0:00 35 ปีเชอร์โนบิล วิกฤตการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดในโลก เกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนี้วิวเก็บมาเล่าให้ทุกคนฟังแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ วิวจากแชนเนล Point of View ค่ะ ทุกคนรู้กันไหมคะว่าโลกของเราเนี่ย เคยมีวิกฤตการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด ครั้งนึงที่รุนแรงมาก ๆ เลยนะคะ ก็คือวิกฤตการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เชอร์โนบิลนั่นเองค่ะ ซึ่งในปีนี้เนี่ยเป็นปีที่ครบรอบ 35 ปีแล้วนะคะ ดังนั้นวันนี้วิวเก็บเอาเรื่องราวนี้มาเล่าให้ทุกคนฟังค่ะ ว่าจริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยังไงนะคะ แต่ก่อนอื่นค่ะ ชุดที่วิวใส่อยู่ตอนนี้ แม้ว่าวิวจะพยายาม low-cost cosplay ให้แบบ เข้ากับธีมมาก ๆ นะคะ แต่มันทำให้การเล่าลำบากมาก ๆ เลย ดังนั้นขออนุญาตเปลี่ยนชุดก่อนค่ะ เอาละ กลับร่างตัวเองแล้วนะคะ ถ้าพร้อมที่จะฟังเรื่องราวที่อาจจะไม่สนุกนะคะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมไง แต่ได้สาระแน่นอนแล้วเนี่ยก็ ไปฟังกันเลยค่ะ
0:49 ก่อนที่เราจะไปฟังเรื่องราวที่เชอร์โนบิลนะคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย วิวขออนุญาตปูพื้นฐานทุกคนก่อนเล็กน้อยค่ะ เพราะเชื่อว่าหลายคนน่าจะสงสัยเหมือนวิวนี่แหละว่า เอ๊ะ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อยู่ดี ๆ ระเบิดนิวเคลียร์ มันกลายมาเป็นไฟฟ้าได้ยังไงนะคะ หลาย ๆ คนเนี่ย เมื่อนึกถึงเชอร์โนบิล มักจะนึกถึงรัสเซียแล้วโซเวียตใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นะคะ มันไม่ได้เกิดที่รัสเซียหรือโซเวียตค่ะ แต่มันเกิดที่สหรัฐอเมริกาต่างหากค่ะ และที่สำคัญนะคะ เทคโนโลยีนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ สงครามโลกครั้งที่สองค่ะ เพราะเมื่อพูดถึงนิวเคลียร์ ระเบิดนิวเคลียร์ ทุกคนก็น่าจะนึกถึงเหตุการณ์ที่ ฮิโรชิมาแล้วก็นางาซากิใช่ไหมคะ ใช่เลยค่ะ เทคโนโลยีการนำพลังงานนิวเคลียร์ มาผลิตไฟฟ้าเนี่ย ก็เป็นหนึ่งในผลลัพธ์นะคะ ที่ได้จาก The Manhattan Project ซึ่งก็เป็นโครงการเดียวกับที่ผลิตระเบิดนิวเคลียร์
1:35 ระเบิดปรมาณูที่ใช้กันในช่วง สงครามโลกครั้งที่สองนี่แหละค่ะ แล้วทีนี้ถามว่า เอ๊ะ แล้วจากระเบิด มันมาเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ยังไงนะคะ ก็ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วการเกิดไฟฟ้าเนี่ย มันเกิดได้หลายวิธีค่ะทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวิธีธรรมชาตินะคะ อย่างที่เราเห็นฟ้าแลบ ฟ้าผ่า วิธีการเปลี่ยนพลังงานความร้อน เป็นพลังงานไฟฟ้า