0:00 สวัสดีทุกคนนะครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ Channel Little Moments นะครับเดี๋ยว ในวันเนี้ยเราจะมาเล่าถึงตัว CL เวอร์ชั่น 4 นะครับที่เพิ่งออกมาในไม่กี่ วันที่ผ่านมานี่เองซึ่งเขา้าบอกว่าเป็น ตัว AI ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกณ ตอนนี้นะครับเดี๋ยวเรามาพูดถึงตัวฟีเจอร์ ต่างๆที่มันออกมากันแล้วก็เปรียบเทียบกับ เวอร์ชั่นกันก่อนมันมีความแตกต่างยังไง บ้างสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาchชannelนี้นะ ครับผมชื่อBoyอยตอนนี้ทำงานเป็น Engineering Manager อยู่ที่บริษัท Canva ที่ประเทศออสเตรเลียนะครับก่อน หน้านี้ทำงานอยู่ที่บริษัท Amazon นะครับ ในตำแหน่ง Software Engineer แต่ในคลิป นี้ครับผมจะมาเล่าให้ฟังถึงตัว CL ซึ่ง เป็น AI ที่ผมใช้ในการทำงานทุกๆวันเลยนะ ครับเดี๋ยวเรามาดูด้วยกันไปพร้อมๆกันครับ ว่ามีอะไรใหม่บ้างอันนี้ก็เป็นตัว เว็บไซต์ของบริษัทเขาเลยนะครับที่ประกาศ ตัว Close C ออกมาเป็นบล็อกโพสที่มาบอก
0:47 ว่ามีอะไรเปิดตัวบ้างนะครับซึ่งถ้าเรา เลื่อนลงมาด้านล่างนิดนึงจะสังเกตว่ามัน เปิดตัว 2 ตัวด้วยกันนะครับก็คือ Cross Oppus 4 และ Cross Solet 4 ซึ่ง เดี๋ยวเราจะมาพูดรายละเอียดของ 2 ตัวนี้ กันนะครับแต่ว่าถ้าใครนึกภาพไม่ออกอาจจะ เปรียบเทียบคร่าวๆแบบว่าเวลาเค้าเปิดตัว iPhone ของบริษัท Apple แบบเนี้ยก็จะมี หลายรุ่นใช่มั้ยครับตัว Sonet นะครับในณ ที่เนี้ยจะเปรียบเทียบกับตัวของ iPhone Pro แล้วกันนะครับส่วนตัวของ Oppus จะ เปรียบเทียบกับ iPhone Pro Max นะครับ ก็คือมีฟีเจอร์เพิ่มมากขึ้นแต่ว่าราคาแพง ขึ้นอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคนก็เดี๋ยวเรา มาคุยตัวฟีเจอร์ต่างๆของ 2 อันนี้กันมี ความแตกต่างกันยังไงบ้างรวมถึงเปรียบ เทียบกับตัว CL เวอร์ชั่นก่อนๆแต่ว่าสิ่ง นึงที่อยากชวนทุกคนมาดูกันก่อนครับก่อน
1:32 ที่จะไปพูดถึงเรื่องนี้กันก็คือ AI ใน ปัจจุบันเนี่ยบริษัทใหญ่ๆเขามีเป้าหมาย การใช้ AI ยังไงบ้างครับซึ่งผมไปเจอตัว โพสต์อันนึงน่าสนใจมากครับซึ่งเป็นโพสต์ ที่มาจากตัวเว็บของ PC Max ครับเป็น เว็บไซต์ทำเกี่ยวกับข่าวไอทีต่างๆโดย เขา้าบอกว่า Microsoft นะครับ CEO เ้า เพิ่งออกมาบอกว่าตอนนี้ที่บริษัทใช้ AI ในการเขียนโค้ดเนี่ยเป็นจำนวน 30% ซึ่ง สูงมากๆเลยเนาะโดยบริษัทของเมตตะครับก็มี การตั้งเป้าเช่นเดียวกันว่าภายในปี 2026 ครับโค้ดทั้งหมดของบริษัทเขาจะเขียนด้วย AI สูงถึง 50% ด้วยกันซึ่งสูงมากๆเลยนะ ครับที่ชวนทุกคนมาดูตรงเนี้ยเพราะว่า ปัจจุบันงาน AI เนี่ยเข้ามาแน่ๆครับเรา ควรจะมีการปรับตัวเนาะเพื่อที่จะเอา AI มาใช้นะครับแล้วก็การที่เรารู้ AI เนี่ย
