราว่าปริมาณผลผลิตนะครับ หรือว่าแทนด้วยตัว Q เนี่ย ขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิตนะครับก็คือตัว
21:13 ดีที่ดินเคสินค้าทุนแล้วก็ L ก็คือจำนวน แรงงานอันนี้คือตามสมมุติฐานนะบอกว่า ปัจจัยการผลิตประกอบด้วย 3 ปัจจัยการผลิต ก็คือที่ดินสินค้าทุนและก็จำนวนแรงงาน แล้วก็ปัจจัยการผลิตเหล่านี้ก็จะส่งผลให้ เกิดปริมาณสินค้าหรือบริการที่ผลิตออกมา ได้ นะ ครับปัจจัยการผลิตจำแนกตามลักษณะการใช้นะ ครับหรือว่าจำแนกตามลักษณะเวลาเราจะแบ่ง เป็นปัจจัยคงที่กับปัจจัยแปลผันปัจจัยคง ที่ก็คือปัจจัยการผลิตที่ไม่แปลผันไปตาม ปริมาณการผลิตไม่ว่าจะผลิตมากขึ้นหรือ ผลิตน้อยลงปัจจัยคงที่นั้นก็จะไม่เปลี่ยน
22:01 แปลงยกตัวอย่างเช่นที่ดินโรงงานเครื่อง จักรส่วนมากเนี่ยปัจจัยการผลิตเหล่านี้จะ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต มีปัจจัยแบบที่สองก็คือปัจจัยแปลผันมาใจ แปลผ่านเนี่ยก็คือปัจจัยการผลิตที่แปรผัน ไปตามปริมาณการผลิตนั่นเองยกตัวอย่างเช่น แรงงานเชื้อเพลิงเป็นต้นถ้าเราผลิตสินค้า มากขึ้นแล้วก็ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นเราก็ ใช้แรงงานมากขึ้นนะครับอ่ะ ก็ เพราะฉะนั้นจากลักษณะของปัจจัยการผลิตที่ แบ่งออกเป็นปัจจัยการผลิตคงที่และปัจจัย การผลิตแปลผ่านเนี่ยเราสามารถแบ่งประเภท การผลิตออกเป็นได้ 2 ประเภทนะครับก็คือ การผลิตระยะสั้นและการผลิตระยะยาวการผลิต
22:48 ระยะสั้นเนี่ยภาษาอังกฤษเรียกว่าช็อตลัน นะครับ ก็คือการผลิตที่มีอย่างน้อย ก็มีปัจจัยการผลิต 1 ชนิดนะครับที่ ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง เต็มที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้นะครับ หรือว่าเป็นปัจจัยคงที่ โดยที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน 10 ปี 50 ปีคือไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาจะขึ้น อยู่กับว่าการผลิตนั้นมีอย่างน้อยหนึ่ง ปัจจัยที่ที่เป็นปัจจัยคงที่นะครับ แต่ในขณะที่การผลิตระยะยาวนะครับภาษา อังกฤษเรียกว่าลองลันก็คือเป็นปัดเป็นการ ผลิตที่ปัจจัยการผลิตทุกชนิดเนี่ยเป็น
23:37 ปัจจัยการผลิตแบบแปรผันหรือว่าเป็นระยะ เวลายาวนานมากพอที่ผู้ผลิตเนี่ยหรือว่า หน่วยผลิตเนี่ยสามารถปรับเปลี่ยนปัจจัย การผลิตไปได้นะครับ ก็เพราะฉะนั้น โดยสรุปก็คือการผลิตระยะสาดดดจะมีปัจจัย การผลิตอย่างน้อย 1 ชนิดนะครับที่เป็น ปัจจัยคงที่ที่ ม.ค อ้างจากตัวอย่างในการศึกษาพระจะสมมติให้ ปัจจัยคนการผลิตคงที่เนี่ยเป็นหนึ่งชนิด ได้แก่ปัจจัยที่ดินนะครับแล้วก็ปัจจัยแปล ผ่านเนี่ยก็คือเป็นปัจจัยแรงงาน