วิธีการเปลี่ยนปฏิกิริยาเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า แบบที่เราน่าจะเคยทำการทดลองกัน ที่มีบีกเกอร์ แล้วก็มีสารอะไรอยู่ แล้วก็มีอันนี้จิ้ม อันนี้จิ้ม แล้วเป็นขั้วออกมา แบบนั้นใช่ไหมคะ รวมไปถึงวิธีการสุดท้ายค่ะ ก็คือ การเหนี่ยวนำของแม่เหล็ก โดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้านั่นเองค่ะ เราน่าจะเคยเห็นการทดลองนี้กันนะคะ ที่มีการเอาขดลวดมาแล้วก็พัน ๆ แล้วก็ไปหมุน ๆ แล้วก็มีแม่เหล็กตั้งอยู่สองข้าง อันนั้นนี่แหละค่ะ ต้องบอกว่าพลังงานนิวเคลียร์มันมาช่วย
2:20 ปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้านี่แหละ เพื่อผลิตไฟฟ้านะคะ โดยไม่ใช่ว่าเขาไปจุดระเบิดนิวเคลียร์ แล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้านี่มันจะปั่น ๆ นะคะ แต่ว่าพลังงานนิวเคลียร์เนี่ยนะคะ จริง ๆ แล้วมันมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่านั้นค่ะ เพราะว่าสสารต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราเนี่ยนะคะ มันประกอบไปด้วยสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า อะตอมค่ะ เดี๋ยวหยุด ไม่ใช่มุกนี้ เก็บไปก่อน เรากำลังซีเรียส และเรื่องนี้กำลังเข้าใจยากอยู่นะคะ กลับมาที่อะตอมต่อค่ะ และในอะตอมของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราเนี่ย มันจะมีแกนกลางอยู่ค่ะ ที่เรียกว่านิวเคลียสนะคะ ทีนี้ เมื่อมันมีการเปลี่ยนแปลงเนี่ยนะคะ นิวเคลียสของอะตอมมันจะแผ่พลังงานออกมาค่ะ เราก็เลยเรียกพลังงานนั้นว่าพลังงานนิวเคลียร์ค่ะ แล้วถามว่าพลังงานนิวเคลียร์ที่มันปล่อยออกมาเนี่ย มันอยู่ในรูปแบบไหนนะคะ จริง ๆ แล้วมันอยู่ในสองรูปแบบด้วยกันค่ะ
3:07 รูปแบบแรกนะคะก็คือ ออกมาในรูปแบบของรังสีค่ะ ซึ่งเราก็จะเอารังสีนี้ไปใช้งานต่าง ๆ มากมายนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในทางการแพทย์แบบที่ เราเคยได้ยินการฉายแสง ฉายรังสีใช่ไหม หรือในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรมอะไร เขาก็จะเอาไปใช้มากมายเลยนะคะ แต่อีกอย่างนึงที่พลังงานนิวเคลียร์เนี่ย มันจะแผ่ออกมาด้วยก็คือ พลังงานความร้อนนั่นแหละค่ะ ซึ่งพลังงานความร้อนนี่แหละ ก็คือส่วนที่เราจะเอามาผลิตกระแสไฟฟ้านะคะ โดยหลักการง่าย ๆ ค่ะ เมื่อเรามีพลังงานนิวเคลียร์ ที่ปล่อยความร้อนออกมาเนี่ย เราก็เอาความร้อนนี้ไปต้มน้ำค่ะ พอต้มน้ำ น้ำเกิดอะไรขึ้น น้ำเกิดไอน้ำนะคะ เขาก็จะเอาไอน้ำนี้ไปปั่นกังหันค่ะ โดยให้กังหันนี้ไปปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้านะคะ ก็เลยได้ไฟฟ้าออกมานั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าเราใช้พลังงานความร้อนปกติเนี่ย