2:18 ทำให้เราไม่โดน replace เนาะไม่โดนแทนที่ ด้วย AI ด้วยนะครับดังนั้นงานของ Sw Engineering จะแตกต่างไปจากปัจจุบันนะ ครับปัจจุบันก็เริ่มแตกต่างแล้วแหละเพราะ ว่าโค้ดบางอย่างก็ให้ AI ช่วยเขียนให้ไม่ ได้เขียนเองทุกบรรทัดเหมือนสมัยก่อนแล้ว นะครับดังนั้นงานของ SW Engineering จะ เน้นการคิดวิเคราะห์การวางแผนด้าน Archิคureครับการออกแบบระบบการทำ Design Patterเทิร์นแล้วก็เอา AI มาช่วยเขียน โค้ดแทนนะครับโดยเราก็คล้ายๆกับเป็น Senior Engineer เนาะวางแผนเห็นภาพรวม AI ก็เหมือนเป็นผู้ช่วยเป็นJูเนียร Engineer ที่มาเขียนโค้ดตามคำสั่งของเรา ซึ่งเดี๋ยวผมค่อยมาทำคลิปเกี่ยวกับเรื่อง นี้เพิ่มแล้วกันเนาะคลิปนี้จะได้ไม่ยาว มากนะครับเดี๋ยวเรากลับไปดูตัว Sonet ของ เรากับ Oppus นะครับ 2 ตัวที่เพิ่งออก ใหม่กัน 2 ตัวนี้ออกมาแล้วตัว Benchmark เป็นยังไงบ้างเดี๋เราเลื่อนไปดูตัวกราฟ
3:04 ตัวนี้กันก่อนครับอันนี้เป็นกราฟเกี่ยว กับความสามารถในการทำงานของ Software Engineering ก็คือพูดง่ายๆคือการเขียน โค้ดนั่นแหละถ้าเราดู OP 4 ครับความ สามารถของมันก็คือเป็นการเขียนโค้ดทำ Software Engineering ได้ถูกต้อง 72.5% ครับแต่ว่าถ้าใช้โหมด Parallel Test Time Compute นะครับก็จะได้ 79.4% 4% คือใช้คอมหลายๆตัวมาช่วยกันคำนวณนะครับก็ จะได้สูงมากขึ้นตัว Sonet ก็คล้ายๆกัน ครับก็ได้ 72.7% ใกล้เคียงกันมากๆแล้วก็ สูงสุดได้ถึง 80.2% 2% ก็ค่อนข้างใกล้ เคียงกัน 2 ตัวนี้แต่ว่าเดี๋ยวเราค่อยไป ดูความแตกต่างของ 2 ตัวนี้กันครับจะมีราย ละเอียดแตกย่อยที่ทำให้ OP มันดีกว่าใน งานบางอย่างแต่ว่าสิ่งนึงที่น่าสนใจครับ ถ้าเราเปรียบเทียบกับตัวอื่นๆเนี่ยอย่าง เช่น Codex 1 จริงๆแล้วเป็นตัว AI ที่
3:49 เพิ่งออกมาจากบริษัท Open AI เนาะที่ทำ แชat GBT ใช่ไหมั้ครับที่พวกเรารู้จักกัน จะสังเกตว่าตัวของ Codex 1 เนี่ยความถูก ต้องน้อยกว่านะครับน้อยกว่าตัว Oppus แล้วก็ Sonet โดยเอยู่ที่ 72.1% 1% ส่วน O3 ได้ 69.1% นะครับแชat GBT 4.1 ได้ 54.6 6 ก็ต่ำที่สุดเลยในบรรดาทั้งหมด ถ้าเทียบกับตัว Gemini บ้างของบริษัท Google จะสังเกตว่าอันนี้ก็ยังสู้ตัวที่ เหลือไม่ได้เนาะก็สูงกว่าแค่ GBT 4.1 เท่านั้นเองดังนั้นตัว Oppus แล้วก็ Sonet ครับเขาก็เลยเคลมว่าเขาเป็น AI ที่เก่ง ที่สุดในโลกณตอนนี้นะครับที่ใช้ในด้าน ซอฟต์แวร์ Engineering ตอนที่ผมมานั่ง อ่านเองเนี่ยก็คำถามก็คือว่าแล้วถ้าเทียบ กับตัว Sonet เวอร์ชั่นก่อนๆมันต่างกัน ยังไงบ้างเดี๋เราลองมาดูด้วยกันตรงนี้