24:25 คะโดยที่ผลผลิตที่เราได้รับจากการผลิต เนี่ยก็จะมี 3 ประเภทด้วยกันก็คือผลผลิต รวมนะครับโทษพอดักหรือว่าแทนว่า TP ก็คือผลผลิตที่ได้รับทั้งหมดจากการใช้ทำ งานร่วมกันระหว่าง ปัจจัยการผลิตดีและปัจจัยการผลิต L นะ ครับหรือว่าทั้งที่ดินและแรงงาน ผลผลิตเฉลี่ยก็คือ จำนวนผลผลิตรวมส่วนด้วย มีปัจจัยแปลผันนะครับ คะแล้วก็สุดท้ายก็คือผลผลิตส่วนเพิ่มหรือ ว่ามาชิโนพอด่าก็คือการเปลี่ยนแปลงผลผลิต รวมเมื่อจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยแปล
25:12 ผันไป 1 หน่วยพูดง่ายๆก็คือถ้าเกิดเพิ่ม แรงงาน 1 หน่วยแล้วจะทำให้ ผลผลิตรวมเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่นะครับ ม.ค แต่ถ้าเรามาดูตัวอย่างจากตารางที่ 3 นะ ครับก็จะเห็นว่าที่ดินเนี่ยคงที่ตลอดเลย เท่ากับศิษย์ตลอดเลยในขณะที่ปัจจัยแปลผัน ตัว L เนี่ยก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นจาก 1 2 3 4 5 6 7 8 ไล่ไปและผลผลิตรวมเนี่ยก็ จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นจนถึง จุดหนึ่งนะครับก็คือหน่วยที่เจ็ดเนี่ยก็ หน่วยที่ 8 ผลผลิตรวมก็จะลดลง เมื่อเราเอาผลผลิตรวมส่วนด้วย
25:57 จำนวนแรงงานก็จะได้ผลผลิตเฉลี่ยนะครับ ส่วนผลผลิตส่วนเพิ่มเนี่ยก็คือผลผลิต สิ่งที่เราได้รับจากการเพิ่มปัจจัยแปรผัน นะครับหรือพระใจแรงงานเนี่ยเข้าไป 1 หน่วยยกตัวอย่างเช่นหน่วยที่สามเนี่ยเรา ก็จะเอาผลผลิตรวมคือ 39 เนี่ยลบด้วยผล ผลิตรวมของ ระดับปัจจัยแปลผันก่อนหน้าซึ่งก็คือสอง เนี่ยหรือว่าเท่ากับยี่สิบสี่เนี่ยถ้าเรา เอา 39 ลบด้วยยี่สิบสี่แล้วก็จะได้เท่า กับ 15 หรือว่าผลผลิต เอาเพิ่มเท่ากับ 15 ถ้าเราเพิ่มแรงงาน หน่วยที่ 3 เข้าไปนะครับอ่ะ
26:48 ถ้าเราก็จะเห็นว่าถ้าเราเพิ่มปัจจัยแรง งานเข้าไปเนี่ยจะทำให้ ผลผลิตส่วนเพิ่มเนี่ยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ ค่อยๆลดลงลดลงลดลงจนถึงจุดหนึ่งนะครับถ้า ยังเพิ่มปัจจัยการผลิตแปลผ่านอีกเนี่ยจะ ทำให้อ่ะ ก็อ่ามาชิเน่าพอดักเนี่ยหรือว่าผลผลิต ส่วนเพิ่มเนี่ยติดลบได้นะครับซึ่งหลักการ นี้เราเรียกว่ารอ of imaging มาชิโนพอ น่ะหรือกฎการลดน้อยถอยลงของผลผลิตส่วน เพิ่มนะครับยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดเรา เพิ่มแรงงานเข้าไปเรื่อยๆนะครับเพิ่มแรง งานเข้าไปในที่นาเรื่อยๆที่หน้าหนึ่งไล่
27:33 เพิ่มจำนวนแรงงานเข้าไปเรื่อยๆ 1 คน 2 คน 3 คนเพิ่มใบเป็นพันคนผลผลิตที่ได้เนี่ย ก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงจนถึง จุดหนึ่งผลผลิตส่วนเพิ่มก็จะติดลบได้นะ ครับสำหรับวันนี้นะครับเราได้ศึกษาใน หน่วยที่ 2 นะครับเรื่องเกี่ยวกับ พฤติกรรมผู้บริโภคการผลิตและต้นทุนการ ผลิตซึ่งนับเป็นหน่วยที่ แต่ถ้ามีข้อมูลจำนวนมาก ถ้าหากนักศึกษาต้องการที่จะศึกษาเพิ่ม เติมสามารถเข้าไปทบทวนนะครับได้ในหนังสือ หรือตำราของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โน้ท [เพลง]