3:52 ไอน้ำมันก็จะไม่รุนแรงมากใช่ไหม ปั่นกังหันออกมา กังหันก็จะหมุนไม่เยอะใช่ไหมคะ แต่ในทีนี้ เรากำลังใช้พลังงานนิวเคลียร์ค่ะ ซึ่งมันเป็นความร้อนที่สูงมาก ๆ ดังนั้นเราก็เลยสามารถผลิตไอน้ำแรงดันสูงได้นะคะ แล้วก็สามารถไปทำให้กังหันเนี่ย ปั่นเครื่องผลิตไฟฟ้าได้เยอะมาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ นี่ก็คือวิธีที่เขาใช้พลังงานนิวเคลียร์ ในการผลิตไฟฟ้านะคะ ทีนี้ปัญหาอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงเกิดเหตุการณ์แบบเชอร์โนบิลได้นะคะ ปัญหามันก็คือ ไอ้พลังงานความร้อน ที่ผลิตขึ้นมาได้เนี่ย มันร้อนเกินไปค่ะทุกคน พอมันร้อนเกินไปเนี่ยนะคะ มันไม่ใช่แค่ไปต้มน้ำไง อุปกรณ์ที่อยู่รอบ ๆ เนี่ย มันก็จะร้อนจัดไปหมดนะคะ ดังนั้นเขาก็เลยต้องมีระบบหล่อเย็นค่ะ เพื่อที่จะทำให้ความร้อนเนี่ยมันลดลง ลดลงนะคะ ก็คล้าย ๆ กับเวลาเราประกอบคอม แล้วมีการหล่อเย็น แบบเดียวกันนั่นแหละค่ะ
4:38 แต่ปัญหาก็คือ บางครั้งพลังงานความร้อนมันก็จะ สูงมากเกินไปนะคะ ทำให้ระบบหล่อเย็นเนี่ย ไม่สามารถกักเก็บความร้อนได้ครบถ้วนค่ะ จนกระทั่งระบบต่าง ๆ เนี่ยมันรองรับไม่ได้นะคะ วิธีแก้ไขก็คือต้องปิดทั้งระบบทิ้งนะคะ เพื่อให้มันหยุดนะคะทุกคน ไม่งั้นมันก็จะร้อนเกินไป แล้วก็จะเกิดปัญหาขึ้นค่ะ และเหตุการณ์เชอร์โนบิลเนี่ย ก็เกิดจากสาเหตุนี้แหละ เกิดจากความร้อนที่มันพุ่งมากเกินไปนี่แหละค่ะ โดยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แห่งแรก ที่สหรัฐอเมริกา ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเนี่ยนะคะ ชื่อว่า X-10 Graphite Reactor ค่ะ เอาละ ตอนนี้ทุกคนก็น่าจะเข้าใจคอนเซปต์คร่าว ๆ ของการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์แล้วนะคะ กลับมาที่เชอร์โนบิลของเราต่อดีกว่าค่ะ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเนี่ยนะคะ อย่างที่วิวเล่าไปเลยว่าเทคโนโลยีนี้ เป็นเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาใช่ไหมคะ
5:24 และถ้าสมมติว่าเราย้อนกลับไปฟัง คลิปสงครามโลกครั้งที่สองของวิว ต่อด้วยคลิปสงครามเย็นเนี่ยนะคะ ก็จะรู้ว่าหลังสงครามโลกครั้งที่สองเนี่ยนะคะ มันเกิดมหาอำนาจขึ้นสองประเทศในโลกค่ะ แล้วก็มีการแข่งขันกันทางเทคโนโลยีสูงมากนะคะ ก็คือสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตนั่นเองค่ะ ซึ่งนี่ก็คือต้นกำเนิดของสงครามเย็นนะคะ แน่นอนว่าเขาแข่งขันกันทางเทคโนโลยีใช่ไหมคะ สหรัฐอเมริกามีอะไร สหภาพโซเวียตก็จะต้องมีค่ะ ดังนั้นเนี่ยนะคะ สหภาพโซเวียตก็เลย หันไปลงทุนด้านการผลิตไฟฟ้า พลังงานนิวเคลียร์หนักมาก ๆ นะคะ จนกระทั่งในที่สุดนะคะ ก็สามารถสร้าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของโลกขึ้นมาได้ ในปี 1954 นะคะ ชื่อว่าโรงไฟฟ้า Obninsk ค่ะ หลังจากที่ตั้งโรงไฟฟ้าแห่งแรกขึ้นมาได้เนี่ยนะคะ สหภาพโซเวียตก็เดินหน้าเต็มสูบค่ะ สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เนี่ย
