0:00 คุณเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมคนบางคนถึงดูมี เสน่ห์น่าเชื่อถือและน่าดึงดูดได้อย่าง ง่ายดายแค่เดินเข้ามาในห้องประชุมหรือแม้ จะปรากฏตัวบนหน้าจอออนไลน์ก็สามารถสะกด ให้ทุกคนสนใจและคล้อยตามได้ทันทีในขณะที่ บางคนแม้จะมีความสามารถและความตั้งใจที่ ดีแต่กลับสื่อสารสิ่งนั้นออกไปไม่ได้ไม่ ได้รับความไว้วางใจเท่าที่ควรหรือสร้าง ความประทับใจแรกพบได้ไม่ดีนักความลับมัน อาจจะไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณพูดอะไรแต่อยู่ ที่ว่าร่างกายและน้ำเสียงของคุณกำลังพูด อะไรต่างหากลองจินตนาการดูสิครับว่าจะ เกิดอะไรขึ้นถ้าคุณสามารถถอดรหัสภาษากาย ที่เป็นสากลนี้ได้ถ้าคุณสามารถควบคุม
0:47 สัญญาณเล็กๆที่ร่างกายส่งออกไปเพื่อสร้าง ความไว้วางใจแสดงความสามารถและทำให้คน อยากร่วมมือกับคุณได้ในทุกสถานการณ์ชีวิต การทำงานและความสัมพันธ์ของคุณจะเปลี่ยน ไปมากแค่ไหนวันนี้เราจะมาไขความลับนั้น กันครับ [เพลง] Long them do just try it podcast >> สวัสดีครับทุกท่านกลับมาพบกันอีกครั้งที่ ช่องลองทำดู Just try it podcast ที่ จะนำสาระสำคัญจากหนังสือดีๆมาย่อยให้คุณ ฟังแบบเข้าใจง่ายและพร้อมนำไปลองทำดูได้ ทันทีสำหรับในตอนนี้เราจะมาดำดิ่งสู่แก่น ความคิดจากหนังสือที่ทรงอิทธิพลเล่ม 1 นั่นก็คือร่างกายคุณสะกดใจคนได้หรือใน
1:35 ชื่อภาษาอังกฤษคือ Kills Master the Secret Language of charismatic communication โดยคุณ Vanessa Van Edward ครับหนังสือเล่มนี้เหมาะมากๆครับ สำหรับทุกคนที่ต้องการพัฒนาทักษะการสื่อ สารไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำที่อยากสร้างแรง บันดาลใจให้ทีมเป็นนักขายที่ต้องสร้าง ความไว้วางใจกับลูกค้าเป็นพนักงานที่ต้อง นำเสนอโปรเจคสำคัญ หรือแม้แต่เป็นคนที่รู้สึกประหมา่าเวลา ต้องเข้าสังคมและอยากสร้างความสัมพันธ์ ที่ดีขึ้นเพราะมันไม่เพียงแค่ให้แนวคิด แต่ยังให้เครื่องมือที่เราจะเอาไปสร้าง ความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆผ่านหลักการทาง วิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ในวันนี้เราจะมา เจาะลึกเบื้องหลังของผู้เขียนและหนังสือ เล่มนี้กันก่อนจากนั้นจะมาแกะ 4 แนวคิด สำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจกันแบบเต็มๆ
2:22 ตั้งแต่เรื่องของภาษากายน้ำเสียงคำพูดไป จนถึงภาพลักษณ์ครับจากนั้นในช่วงท้ายผมจะ รวบรวมวิธีนำแนวคิดทั้งหมดไปลองทำดูเป็น ชุดเครื่องมือที่คุณนำไปใช้ได้เลยพร้อม ด้วยเรื่องเล่าที่น่าประทับใจมากๆจากใน เล่มถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มต้นกันเลยก่อน ที่เราจะไปเจาะลึกถึงเทคนิคต่างๆเรามาทำ ความรู้จักกับที่มาที่ไปของหนังสือเล่ม นี้และผู้เขียนกันก่อนดีกว่าครับเพราะมัน จะทำให้เราเข้าใจว่าทำไมแนวคิดในเล่มถึง ทรงพลังและน่าเชื่อถือร่างกายคุณสะกดใจคน ได้หรือ ไม่ใช่แค่หนังสือสอนภาษากายทั่วๆไปครับ แต่มันคือคู่มือถอดรหัสคิsหรือสัญญาณขนาด