4:35 ครับถ้าเราเลื่อนลงมาด้านล่างครับจะเห็น ตัว Model Improvement นะครับแล้วก็จะมี เลข 65% ตรงนี้อยู่ซึ่งตัวเนี้ยเดี๋เล่า ให้ฟังก่อนครับว่าปัญหาจริงๆที่ผมเคยใช้ Sonet เวอร์ชั่นก่อนหน้าครับอย่างเช่น เวอร์ชั่น 3.7 3.5 5 เนี่ยปัญหาของมัน หลักๆเลยก็คือมันทำงานมากกว่าที่เราสั่ง มันครับอย่างเช่นสั่งมันว่าให้แก้โค้ดตรง เนี้ยมันก็ไปแก้ตัวอื่นเพิ่มให้ด้วยนะ ครับหรือสั่งว่าให้แก้ error ตัวนี้มันก็ อาจจะไปทำอะไรสักอย่างนะครับที่เราไม่ได้ สั่งมันเยอะแยะไปหมดเลยซึ่งสุดท้ายเนี่ย โค้ดมัน generate แบบมั่วๆครับแล้วก็ไม่ ได้เป็นสิ่งที่เราต้องการคือมันทำนอก เหนือจากที่เราสั่งมันอันนี้คือปัญหาที่ 1 ครับที่เคยเจอกับเวอร์ชั่นก่อนหน้าจริงๆ มีอีกปัญหานึงด้วยครับที่ผมเจอตลอดเลยก็ คือบางครั้งบอกว่ามี error บางอย่างมาบอก
5:22 ให้มันแก้สิ่งที่มันทำแทนที่มันจะไปหาตัว root cuse เนาะว่าต้นตอปัญหาคืออะไร แล้วก็แก้ให้ถูกต้องนะครับแต่ว่าสิ่งที่ มันทำมันกลับไปคอมเมนตโค้ดบางอันออกให้ โค้ดมันรันผ่านก็พอก็คือไปหาแบบShortคut ไปหา loop H ต่างๆนะครับอันนี้คือศัพท์ ที่เขาเรียกตรงนี้เนาะว่า Shortcut loop hole ต่างๆในการที่จะ complete task ที่เราสั่งมันนะครับแต่ว่าไม่ได้มี ประสิทธิภาพไม่ได้แก้ที่ root c จริงๆ ต้นตอจริงๆของมันซึ่งเวอร์ชั่น 4 นะครับ สามารถทำได้ดีกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆลบปัญหา พวกนี้ออกไปถึง 65% ด้วยกันตามที่เขาเคลม ตรงนี้ดังนั้นก็ทำให้ตัวคอร์สเวอร์ชั่น 4 สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า เวอร์ชั่นก่อนๆอีกอันนึงครับที่อยากจะชวน ทุกคนมาดูกันก็คือตัวของ memory capabilities ครับคือความสามารถในการจด
6:07 จำครับซึ่งเขาบอกว่า cl เนี่ยสามารถที่จะ access ตัวไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของเราได้ แล้วก็ทำการเซฟข้อมูลต่างๆที่มันทำการคิด วิเคราะห์เพื่อที่จะใช้ในการคำนวณแล้วก็ คิดวิเคราะหขอเพิ่มเติมเขาเลยบอกว่าการ ที่ทำตัวนี้ได้ครับทำให้ทำ TASk ที่มันมี ระยะเวลานานๆครับซึ่งมันก็จะมีข้อดีกับ งานหลายๆอย่างนะครับอย่างเช่นงานแบบว่า ที่เราต้องการคิดวิเคราะห์ค่อนข้างเยอะ สมมุติว่าเราเอาข้อมูลจากไฟแนซจาก Marketing มาเพื่อจะวิเคราะห์คำนวณยอด ขายในอนาคตทำการ predict ข้อมูลนะครับใน อนาคตว่าจะขายได้ประมาณเท่าไหร่สมมุติ เนาะซึ่งสมมุติว่าไฟล์เนี่ยมันเยอะแยะมาก มายเลยนะครับ CL จริงๆเนี่ยสามารถที่จะ รันได้นานมากๆอาจจะใช้เวลาหลายชั่วโมง ซึ่ง AI ในหลายๆตัวอาจจะทำไม่ได้นะครับ