6:09 กระจายเลยนะคะ โดยหนึ่งในนั้นนะคะก็คือ โรงไฟฟ้าที่ชื่อว่า The Vladimir Ilyich Lenin Nuclear Power Plant นั่นเองค่ะ ซึ่งพูดชื่อนี้ไป นอกจากจะยาวแล้วนะคะ หลายคนอาจจะไม่คุ้นค่ะ ดังนั้นนะคะ คนส่วนมากก็เลยรู้จักโรงไฟฟ้านี้ ในนามโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลค่ะ ก็คือตั้งตามชื่อเมืองเชอร์โนบิลที่อยู่ห่างจาก โรงไฟฟ้านี้ออกไป 15 กิโลเมตรด้วยกันค่ะ ซึ่งสมัยนั้นเนี่ยนะคะ แม้ว่าโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล จะอยู่ภายใต้พื้นที่ของสหภาพโซเวียตใช่ไหม แต่ถ้านับในปัจจุบันเนี่ยนะคะ จริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับรัสเซียแล้วนะ เพราะว่ามันอยู่ในพื้นที่ของประเทศยูเครนค่ะ ต้องบอกว่าโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเนี่ยนะคะ จริง ๆ แล้วเป็นแผนการที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ ของโซเวียตค่ะ เพราะว่า มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์นะคะ อยู่หลายต่อหลายเตาด้วยกันค่ะ ตามแผนจริง ๆ เนี่ย ควรจะมีทั้งหมด ประมาณหกเตาด้วยกันนะคะ โดยเริ่มสร้างเตาแรกค่ะ ในปี 1972 นะ
6:57 มาเสร็จเปิดเตาเอาในปี 1977 หลังจากนั้นก็ที่สองที่สามต่อมา จนกระทั่งมาถึงเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่สี่นะคะ เริ่มเปิดใช้ในปี 1983 ค่ะ แม้ว่าเขาจะมีแผนจะไปสร้าง เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ห้าที่หกต่อไปเนี่ย เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่สี่ ดันมาเกิดเรื่องซะก่อนค่ะ ในปี 1986 นะคะ ซึ่งถ้าเรามานับปีกันเนี่ยนะคะ จริง ๆ แล้วเตาปฏิกรณ์ที่สี่เนี่ย เพิ่งจะเปิดใช้มาแค่สามปีเท่านั้นเองค่ะ คือเรียกได้ว่าใหม่มาก ๆ นะ ไม่ใช่ว่าเก่าจนพังหรืออะไรนะคะ ปัญหาคือเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เชอร์โนบิลเนี่ย มันเป็นเตารุ่นนึงของโซเวียตค่ะ ที่ชื่อว่า RBMK1000 นะคะ แต่ในปัจจุบันนี้ทุกคนเขายอมรับกันแล้วนะคะ ว่ารุ่นนี้มันเป็นรุ่นที่มีปัญหาค่ะ ซึ่งปัญหานี้มันเป็นปัญหาเชิงเทคนิคนะคะ ซึ่งมันอธิบายยากมาก ดังนั้นวิวขออนุญาตข้ามค่ะ ข้าม