3:07 จิ๋วที่มนุษย์เราใช้สื่อสารกันโดยไม่รู้ ตัว Vanessa ผู้เขียนได้รวบรวมงานวิจัย ทางวิทยาศาสตร์นับพันชิ้นมาสังเคราะห์ เป็นหลักการที่เข้าใจง่ายว่าคนที่มี เสน่ห์และประสบความสำเร็จนั้นพวกเขาส่ง สัญญาณอะไรออกไปบ้างทั้งทางร่างกาย น้ำเสียงคำพูดและแม้กระทั่งภาพลักษณ์ที่ ตาเห็นเพื่อทำให้คนอื่นรู้สึกไว้วางใจและ เชื่อมั่นในความสามารถของพวกเขาในยุคที่ เราสื่อสารกันผ่านหน้าจอมากขึ้นกว่าเดิม การประชุมออนไลน์การนำเสนอผ่านวดีโอคอล หรือแม้แต่การสร้างตัวตนบนโซเชียลมีเดีย สัญญาณเล็กๆเหล่านี้กลับทวีความสำคัญขึ้น อย่างมหาศาลครับเพราะผู้คนตัดสินเราเร็ว
3:53 ขึ้นจากข้อมูลที่จำกัดมากมากการเข้าใจและ ควบคุมคิsของตัวเองได้จึงกลายเป็นทักษะ ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความสำเร็จ ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์มันคือความแตก ต่างระหว่างการถูกมองข้ามกับการเป็นคนที่ น่าจุดจำและน่าร่วมงานด้วยครับและคุณ Vanessa แนวคือใครเธอไม่ใช่แค่โค้ชด้าน การสื่อสารธรรมดาครับแต่เธอนิยามตัวเอง เป็นว่านักสืบพฤติกรรมมนุษย์ หรือ behavioral investigator เธอคือผู้ก่อตั้ง Science of People ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่ศึกษาศาสตร์แห่ง การเข้าสังคมโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์ล้วนๆ สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างและน่าเชื่อถือสุด
4:41 ๆก็คือเรื่องราวของเธอเองครับวเนสซ่า สารภาพว่าเธอเคยเป็นคนที่ประมาทและเข้า สังคมไม่เก่งอย่างรุนแรงมาก่อนเธอจึง อุทิศชีวิตให้กับการค้นคว้าว่าอะไรคือ สิ่งที่ทำให้คนบางคนสื่อสารได้ดีกว่าคน อื่นจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการ ยอมรับระดับโลกเป็นคอลัมนิสให้กับ CNN Post และบรรยายให้กับบริษัทชั้นนำอย่าง Google และ Microsoft ความรู้ในหนังสือ เล่มนี้จึงไม่ได้มาจากทฤษฎีสวยหรูครับแต่ มาจากการทดลองจริงและแกร่งกรองมาจาก ประสบการณ์ของคนที่เคยไม่เก่งมาก่อนทำให้ มันเข้าถึงง่ายและทำตามได้จริงถ้าใช้สรุป หัวใจของหนังสือเล่มนี้ในประโยคเดียวมัน
5:29 ก็คือเสน่ห์และความน่าดึงดูดไม่ใช่พร สวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดแต่มันคือทักษะที่ ทุกคนเรียนรู้ได้ผ่านการควบคุมคิวหรือ สัญญาณเล็กๆที่เราส่งออกไปเพื่อสร้าง สมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความอบอุ่นหรือ warms และความสามารถหรือ competence ครับ เอาล่ะครับถึงเวลาที่เราจะมาแกะกล่อง เครื่องมือสร้างเสน่ห์จากหนังสือเล่มนี้ กันแล้ว Vanessa แบ่ง Q ออกเป็น 4 ประเภท หลักๆที่เราต้องฝึกฝนให้เชี่ยวชาญเราจะมา เจาะลึกกันทีละข้อเลยครับแนวคิดที่ 1 Q ทางอวจนภาษาหรือ Nonverbal Qes ครับก่อน ที่เราจะได้พูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว
6:16 ร่างกายของเราได้เริ่มสนทนากับคนอื่นไป แล้วเรียบร้อยผ่านท่าทางการวางตัวและการ สบตาซ่า บอกว่าสมองของเราถูกวิวัฒนาการมาให้ตัด สินคนอื่นอย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอด โดยจะมองหาสัญญาณ 2 อย่างหลักๆคือคนนี้ เป็นมิตรหรือเป็นศัตรูซึ่งก็คือความอบ อุ่นและคนนี้มีความสามารถหรืออ่อนแอซึ่ง ก็คือความสามารถครับวิทยาศาสตร์เบื้อง หลังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสมองส่วนที่ เรียกว่าamดาลซึ่งเป็นศูนย์กลางการประมวล ผลอารมณ์และความทรงจำมันจะสแกนคนที่เราพบ เจอในเสี้ยววินาทีและตัดสินใจเบื้องต้น ทันทีดังนั้นการควบคุมภาษากายของเราจึง
7:03 เปรียบเสมือนการเขียนบทสนทนาบทแรกให้กับ amดาลของอีกฝ่ายนั่นเองqิวแห่งความสามารถ หรือ competence kills จะเป็นท่าทางที่ แสดงออกถึงความมั่นใจการเป็นผู้นำและการ ควบคุมสถานการณ์ได้เช่นการยืนหรือนั่งตัว ตรงทำให้ดูสง่าและมีพลังการใช้ท่าทางที่ กินพื้นที่เช่นวางแขนบนพนักพิงเก้าอี้ หรือเท้าสะอวเล็กน้อยสิ่งเหล่านี้จะส่ง สัญญาณว่าฉันควบคุมพื้นที่ตรงนี้ได้และ มันยังส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกายเราด้วยนะ ครับงานวิจัยพบว่าท่าทางแบบนี้ช่วยเพิ่ม เทสโตสเตอโรนฮอร์โมนแห่งความมั่นใจและลด คอร์ติซอลฮอร์โมนแห่งความเครียดได้จริง
7:52 คิวแห่งความอบอุ่นหรือ warmed to จะเป็น ท่าทางที่แสดงออกถึงความเป็นมิตรการเข้า ถึงง่ายและความน่าไว้วางใจเช่นการโน้มตัว ไปข้างหน้าเล็กน้อยเวลาที่กำลังฟังใครสัก คนมันคือสัญญาณว่าฉันสนใจในสิ่งที่คุณพูด การพยักหน้าเป็นการบอกว่าฉันเข้าใจและ เห็นด้วยและที่สำคัญที่สุดคือการโชว์ฝ่า มือซึ่งเป็นสัญญาณสากลมาตั้งแต่ยุคโบราณ ที่แปลว่าฉันไม่มีอาวุธฉันมาอย่างเป็น มิตร Vanessa ยักตัวอย่างการนำเสนอในราย การ Shark แทงซึ่งเป็นรายการที่ผู้ประกอบ การต้องมาขายไอเดียให้นักลงทุนระดับพัน ล้านเธอวิเคราะห์ผู้แข่งขันที่ประสบความ
8:37 สำเร็จและพบว่าพวกเขามีรูปแบบภาษากายที่ คล้ายกันอย่างน่าทึ่งคือในตอนเริ่มต้นพวก เขาจะใช้คิวแห่งความสามารถอย่างเต็มที่ เช่นเดินออกมาด้วยท่าทางมั่นคงยืนตรงสบตา กับนักลงทุนทุกคนอย่างทั่วถึงเพื่อสร้าง ความน่าเชื่อถือว่าฉันคือผู้เชี่ยวชาญใน ธุรกิจนี้แต่ทันทีที่เริ่มเล่าเรื่องราว ความเป็นมาของผลิตภัณฑ์หรือตอบคำถามพวก เขาจะสลับไปใช้คิวแห่งความอบอุ่นทันที เช่นโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยใช้มือ ประกอบการพูดโดยหงายฝ่ามือขึ้นเพื่อสร้าง ความเชื่อมโยงและทำให้เหล่านักลงทุนรู้ สึกว่าคนนี้น่าไว้วางใจและน่าร่วมงานด้วย
9:23 การผสมผสานที่ลงตัวนี้เองที่ทำให้พวกเขา สามารถสะกดใจนักลงทุนที่ขึ้นชื่อว่า เขี้ยวที่สุดได้แน่นอนครับว่าภาษากายแค่ ส่วนหนึ่งของสมการเท่านั้นต่อให้ท่าทาง ของเราจะดูดีแค่ไหนแต่ถ้าเสียงที่เรา เปล่งออกมาไม่น่าฟังทุกอย่างก็อาจจะพังลง ได้นั่นจึงนำเราไปสู่แนวคิดที่ 2 ที่ สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือ Q น้ำเสียงครับ แนวคิดที่ 2 ทางน้ำเสียงหรือ vocal QS น้ำเสียงคือเพลงประกอบของคำพูดลองนึกภาพ ตามนะครับถ้าคำพูดคือเนื้อเพลงน้ำเสียงก็ คือท่วงทำนองและดนตรีประกอบที่จะทำให้ เพลงนั้นน่าซังหรือน่าเบื่อไปเลย Vocales