6:54 แต่เนื่องจาก CL สามารถที่จะเก็บข้อมูลลง ไฟล์ต่างๆในคอมได้มันสามารถวิคิด วิเคราะห์ได้ต่อเนื่องแล้วก็คิดวิเคราะห์ ได้ค่อนข้างลึกมากๆครับถ้าเราลองมาดูตัว อย่างในเว็บอันนี้เดี๋ยวผมลองseสิร์ช Ruten ครับเนี่ยจะเห็นว่าเขาบอกว่า Raguten สามารถเอาตัว CR ครับไปรันได้ นานถึง 7 ชมงลองนึกภาพเหมือนคล้ายๆกับมี โปรแกรมเมอร์เนาะมานั่งเขียนโค้ดให้เรา ตอนกลางคืนเนี่ยสมมุติเราสั่งมันตอนเย็น ว่าให้ทำประมาณนี้นะแล้วมันก็ไปนั่งเขียน มาให้ครับตอนเช้าแล้วตื่นมาเปิดคอมแล้วก็ ได้เป็น final result เป็นผลลัพธ์เหมือน มีJจียor Developer มานั่งเขียนโคดให้เรา 7 ชมงตามที่เราสั่งอันนี้ก็เป็นอีกอัน นึงที่ผมว่าน่าสนใจมากนะมันจะมาเปลี่ยน การทำ AI ไม่ใช่แค่เราต้องคอยสั่งมันตลอด เวลาละเราแค่ทิ้งภาพรวมภาพกว้างๆแล้วสั่ง
7:42 มันครับว่าให้ทำประมาณเนี้ยส่งรายละเอียด ให้มันนะครับเหมือนคล้ายๆกับสั่งจูเนียร์ ไปทำงานมาให้เราครับเราเสร็จปุ๊บอีกวัน นึงก็เอางานมาส่งเรานอกจากตัวอย่างเมื่อ กี้แล้วครับจริงๆแล้วมันมีอันที่ CL ลอง เอาตัวความสามารถการจดจำเนี่ยครับมาลอง เล่นเกม Pokemon ด้วยนะครับสังเกตว่าตัว Oppus 4 เนี่ยเวลามันเล่นเกมPokemอน ครับมันจะมีกระบวนการคิดที่ลึกซึ้งมาก กว่าเวอร์ชั่นก่อนๆเวอร์ชั่น 3.5 3.7 7 มาเล่นPoemอนก็อาจจะแก้ได้ในระดับนึงครับ แต่ว่าไม่ได้แก้ได้ทั้งหมดนะครับอาจจะติด ปัญหาแบบเดินแล้วชนนู่นชนนี่แต่ว่าตัว CL เวอร์ชั่น 4 นะครับสังเกตว่ามันมีการคิด วิเคราะห์ที่เป็นขั้นตอนมากโดยเฉพาะ OP ที่เราบอกนะครับก็มีการวางแผนเป็นขั้นตอน เลยว่าให้ลองทั้งหมด 5 รอบโดยใช้วิธีการ
8:32 ที่กำหนดแต่ว่าถ้าลองแล้วติดนะครับก็ให้ ลองอ่า approach หรือว่าวิธีการอื่นๆแทน ในการเดินอันนี้คือสิ่งที่ CL มันคิดได้ เองครับโดยที่เราไม่ต้องสั่งเดี๋มาดูอีก อันนึงบ้างครับเป็นประโยชน์ของ CL ที่ผม ชอบมากๆก็คือเอา AI ครับมาช่วยในการทำ P request นะครับก็คืออินทิเกรต AI กับตัว ของกิหับสมมุติว่าเราเปิด P request ไป แล้วมีเพื่อนๆในทีมของเราเนี่ยมาคอมเมนต ในตัว P request ของเราว่าให้ทำประมาณ นี้สินะครับแทนที่เราจะไปนั่งอ่าน คอมเมนต์แล้วก็นั่งแก้ด้วยตัวเองเรา สามารถที่จะบอก CL ได้ว่าให้ไปอ่าน คอมเมนต์ให้หน่อยหน่อยเราแก้ให้เราด้วย แล้วก็ comin code ขึ้นไปในตัว PR ของ เราเราจะแก้เสร็จนะครับเดี๋ลองดูตัวอย่าง วีดีโอนี้กันผมว่ามันน่าสนใจมากๆอย่าง