7:42 มาที่วันที่เกิดเหตุดีกว่าค่ะ เรื่องราวทั้งหมดเนี่ยนะคะ เกิดขึ้นในเวลาประมาณ ตีหนึ่ง 23 นาที ของวันที่ 26 เมษายน ปี 1986 ค่ะ ในตอนนั้นเนี่ย ทีมช่างเขาตกลงกันไว้นะคะ ว่าเขาจะไปทดสอบระบบเตาปฏินิวเคลียร์ที่สี่กัน แต่ระหว่างที่กำลังทำการทดสอบกันอยู่เนี่ยนะคะ มันก็ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นค่ะ ทำให้เขาจะต้องไปปิดระบบบางระบบเนี่ยนะ เพื่อที่จะทำให้การทดสอบมันดำเนินต่อไปได้ ซึ่งการไปปิดระบบนี้มันเป็นการผิดหลัก ความปลอดภัยแล้วไง อย่างไรก็ตามนะคะ ทุกคนก็รู้สึกว่า เอ้อ ไม่เป็นไรหรอก ทำ ๆ ไปเหอะ ให้มันจบ ๆ นะคะ ก็เลยดำเนินการทดสอบต่อค่ะ ซึ่งมันเสี่ยงมาก ๆ นะคะ และแน่นอนค่ะ กฎของเมอร์ฟี่บอกเอาไว้ว่า Anything that can go wrong will go wrong นะคะ ดังนั้นค่ะ เมื่อมันมีโอกาสที่มันจะผิดพลาด มันก็จะต้องผิดพลาดค่ะ ระหว่างที่เขาทดสอบอยู่เนี่ยนะคะ
8:28 อยู่ดี ๆ พลังงานความร้อนมันก็พุ่งสูง ปรี๊ดขึ้นมาผิดปกติแบบที่วิวเล่าไปนี่แหละ และพลังงานความร้อนนั้นนะคะ ก็เลยทำให้แรงดันไอน้ำเนี่ย มันสูงขึ้นแบบเฉียบพลันค่ะทุกคน สุดท้ายนะคะ มันก็เลยนำไปสู่การระเบิด แบบบึ้มขึ้นมาเลยค่ะ เตาปกติระเบิดก็อันตรายพอแล้วเนี่ยนะคะ แต่นี่มันดันเป็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไงทุกคน ดังนั้นพอมันระเบิดเนี่ยนะคะ เตามันก็เป็นรูค่ะ สารกัมมันตภาพรังสีที่อยู่ภายในเตาเนี่ย มันก็เลยแผ่ออกมาภายนอกนะคะ พุ่งขึ้นมามากกว่าที่ฮิโรชิมาถึงร้อยเท่าเลยทีเดียว ซึ่งการระเบิดครั้งนี้เนี่ยนะคะ ทำให้ไฟไหม้ต่อเนื่องอยู่ถึงเก้าวันด้วยกันเลยค่ะ แล้วถามว่าหลังระเบิดเนี่ย เกิดอะไรขึ้นบ้างนะคะ แน่นอนว่าพนักงานของโรงไฟฟ้าเนี่ย ตายทันทีเลยค่ะ สองคนนะคะ ส่วนคนที่สาม เขาบอกว่าเกิดจากการหัวใจวายค่ะ หลังจากนั้นค่ะ เหล่าพนักงานแล้วก็
9:14 พวกดับเพลิงต่าง ๆ ก็เข้ามะรุมมะตุ้มกัน บริเวณโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลนะคะ เพื่อทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายลงไปค่ะ ปรากฏว่าพวกคนที่เข้ามาช่วย มะรุมมะตุ้มกันเนี่ยนะคะ ก็ค่อย ๆ ทยอยเสียชีวิตกันไปค่ะ บางคนก็เสียชีวิตไปภายในไม่กี่ชั่วโมงนะ บางคนก็อยู่ไปได้อีกประมาณสองเดือน แล้วค่อยเสียชีวิตค่ะ รวม ๆ แล้วเนี่ย มีคนเสียชีวิต ในระยะเวลาอันสั้นเนี่ยนะคะ ประมาณ 31 คนค่ะ แล้วก็มีคนบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วนเลยนะ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นภายในโรงงานนะคะ ส่วนภายนอกโรงงานเนี่ย แรงระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้เกิด Radioactive dust นะคะ หรือว่าเศษฝุ่นซึ่งปนเปื้อนไปด้วยสารกัมมันตรังสีค่ะ ก็ระเบิดบึ้มออกไปนะคะ แล้วก็โดนลมพัดไปทั่วค่ะ ทำให้ทั่วบริเวณนั้นเนี่ยนะคะ มีเศษฝุ่นสีขาว ๆ เทา ๆ เนี่ย ตกลงมามากมายค่ะ เหมือนกับหิมะนะคะ แต่มันเป็นหิมะสีเทา