10:10 คือทุกอย่างที่เกี่ยวกับเสียงของเรายก เว้นตัวคำพูดเองไม่ว่าจะเป็นระดับเสียง สูงต่ำหรือpeชความดังเบาหรือ volume การ พูดด้วยความเร็วในการพูดหรือpสและการเว้น จังหวะหรือ pause Vanessa ชี้ให้เห็นว่า สมองของเราตีความน้ำเสียงได้เร็วกว่าการ ประมวลผลความหมายของคำพูดซะอีกเราสามารถ รับรู้ได้ทันทีว่าคนๆนั้นกำลังตื่นเต้น โกรธเศร้าหรือมั่นใจเพียงแค่จากการฟังโทน เสียงของเขาคิวแห่งความสามารถหรือ competence kills น้ำเสียงที่แสดงถึง ความสามารถมักจะเป็นเสียงที่มั่นคงและ หนักแน่นหนึ่งในเทคนิคที่ทรงพลังที่สุด คือการจบประโยคด้วยเสียงต่ำหรือ downward
10:55 inflection ครับลองสังเกตนักพูดหรือผู้ นำเก่งๆเวลาที่เขาพูดประโยคสำคัญเขาจะกด เสียงลงตอนท้ายเสมอมันเป็นสัญญาณที่บอก สมองว่านี่คือข้อเท็จจริงนี่คือสิ่งที่ ฉันมั่นใจในทางกลับกันจบประโยคด้วยเสียง สูงหรือ up inflection จะทำให้ประโยคบอก เล่าฟังดูเหมือนประโยคคำถามและลดทอนความ น่าเชื่อถือลงทันทีนอกจากนี้การพูดด้วย ความเร็วปานกลางและการเว้นจังหวะอย่าง ตั้งใจก่อนหรือหลังพูดประเด็นสำคัญก็เป็น คิวที่แสดงถึงการควบคุมและความมั่นใจเช่น กันคิวแห่งความอบอุ่นหรือ warmth qels น้ำเสียงที่แสดงถึงความอบอุ่นคือเสียงที่ มีความหลากหลายของระดับเสียงสูงต่ำหรือ
11:41 vocal variety ไม่ใช่เสียงที่ราบเรียด เป็นเส้นตรงหรือmonโนโทน การใช้เสียงสูงขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องที่ น่าตื่นเต้นหรือใช้เสียงที่นุ่มนนลงเมื่อ ต้องการแสดงความเห็นอกเห็นใจจะทำให้คนฟัง รู้สึกเชื่อมโยงกับเราได้มากขึ้นการพูด ด้วยรอยยิ้มก็เป็นเทคนิคที่ง่ายแต่ได้ผล อย่างไม่น่าเชื่อครับเพราะมันจะเปลี่ยน คุณภาพของเสียงให้ฟังดูเป็นมิตรและสดใส ขึ้นมาทันทีแม้แต่ในการคุยโทรศัพท์อีก ฝ่ายก็สามารถรับรู้ได้ในหนังสือมีการอ้าง อิงถึงงานวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งครับ นักวิจัยได้อัดเสียงของศัลยแพทย์ขณะพูด คุยกับคนไข้แล้วนำไปเปิดให้นักศึกษาฟัง โดยตัดเนื้อหาที่เป็นคำพูดออกไปเหลือไว้ แต่เสียงฮึมฮำที่ยังคงมีท่วงทำนองและน้ำ
12:27 เสียงอยู่ครบถ้วนจากนั้นให้นักศึกษาให้ คะแนนว่าศัลยแพทย์คนไหนดูอบอุ่นและมีความ สามารถมากกว่ากันผลปรากฏว่าศัลยแพทย์ที่ ถูกฟ้องร้องเรื่องการสื่อสารผิดพลาดมาก ที่สุดคือกลุ่มที่พูดด้วยน้ำเสียงราบ เรียบเย็นชาและมีอำนาจเหนือกว่าในขณะขณะ ที่สั่นระยะแพทย์ที่ไม่เคยถูกฟ้องร้องเลย คือกลุ่มที่ใช้น้ำเสียงที่อบอุ่นมีความ หลากหลายทางอารมณ์และฟังดูใส่ใจคนไข้นี่ คือหลักฐานชัดเจนว่าต่อให้คุณพูดในสิ่ง ที่ถูกต้องแต่ถ้าทำนองของเสียงคุณมันผิด ผู้รับศาลก็อาจตีความเจตนาของคุณผิดไปได้ เลยก็ว่าได้เมื่อเรามีทั้งภาษากายทิพย์ ทรงพลังและน้ำเสียงที่น่าดึงดูดแล้วองค์ ประกอบสุดท้ายที่จะมาเติมเต็มการสื่อสาร ให้สมบูรณ์แบบก็คือสิ่งที่เราพูดนั่นเอง