9:17 เช่นอันนี้เดี๋ยวผมซูมเข้าไปนิดนึงก็คือ เนี่ยสมมุติว่าตอนนี้เพื่อนเค้ามีการ คอมเมนต์มาแล้วนะครับว่าให้แก้ประมาณนี้ คนนี้ก็ถามclอสว่าให้ช่วยแก้ตามฟีดแบคได้ ไหมแล้วก็คอมเมนตเสร็จปุ๊บคอสก็มาทำการ คิดวิเคราะห์ครับว่าเนี่ยเดี๋ยวเราจะอ่าน ตัว PR ก่อนนะอ่านคอมเมนต์ก่อนด้วยว่า เค้าคอมเมนต์อะไรมาครับแล้วก็ทำการแก้ ฟีดแbคสร้างอ่า commit code ขึ้นมาครับ แล้วก็รันพวกอ่า test ๆว่าผ่านหรือเปล่า เสร็จปุ๊บclอสก็ commit ce code ขึ้นมา ด้านล่างเห็นมั้อันนี้เป็น commit อีกอัน นึงแล้วก็ push เข้าไปในกit hub เลยนะ ครับเสร็จปุ๊บอ่าเพื่อนเขาก็เนี่ยก็มาดู แล้วก็บอกว่า perfect มากๆครับแก้ปัญหา เรียบร้อยแล้วแล้วคนนี้ก็ทำการ merge to
10:04 request ซึ่งผมว่าน่าสนใจมากนะถ้าสมมุติ มันทำได้จริงๆนะครับตามที่เราดูในคลิป เมื่อกี้ครับก็จะทำให้งานเราเนี่ยมันลดลง ได้ค่อนข้างเยอะเหมือนกันแต่ผมว่ามันก็ ไม่ได้แม่นขนาดนั้นเหมือนในคลิปที่เป็น แสดงอันนี้เหมือนเป็นโฆษณาของบริษัทเค้า เนาะผมว่าของจริงตอนนี้อาจจะต้องแบบว่า อ่านด้วยตัวเองอ่านคอมเมนต์แก้ด้วยตัวเอง บ้างแล้วใช้คอสมาช่วยแต่ว่าถ้าในอนาคตมัน ทำได้แม่นจริงๆนะครับแล้วก็ถูกต้องมากๆ จริงๆก็จะช่วยลดระยะเวลาของเราไปได้เนาะ ช่วยลดงานของเราไปได้ครับดังนั้น Software Engineer ก็พยายามเรียนรู้ AI เนาะแล้ว ก็เอามาใช้นะครับช่วยให้โปรดัก Activity ของตัวเองสูงขึ้นแล้วก็ทำให้เราเนี่ยมัน มีจูเนียรมาช่วยงานเราทำให้เราทำงานได้ เร็วมากยิ่งขึ้นก่อนหน้านี้เราพูดถึงตัว Sonet กับตัว OP ไปนะครับเดี๋ยวผมว่าลอง ย้อนกลับมาดูนิดนึงว่า 2 ตัวนั้นมันแตก
10:51 ต่างกันยังไงบ้างเนาะอย่างที่เราเปรียบ เทียบไปก่อนหน้าครับก็คือตัวของ Oppus เหมือนกับ iPhone Pro Max นะครับส่วน Sonet เหมือน iPhone Pro โดยส่วนโดยตัว Sonet นะครับก็จะเหมาะกับงานใช้ในชีวิต ประจำวันของการทำงานเขียนโค้ดของเราครับ ก็คือเขียนโค้ดได้ดีมีการคิดวิเคราะห์ได้ โอเคแล้วก็มีการตอบกลับได้อย่างรวดเร็วนะ ครับคือถามไปแล้วก็ตอบกลับมาได้ทันทีเลย ไม่ต้องเสียเวลารอนานแต่ว่าถ้าเป็นตัว OP 4 เนี่ยจะเหมาะกับงานที่มัน complex มาก ๆซึ่งใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์นานๆอย่าง ตัวอย่างที่เรายกไปตัวอย่างไฟแนนซ์เนาะ อาจจะมี report เยอะมากๆครับที่มันต้องไป หามีการเสิร์ชอินเทอร์เน็ตมีการไปดูเว็บ ต่างๆมีการคิดวิเคราะห์จากภาพจากกราฟจาก นู่นนี่นั่นครับซึ่งข้อมูลที่มัน complex มากๆเนี่ย opus จะทำงานได้ดีแต่ว่าข้อ