10:01 ซึ่งเป็นสารอันตราย แล้วก็ทำให้คนแถวนั้นเนี่ย สูดดมเข้าไปแบบไม่รู้ตัวนะคะ เขาว่ากันว่าฝุ่นผงพวกนี้ปลิวไปไกลมาก ๆ นะคะ คือมันกระจายไปทั่วเลย บางคนเนี่ยเขาก็บันทึกไว้ว่า ปลิวไปไกลถึงชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียวค่ะ ลองดูแผนที่โลกนะคะว่า มันปลิวจากบริเวณยูเครนปัจจุบัน ไปที่สหรัฐอเมริกา ฝุ่นผงเนี่ยมันไปไกลขนาดไหน แล้วระหว่างทางเนี่ย มันผ่านคนมาแค่ไหน ใครสูดดมเข้าไปแล้วบ้างนะคะ ฟังดูเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก ๆ ใช่ไหมคะ ทุกคนควรจะแบบแพนิก อพยพ หนีตายกันเหมือนฉากหนังฮอลลีวูด แต่ปรากฏว่าจริง ๆ แล้ว 36 ชั่วโมงแรกที่เกิดเรื่องเนี่ย มันไม่มีการอพยพเลยค่ะ เพราะว่าทางการเนี่ยไม่แจ้ง หรือไม่บอกอะไรทั้งสิ้นเลยนะคะ ดังนั้นเนี่ยนะคะ ผลกระทบมันก็เลย ไปตกกับคนที่อยู่รอบ ๆ นั้นนี่แหละ โดยเฉพาะชาวเมือง Pripyat นะคะ
10:47 ซึ่งอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าที่สุดค่ะ เพราะว่านี่เป็นเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับ คนที่ทำงานในโรงไฟฟ้านั่นแหละค่ะ ดังนั้นพวกนี้เนี่ยนะคะ ก็เลยรับรังสีไปเต็ม ๆ เลยค่ะทุกคน ทำให้หลังจากผ่านไป 36 ชั่วโมงเนี่ยนะคะ คนพวกนี้ก็เริ่มรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน เรียกได้ว่าอาการแบบผิดปกติมาก ๆ ค่ะ ทางการโซเวียตนะคะ ก็เลยตัดสินใจ อพยพผู้คนออกจากบริเวณนั้นค่ะ ซึ่งผู้คนที่โดนอพยพออกไปเนี่ยนะคะ ก็มีประมาณแสนคนเลยทีเดียวค่ะ การอพยพครั้งนี้ โซเวียตก็ยังไม่แจ้งอีกนะคะว่า อพยพออกไปเพราะอะไร เกิดอะไรขึ้น อันตรายแค่ไหน ดังนั้นคนแถวนั้นน่ะ ก็เลยเข้าใจว่า อ๋อ มันเป็นการอพยพชั่วคราวเท่านั้นแหละ เดี๋ยวแป๊บเดียวเราก็ได้กลับมาอยู่บ้านเราแล้ว คนก็เลยไม่ค่อยได้เก็บอะไรออกไปค่ะ ก็ทิ้งข้าวทิ้งของกันไว้เต็มนะคะ บางคนถึงขนาดที่ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในนั้นด้วยซ้ำค่ะ
11:34 ถามว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมโซเวียตถึงปิดข่าวนะคะ ทำไมถึงไม่ออกมาแถลงข่าว มาอธิบายประชาชน เพราะว่าโซเวียตเนี่ยมองว่า นี่มันเรื่องใหญ่มาก ๆ มันจะส่งผลกระทบทางการเมืองนะ แล้วมันก็จะแสดงให้เห็นความไร้ประสิทธิภาพ ของโซเวียตด้วย ซึ่งตอนนี้เขากำลังแข่งขันกันอยู่ ออกมาพูดไม่ได้ มันดูไม่ดีนะคะ ดังนั้นโซเวียตก็เลยเงียบกริบเลยค่ะ เงียบมาได้ประมาณสองวันนะคะ จนกระทั่งวันที่ 28 เมษายนเนี่ย โซเวียตถึงเริ่มออกมาพูดนะคะว่า อ๋อ มันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าโซเวียตออกมาพูด เพราะว่าอยู่ดี ๆ ก็ตัดสินใจได้ว่า ฉันควรจะบอกอะไรประชาชนนะ แต่โซเวียตเนี่ยโดนสวีเดนกดดันมาค่ะ แล้วถามว่า อ้าว สวีเดนเกี่ยวอะไรด้วย อยู่ตั้งไกลนะคะ เกี่ยวค่ะ เพราะว่าสารกัมมันตรังสีเนี่ย มันแผ่ไปถึงสวีเดนค่ะทุกคน แล้วเครื่องที่สวีเดนเนี่ย มันตรวจจับได้