13:14 ครับซึ่งนั่นก็คือแนวคิดที่ 3 คิวทางวจน ภาษา >> แนวคิดที่ 3 ทางวจนษาหรือ verbal kills คำพูดคือสะพานเชื่อมใจมาถึงส่วนของ verbal cues หรือการเลือกใช้คำพูดกันบ้างครับ นี่คือการสร้างสะพันธ์เชื่อมระหว่างความ คิดของเรากับคนฟังโดยตรง Vanessa เน้นว่า ไม่ใช่แค่การเลือกใช้คำศัพท์ที่สวยหรูแต่ คือการใช้ภาษาเพื่อสร้างความเชื่อมโยงและ แสดงออกถึงตัวตนของเราอย่างแท้จริงคิว แห่งความสามารถหรือคำพูดที่แสดงความ สามารถไม่ได้หมายถึงการใช้ศัพท์เทคนิคยาก ๆเพื่ออวดรู้แต่คือการพูดอย่างชัดเจน กระชับและตรงประเด็นการใช้คำพูดที่แสดง
14:03 ความมั่นใจเช่นผมเชื่อว่าแทนที่จะเป็นผม คิดว่าหรือผมรู้สึกว่าจะช่วยเพิ่มน้ำหนัก ให้กับสิ่งที่เราพูดได้อย่างมากนอกจากนี้ การเล่าเรื่องความสำเร็จหรือความเชี่ยว ชาญของตัวเองอย่างถ่อมตนก็เป็นวิธีที่ยอด เยี่ยมในการแสดงความสามารถโดยไม่ดูกลางจน เกินไปคิวแห่งความอบอุ่นหัวใจของการสร้าง ความอบอุ่นผ่านคำพูดคือการทำให้บทสนทนา เป็นเรื่องของเราและคุณไม่ใช่แค่เรื่อง ของฉันเทคนิคที่สำคัญคือการใช้ Story หรือการเล่าเรื่องครับมนุษย์เราถูกสร้าง มาให้ตอบสนองต่อเรื่องเล่าการแบ่งปัน เรื่องราวส่วนตัวเล็กๆน้อยๆหรือ ประสบการณ์ที่ล้มเหลวจะทำให้เราดูเป็น
14:49 มนุษย์ที่เข้าถึงได้และน่าไว้วางใจเทคนิค ที่ทรงพลังอีกอย่างคือการตั้งคำถามปลาย เปิดที่น่าสนใจแทนที่จะถามแค่ว่าเป็นไง บ้างลองถามว่าช่วงนี้มีอะไรน่าตื่นเต้น เกิดขึ้นบ้างมั้ยครับคำถามนี้เปลี่ยนจาก การถามถึงตำแหน่งมาเป็นการถามถึงความหลง ใหลหรือแชionซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายได้เล่า เรื่องราวของตัวเองและทำให้บทสนทนามี ชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีมันแสดงให้เห็นถึง ความใส่ใจหรือ warmth และยังเปิดโอกาสให้ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสามารถหรือ competence ของอีกฝ่ายไปด้วยนะครับเป็น การใช้ verbal cues ที่ชานฉลาดมากๆเรา ได้เรียนรู้การควบคุมสัญญาณที่มองไม่เห็น อย่างภาษากายและน้ำเสียงรวมถึงสิ่งที่จับ
15:37 ต้องได้อย่างคำพูดไปแล้วแต่ยังมีอีกมิติ นึงที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้าข้ามซึ่งเป็น สิ่งแรกที่คนอื่นเห็นก่อนที่เราจะทำอะไร ทั้งหมดเสียอีกนั่นคือแนวคิดสุดท้ายคิว ทางภาพลักษณ์ครับ แนวคิดที่ 4 คิทางภาพลักษณ์หรือ imagery kills ทุกสิ่งที่คุณเลือกคือการประกาศ ตัวตน แนวคิดสุดท้ายคือ imagery kills หรือทาง ภาพลักษณ์ครับนี่คือทุกสิ่งทุกอย่างที่คน อื่นสามารถมองเห็นได้เกี่ยวกับตัวเราและ สภาพแวดล้อมของเรามันคือการสื่อสารที่ เกิดขึ้นก่อนการสื่อสารอื่นๆทั้งหมดตั้ง แต่เสื้อผ้าที่เราใส่สีที่เราเลือกทรงผม ไปจนถึงพื้นหลังในวีดีโอคอของเราหรือแม้ แต่ของที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานทุกองค์