11:37 เสียของมันก็คือว่ามันจะใช้เวลานานมาก ครับบางครั้งใช้เวลาแบบเป็น 10 นาที 20 นาทีอย่างเงี้ยในการคิดวิเคราะห์แต่เรา ลองมาดูอีก 1 อันบ้างครับที่ผมว่าน่าสนใจ มากๆแล้วหลายคนน่าจะชอบก็คือตัวของ integration นะครับเขา้าบอกว่าตัว cross verชion 4 เนี่ยสามารถinteทิrateได้กับ ตัว vs code แล้วก็ตัว brain ด้วยอันนี้ ก็น่าสนใจมากๆเลยนะครับเพราะว่าเวอร์ชั่น ก่อนๆเนี่ยมันอินทิเกรตกับ 2 ตัวนี้ไม่ ได้เนาะแล้วคนใช้ 2 ตัวนี้เยอะมากๆใช่มั้ ครับหลายคนก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ cursor เพราะว่าไม่สามารถที่จะอินทิเกรต ตัว cross ได้แต่ว่าพอมันมี cross integration ตัวเนี้ยในเวอร์ชั่น 4 ครับ ก็เป็นอันที่น่าสนใจว่า cursor จะยังอยู่ รอดมยก็อาจจะอยู่รอดก็ได้เพราะว่า curser จริงๆมันอินทิทิเกรตได้กับ AI หลายตัว เนาะไม่ใช่แค่ CL ตัวเดียวบางคนอาจจะใช้
12:24 Curser ต่อก็ได้แต่ผมว่าหลายคนก็อาจจะ เปลี่ยนกลับนะครับมาใช้ VS Code มาใช้ ตัว Jest Brain อย่างผมตอนนี้ใช้ Intellig J ก็อยู่ภายใต้บริษัท Jest Brain นะครับก็อาจจะเปลี่ยนกลับมาใช้ตัว นี้แทนซึ่งวิธีการที่จะทำการอินทิเกรตกับ ตัว VS Code กับตัวของ Jest Brain เนี่ยง่ายมากๆนะครับอย่างเช่น VS Code ก็สามารถที่จะ install ตัว cross Code นะครับเสร็จปุ๊บเราก็เรียกใช้มันเรียกตัว cross แล้วเสร็จปุ๊บเดี๋มันก็จะพร้อม ขึ้นมาให้เรา set up ค่าต่างๆครับแล้วก็ เริ่มใช้งานได้เลยง่ายมากๆครับส่วนตัวของ Jet Brain ก็สามารถลงตัวPlugินได้นะ ครับอ่าซึ่งมันก็จะใช้ได้กับพวกPชarm Webstorm Intell Jand ก็คือพวกที่อยู่ ภายใต้ Brain ทั้งหมดเลยครับพอลงPlugิน
13:09 มันก็ set up คล้ายๆกับ VS Code เหมือน กันก็จะพร้อมขึ้นมาให้เรา set up ค่า ต่างๆอันนี้ก็เป็น plugin ครับชื่อ Close Code นะครับเราก็สามารถไปลงได้เลยเดี๋ยว ในเรื่องสุดท้ายครับเดี๋ยวเราไปดูเรื่อง ของราคากันบ้างดีกว่าว่าก็เป็นตัวนึงที่ จะตัดสินเหมือนกันเนาะว่าเราจะมาใช้ TR ตัวนี้หรือเปล่านะครับเดี๋ยวลองไปดูตัว หน้าเว็บครับแล้วก็เดี๋ยวผมเลื่อนลงมาจะ สังเกตว่าตัว OPUS 4 นะครับเขาบอกว่า ราคาอยู่ที่ 15 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน token สำหรับ input แล้วก็ 75 ดอลลาร์สำหรับ 1 ล้าน token เหมือนกันครับสำหรับ output ของมันตัว Sonet เนี่ยจะถูกกว่าก็คือ 3 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน token สำหรับ input แล้วก็ 15 ดอลลาร์สำหรับตัว output ของ มันงานทั่วไปเราอาจจะใช้ Sonet ก็พอเนาะ