12:20 คือสวีเดนเขามีเครื่องตรวจจับกัมมันตรังสีเนี่ย อยู่ดี ๆ เขาก็แบบ เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น ทำไมสารกัมมันตรังสีมันพุ่งขึ้นมาขนาดนี้ มันต้องมีใครทำอะไรผิดปกติแน่ ๆ ออกมารับผิดชอบเดี๋ยวนี้นะ ซึ่งสวีเดนนะคะ เขาก็มีความนักสืบมาก ๆ ค่ะ เขาก็พยายามจะตรวจทิศทางลมนะว่า สารกัมมันตรังสีมันลอยมาจากทิศทางไหน อ๋อ มันลอยมาจากโซเวียต โซเวียต แกทำอะไร แกต้องออกมาพูดแล้วนะ ตัดภาพไปที่ฝั่งโซเวียตนะคะ สวีเดนบอกให้พูด โซเวียตก็เลยพูดค่ะ ก็บอกว่า โอ้ เรื่องราวไม่มีอะไรหรอก มันมีระเบิดที่ฆ่าคนไปสองคนเท่านั้นแหละ แต่ว่าฉันจัดการควบคุมไว้หมดแล้ว ไม่มีอะไร ชิล ๆ ทุกคน ดังนั้นคนแถวนั้นนะคะ รัฐบาลแถลงแบบนี้ คนแถวนั้นก็ชิลกันต่อไปค่ะ กว่าโซเวียตจะออกมาเตือนประชาชน ในเมืองข้างเคียงอย่างเมืองเคียฟ ที่เป็นเมืองหลวงของยูเครนเนี่ย ว่าแบบ เฮ้ยทุกคน หยุด กลับเข้าไปอยู่ในบ้าน ปิดประตูนะ อย่าออกมาอาบแดด
13:06 อย่ามาโดนอากาศภายนอก อย่าออกมาเล่นไอ้หิมะสีเทาแบบ Do you want to build a snowman? อะไรอย่างนี้ ไม่ได้ อันตรายเนี่ยนะคะ มันก็ผ่านมาทั้งหมดสิบวันแล้วค่ะทุกคน ก็คือ เพิ่งจะไปบอกเขาในวันที่ 6 พฤษภาคมนะคะ คือสิบวันที่ผ่านมาเนี่ย รับกัมมันตรังสีกันไปแบบเต็ม ๆ แล้วจ้า สรุปก็คือ หลังจากเหตุการณ์นั้นเนี่ยนะคะ โซเวียตถึงจะค่อย ๆ ไปไล่เตือนประชาชน เมืองนั้นเมืองนี้เมืองนู้น แล้วก็ไล่อพยพ ๆ บอกว่า เออ นอกจากปิดประตูแล้ว เออ มันคงอยู่ไม่ได้แล้ว อพยพเถอะ ออกไปจากเมือง ออกไปอยู่ที่อื่นเลย นะคะ สุดท้ายนะคะ โซเวียตก็สุดยื้อค่ะ จำเป็นจะต้องยอมรับความจริงนะคะ แล้วก็ไล่ออกไปเตือนประชาชนตามเมืองต่าง ๆ อยู่ในบ้านไม่ได้แล้วแหละ อพยพเถอะ นะคะ จากเหตุการณ์นี้ค่ะ ก็ส่งผลกระทบ เป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ พื้นที่บริเวณ 30 กิโลเมตรรอบเชอร์โนบิลเนี่ย
13:52 ถูกปิดตายค่ะ ห้ามเข้า ห้ามออกนะคะ ซึ่งการปิดตายนี้เนี่ยนะคะ ก็ทำให้มีคนจะต้อง อพยพเพิ่มอีกประมาณสองแสนคนค่ะ รวม ๆ มีคนที่จะต้องอพยพ เพราะเหตุการณ์เชอร์โนบิลเนี่ยนะคะ ประมาณ 335,000 คนเลยทีเดียวค่ะ เขามีการประเมินกันนะคะว่า กัมมันตรังสีที่รั่วไหลออกไปครั้งนี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อคนเนี่ย หลักล้านคนเลยทีเดียวค่ะ เพราะว่าสารกัมมันตรังสีเนี่ยนะคะ มันไปตกอยู่ที่ไหน มันก็ไปตกค้างอยู่ที่นั่นค่ะ อยู่ในอากาศ คนก็สูดดมเข้าไปนะคะ ไปตกในดิน พอต้นไม้ขึ้น ต้นไม้ก็ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ไปตกในหญ้า หญ้าก็ปนเปื้อน พอวัวมากินหญ้า มากินต้นไม้ วัวก็ปนเปื้อนไปอีก แล้ววัวเนี่ยมันให้นม พอเด็กไปดื่มนม เด็กก็ได้รับสารกัมมันตรังสีซะอย่างนั้นเลยนะคะ ซึ่งเขาบอกว่าที่ผ่านมาเนี่ยนะคะ มีคนประมาณ 140,000 คน ในยูเครนแล้วก็เบลารุสนะคะ