16:24 ประกอบเหล่านี้กำลังส่งคิวเกี่ยวกับ บุคลิกภาพสถานะและความเป็นมืออาชีพของเรา ออกไปตลอดเวลาจิตวิทยาเบื้องหลังเรื่อง นี้คือ Enclose Cognition ซึ่งเป็นแนว คิดที่ว่าเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ไม่เพียง แต่ส่งผลต่อการรับรู้ของคนอื่นแต่ยังส่ง ผลต่อความคิดและพฤติกรรมของเราเองด้วย เช่นการใส่เสื้อกาวของหมอทำให้คนรู้สึก ฉลาดและรอบคอบขึ้นคิวแห่งความสามารถ Competence ภาพลักษณ์ที่แสดงความสามารถ มักจะเกี่ยวข้องกับความเป็นระเบียบความ เป็นมืออาชีพและการใส่ใจในรายละเอียดการ เลือกใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัวและสะอาด สะอ้านการจัดพื้นหลังห้องประชุมออนไลน์ ให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอาจมีชั้น หนังสือหรือใบประกาสนียบัตรอยู่ด้านหลัง
17:11 ล้วนเป็นสัญญาณที่บอกว่าฉันเป็นคนจริงจัง และใส่ใจในคุณภาพสีโทนเข้มเช่นสีกลมทาสี ดำหรือสีเทามักจะถูกเชื่อมโยงกับความเป็น ผู้นำและอำนาจคิวเหมือนความอบอุ่น Warms kill ภาพลักษณ์ที่แสดงความอบอุ่นจะ เกี่ยวข้องกับความเข้าถึงง่ายและความเป็น ตัวของตัวเองการเลือกใช้สีสันที่สดใสเช่น สีเหลืองสีอ้มหรือสีฟ้าอ่อนสามารถทำให้ เราดูเป็นมิตรและมีพลังงานบวกมากขึ้นการ มีของตกแต่งที่บ่งบอกถึงงานอดิเรกหรือ ความสนใจส่วนตัววางอยู่ในฉากหลังเช่นต้น ไม้เล็กๆรูปภาพหรือของสะสมก็สามารถเป็น จุดเริ่มต้นบทสนทนาที่ดีและทำให้เราดู เข้าถึงง่ายขึ้นด้วย Vanessa เล่าถึงการ
17:57 ทดลองที่เธอทำกับทีมงานโดยให้คนดูรูป โปรไฟล์ลิงกinkินที่แตกต่างกัน 2 รูปของ คนเดียวกันรูปแรกเป็นรูปที่ถ่ายในสตูดิโอ โดยทาทางที่เป็นทางการใส่สูตรสีเข้มเน้น competence ส่วนอีกรูปเป็นรูปที่ถ่ายในสภาพแวดล้อม ที่เป็นธรรมชาติมากกว่ายิ้มอย่างอบอุ่น และใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสเน้น warm จาก นั้นถามคนดูว่าพวกเขาอยากจะจ้างใครอยากจะ ร่วมงานกับใครหรืออยากจะเป็นเพื่อนกับใคร มากที่สุดผลลัพธ์คือรูปโปรไฟล์ที่ผสมผสาน ทั้ง 2 อย่างได้ลงตัวที่สุดเช่นใส่ เบลเซอร์ที่ดูเป็นทางการแต่เป็นสีที่สดใส หรือยิ้มอย่างเป็นมิตรในฉากหลังที่ดู Professional มากขึ้นมักจะได้รับคะแนน สูงสุดในทุกๆด้านนี่เป็นการยืนยันว่าการ สร้างสมดุลระหว่างความสามารถและความอบ
18:44 อุ่นผ่านลักษณ์นั้นสำคัญอย่างยิ่งในการ สร้างความประทับใจที่รอบด้าน หลังจากที่เราได้เข้าใจแนวคิดหลักทั้ง 4 ข้อกันไปแล้วนะครับทีนี้ก็มาถึงส่วนที่ สำคัญที่สุดของช่องเรานั่นคือการนำไปลอง ทำดูครับผมได้สรุปขั้นตอนที่นำไปใช้ได้ จริงจากแต่ละแนวคิดมาให้เป็นชุดเครื่อง มือเริ่มต้นดังนี้ครับสำหรับแนวคิดเรื่อง Q ทางอวจนภาษา 1 ลองท่าแห่งชัยชนะ Victory Post ก่อน การประชุมหรือการนำเสนอสำคัญ 2 นาทีให้หา ที่ส่วนตัวแล้วลองยืนในท่า Power Post
19:30 เช่นท่าSuperNนเท้าสะเอลยืดอกเพื่อเรียก ความมั่นใจและลดความเครียด 2 ฝึกโชว์ฝ่า มือในการสนทนาครั้งต่อไปลองสังเกตตัวเอง และพยายามใช้มือประกอบการพูดโดยหงายฝ่า มือครึ่งบ่อยๆเพื่อสร้างความรู้สึกไว้วาง ใจและเป็นมิตรสำหรับแนวคิดเรื่องคิวทาง น้ำเสียง vocal qes 1 อัดเสียงตัวเอง ลองอัดเสียงตัวเองตอนคุยโทรศัพท์หรือซ้อม พูดแล้วฟังเพื่อเช็คว่าคุณจบประโยคด้วย เสียงต่ำคือมั่นใจหรือเสียงสูงคือไม่มั่น ใจแล้วลองฝึกกดเสียงลงตอนท้ายประโยคสำคัญ