13:56 ราคามันก็ถูกอย่างที่เราบอกว่าเหมือน iPhone Pro นะครับส่วนอันนี้ Oppus เหมือน Pro Max ดังนั้นถ้าเราใช้งานทั่ว ไปผมว่า Sonet ก็เอาอยู่ละไม่ต้องไปถึง OP ก็ได้นะครับราคาก็ถูกกว่าด้วยแล้วก็ได้ respons ที่เร็วเวลาเราถามตอบเนี่ยมัน ค่อนข้างเร time ครับไม่ต้องรอนานจะเว้น งานยากจริงๆก็ค่อยอัพครับเป็น opus เดี๋ เราไปดูราคาของ AI ตัวอื่นกันบ้างว่าราคา เท่าไหร่ไปดูตัวของ Open AI ครับสังเกต ว่าแชat GBT 4.1 1 ราคาถูกกว่าเยอะ เหมือนกัน 2 เหรียญเองครับอันนี้เป็น input เนาะต่อ 1 ล้าน token เหมือนกัน output ก็ 8 เหรียญเท่านั้นเองถูกกว่า เยอะมากๆ 2 อันนี้ 28 ถ้ากลับไปดู Sonet 35 อ่าตัว OPUS ครับแพงกว่ามากๆเลยจริงๆ
14:42 OPUS ถ้าเปรียบเทียบให้ถูกเนี่ยอย่างที่ เราบอก OPUS มันแบบคิดวิเคราะห์ค่อนข้าง เยอะเหมือนกันนะครับแล้วก็ใช้เวลา Deep Research นานๆถ้าเปรียบเทียบกันกับตัว ของ Open AI ครับน่าจะต้องเปรียบเทียบ กับ O3 มากกว่าเป็นการแบบคิดวิเคราะห์ ซึ่งตัวเนี้ยจะสังเกตว่า input 10 ดอลลาร์ Output 40 ดอลลาร์อันนี้ 1040 เนาะกลับไปดูตัวนั้นอันนี้ 15 75 อันนี้ ก็แพงกว่าอยู่ดีนะครับเทียบกับตัวของ O3 ดังนั้นก็อาจจะลองเล่นตัวของ CL C ดูนะ ครับว่ามันคุ้มราคามั้แล้วมันแพงกว่า เพื่อนเลยนะครับแต่ว่ามันก็เคลมว่ามันดี ที่สุดในโลกณตอนนี้ก็ต้องอาจจะยอมให้ เขา้านิดนึงครับถ้าใครลองไปเล่นแล้วลองมา คอมเมนต์ให้ฟังหน่อยครับว่าเห็นความแตก ต่างจากตัวอื่นเห็นมั้ยในเมื่อราคามันแพง กว่าอันนี้ก็เป็นทั้งหมดของคลิปนี้แล้วนะ
15:28 ครับก็มาพูดถึงตัว CR 4 เนาะที่เพิ่ง เปิดตัวมาไม่นานมานี้นะครับดูฟีเจอร์ต่าง ๆไปดูความแตกต่างของ CR 4 กับเวอร์ชั่น ก่อนๆรวมถึงเปรียบเทียบกับตัวโมเดลของตัว เจ้าอื่นๆด้วยรวมของราคาด้วยนะครับผมว่า ก็เป็นอันน่าสนใจมากๆแล้วก็อาจจะมา เปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของ Software Engineer ของเราอย่างที่เราบอกไปโดยอัน นั้นเดี๋ยวผมค่อยมาคุยกันในคลิปอื่นๆเนาะ มาเล่าให้ฟังกันครับว่า Sou Engineer ต้องมีการปรับตัวยังไงบ้างถ้าใครสนใจคลิป แนวนั้นก็สามารถคอมเมนต์กันได้นะครับแล้ว ในวันนี้เราก็จบคลิปไว้แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ในคลิปหน้า