20:19 2 ยิ้มก่อนพูดก่อนจะรับโทรศัพท์หรือเข้า ร่วมประชุมออนไลน์ลองยิ้มกับตัวเองก่อน 1 ครั้งมันจะเปลี่ยนโทนเสียงของคุณให้สดใส และเป็นมิตรขึ้นทันทีสำหรับแนวคิดทางวจน ภาษา verbal cu 1 เตรียมคำถามจุดประกาย คิดคำถามเปิดบทสนทนาที่น่าสนใจนอกเหนือ จากทำงานอะไรหรือสบายดีไหมเตรียมไว้ 1-2 คำถามเช่นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีอะไรสนุกๆ ทำบ้างครับเพื่อใช้ในโอกาสครั้งต่อไป 2 เปลี่ยนฉันคิดว่าเป็นฉันเชื่อว่าในการ
21:04 ประชุมครั้งหน้าลองสังเกตการใช้คำพูดพูด ของตัวเองและพยายามอัปเกรดคำพูดที่แสดง ความลังเลให้เป็นคำพูดที่แสดงความมั่นใจ มากขึ้นสำหรับแนวคิดทางภาพลักษณ์ Imagury QS 1 จัดสากหลัง Zoom ของคุณใช้เวลา 5 นาทีสำรวจพื้นหลังที่คุณใช้ในการประชุม ออนไลน์มีอะไรที่รกสายตามยคุณจะเพิ่มอะไร เล็กๆน้อยๆเช่นต้นไม้หรือหนังสือที่น่าสน ใจเพื่อทำให้มันดูดีขึ้นและสะท้อนความ เป็นตัวคุณได้บ้างหรือไม่ 2 แต่งตัวด้วย สีแห่งเจตนาในวันที่คุณต้องการความมั่นใจ
21:49 เป็นพิเศษลองเลือกใส่เสื้อผ้าสีเข้มเช่น สีกลมหากวันไหนคุณต้องการสร้างความ สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานลองเลือกใส่สี ที่สดใสขึ้นสำหรับบริบทของคนไทยที่ให้ ความสำคัญกับความนอกนอบน้อมคิวแห่งความอบ อุ่นจะทรงพลังมากเป็นพิเศษครับการไหว้ พร้อมกับรอยยิ้มและการสบตาอย่างจริงใจถือ เป็นการผสมผสานทั้ง nonverbal และ images ที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความประทับใจแรกพบ กับผู้ใหญ่หรือในการประชุมลองเริ่มด้วย การโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยและพยักหน้า รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นก่อนเสนอความ
22:35 คิดเห็นของตัวเองจะช่วยสร้างบรรยากาศของ ความร่วมมือได้ดีมากๆครับ นอกเหนือจากแนวคิดและวิธีการดีๆแล้วใน หนังสือเล่มนี้ยังมีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผม อ่านแล้วประทับใจมากและอยากจะนำมาแบ่งปัน เป็นพิเศษเลยครับซึ่งก็คือเรื่องราวของ ผู้เขียนเอง Vanessa Van Edwards ไม่ ได้เริ่มต้นจากการเป็นกูรูด้านการสื่อสาร ครับเธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเอง เคยเป็น A recovering person หรือแปลเป็นไทยง่ายๆก็คือคนที่ พยายามจะหายจากอาการประมาทและเข้าสังคม ไม่เก่งเธอเล่าว่าในสมัยเรียนเธอเป็นเด็ก เนิสรที่มักจะหลบอยู่ตามมุมห้องในงาน ปาร์ตี้ไม่รู้จะคุยอะไรกับใครและรู้สึก
23:22 ว่าตัวเองเป็นมนุษย์ล่องหนความรู้สึกของ การเชื่อมต่อกับคนอื่นไม่ได้นี้มันทั้ง เจ็บปวดและทำให้เธอพลาดโอกาสดีๆในชีวิตไป มากมายจุดเปลี่ยนของเธอไม่ได้มาจาก พรสวรรค์ที่จุจุก็เกิดขึ้นแต่มาจากการตัด สินใจที่จะใช้ทักษะที่เธอมีอยู่แล้วนั่น คือความเป็นนักวิจัยมาแฮกระบบการเข้า สังคมเธอเริ่มตั้งคำถามว่าเสน่ห์มันมีรูป แบบที่ถอดรหัสได้มยเธอเริ่มหมกมุ่นกับการ ดูเทปบันทึกภาพการปฏิสัมพันธ์ของผู้คน สังเกตภาษากายของผู้นำระดับโลกอ่านงาน วิจัยทางจิตวิทยานับพันชิ้นและที่สำคัญ ที่สุดคือการทดลองกับตัวเองเธอบังคับตัว เองให้ออกไปอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด
24:08 ทดลองใช้คิวต่างๆที่เธอเรียนรู้มาอันไหน ได้ผลก็เก็บไว้อันไหนไม่ได้ผลก็โยนทิ้งไป เรื่องเล่านี้ทรงพลังเพราะมันบอกเราว่า ไม่มีใครเกิดมาพร้อมกับคู่มือการเข้า สังคมวานซ่าเปลี่ยนจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด ของเธอให้กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันทำให้เนื้อหาทั้งหมดในหนังสือไม่ใช่ แค่ทฤษฎีที่สวยหรูแต่เป็นบทเรียนที่กลั่น มาจากความพยายาม ความล้มเหลวและความสำเร็จจริงมันเชื่อม โยงกับเราทุกคนที่อาจจะเคยรู้สึกประหม่า ไม่มั่นใจหรือสึกว่าตัวเองดีไม่พอและมัน มอบความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับเรา ว่าถ้าเธอทำได้เราทุกคนก็ทำได้เหมือนกัน ครับ
24:53 และนั่นก็คือสาระสำคัญจากหนังสือร่างกาย คุณสะกดใจคนได้หรือนะครับถ้าจะให้สรุปอีก ครั้งหัวใจที่หนังสือเล่มนี้ต้องการจะบอก เราก็คือเสน่ห์และความน่าดึงดูดไม่ใช่ พรสวรรค์แต่เป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ผ่าน การควบคุมคิวสหรือสัญญาณเล็กๆที่เราส่ง ออกไปเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความอบอุ่น และความสามารถสำหรับใครที่ฟังแล้วมีไฟจาก ขั้นตอนทั้งหมดที่เราคุยกันไปในวันนี้ผม อยากให้คุณเลือกสิ่งที่ทำได้ง่ายและเล็ก ที่สุดเพียง 1 อย่างมาเริ่มลองทำดูภายใน 24 ช่มงนี้ครับไม่ว่าจะเป็นการฝึกจบ ประโยคด้วยเสียงต่ำในการคุยโทรศัพท์ครั้ง ต่อไปมันเป็นเรื่องเล็กๆที่ไม่ต้องใช้ ความพยายามมากแต่ผลลัพธ์ของมันจะทำให้คุณ
25:38 ประหลาดใจแน่นอนครับลองถามตัวเองดูนะครับ ว่าถ้าคุณสามารถนำแนวคิดจากหนังสือร่าง กายคุณสะกดใจคนได้ไปปรับใช้ได้อย่างสม่ำ เสมอชีวิตของคุณในอีก 1 ปีข้างหน้าจะ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างไร ได้บ้างจำไว้เลยครับว่าการฟังเป็นเพียง จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะ เกิดขึ้นเมื่อเรากล้าที่จะลองทำดูเท่า ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามฟังมาจนถึงตอนจบนะ ครับถ้าชอบเนื้อหาในตอนนี้อย่าลืมกด Like แชร์และ subscribe ช่องลองทำดู Just try it พร้อมกดกระดิ่งแจ้งเตือนจะได้ไม่พลาด สาระดีๆในตอนต่อไปสำหรับหนังสือร่างกาย คุณสะกดใจคนได้เล่มนี้แนวคิดไหนที่คุณฟัง แล้วปิ๊งที่สุดและอยากจะนำไปลองทำดูเป็น
26:25 อย่างแรกนะครับคอมเมนต์แบ่งปันกันที่ด้าน ล่างนี้ได้เลยนะครับและแน่นอนมีหนังสือ เล่มไหนอีกบ้างที่คุณอยากให้เรานำมาสรุป และลองทำดูด้วยกันในครั้งต่อไปแนะนำกัน เข้ามาได้เลยนะครับสำหรับวันนี้เวลาของ เราหมดลงแล้วอย่าลืมนะครับว่าทุกการลองทำ ดูคือก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่ง ใหญ่ในชีวิตคุณเสมอพบกันใหม่ในตอนต่อไป สวัสดีครับ [เพลง]