14:39 แล้วก็อีกประมาณหกหมื่นคนในรัสเซียปัจจุบันค่ะ ที่เสียชีวิตเพราะโรคนะคะ ที่เป็นผลพวงจาก การได้รับสารกัมมันตรังสีในครั้งนี้นี่แหละ ไม่ใช่แค่คนนะคะ ที่ได้รับผลกระทบ แต่ธรรมชาติเนี่ยก็โดนไปหนักมาก ๆ ค่ะ ถึงขนาดที่พื้นที่สี่ตารางกิโลเมตรนะคะ รอบโรงไฟฟ้าเนี่ย กลายเป็นป่าแดงค่ะ เพราะว่าต้นไม้ใบหญ้าอะไรต่าง ๆ เนี่ยนะ ได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าไปเต็ม ๆ จนกระทั่งกลายเป็นสีแดง สีน้ำตาลไปหมดเลยค่ะ ถามว่าจากเหตุการณ์นี้ โซเวียตจัดการยังไงนะคะ ก็ต้องบอกว่า อื้อหือ จัดการดีมากค่ะ เพราะว่าหกเดือนผ่านไปนะคะ โซเวียตใช้การสร้างอาคารขึ้นมาหลังนึงค่ะ ชื่อว่า Sarcophagus นะคะ คลุมเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่สี่เอาไว้ค่ะ เพื่อไม่ให้สารข้างในเนี่ย มันปนเปื้อนออกมาข้างนอกอีกนะคะ ฟังดูเหมือนจบแล้ว ฟังดูเหมือนทำดีหนิ ก็มีการแก้ไข แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
15:25 ผ่านไปแค่ปีครึ่งเท่านั้นค่ะ โซเวียตก็กลับไปเปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อีกสามเตาที่เหลืออยู่ซะอย่างนั้นเลย ประมาณว่า ก็เสียดายอะ ทำไมจะเปิดไม่ได้ เอามาใช้งานไม่ได้เหรอ นะคะ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าพอเปิดขึ้นมา ปัญหาก็ต้องเกิดนะคะ สุดท้ายเตาอีกสามเตาเนี่ยก็จะต้อง ค่อย ๆ ทยอยปิดตัวไปค่ะ โดยมีหลายสาเหตุนะคะ ไม่ว่าจะเป็น บางเตาก็ไฟไหม้ บางเตาก็โดนนานาชาติกดดันนะคะ นานาชาติก็แบบ แก แกยังจะเปิดอีกเหรอ แค่นี้ก็แบบคนโดนไปเป็นล้านแล้วนะ นี่คือแบบความชิบหายวายป่วงไปทั่วแล้วนะ ป่าแดงแปร๊ดเนี่ยไม่เห็นรึไง จะเปิดเตาอีกทำไม ปิด นะคะ สุดท้ายค่ะ โซเวียตก็เลยต้อง ยอมปิดโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลนะคะ แล้วถามว่าผลกระทบของเชอร์โนบิล จนถึงปัจจุบันนี้ เกิดอะไรขึ้นบ้างนะคะ ก็ต้องบอกว่า โอ้โห หนักหน่วงมากค่ะ
16:11 เพราะว่านักวิทยาศาสตร์เนี่ยนะคะ เขาก็มีการประเมินกันค่ะว่า ถ้าจะให้สารกัมมันตรังสี ที่อยู่บริเวณโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเนี่ยนะ ลดระดับลงมานะ เอาแค่ระดับแบบ พออยู่อาศัยได้เนี่ย จะต้องใช้เวลาถึง สองหมื่นปีด้วยกันค่ะทุกคน ดังนั้นยูเครนในปัจจุบันเนี่ยนะคะ ก็ยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องดูแลเชอร์โนบิลต่อไปค่ะ โดยในปี 2017 ที่ผ่านมาเนี่ยนะคะ ก็เพิ่งจะไปสร้าง Sarcophagus เนี่ย ขึ้นมาอีกหลังนึงค่ะ ครอบทับหลังเดิมเข้าไปอีกทีนึงนะคะ เพราะว่าหลังเดิมเนี่ย มันเริ่มหน้าตาไม่สู้ดีแล้ว เริ่มบิดเบี้ยวแล้วนะคะทุกคน โดยที่เขาไปสร้างครอบไว้เนี่ยนะคะ เขาคาดหวังว่า ถ้าข้างในมันพัง มันถล่มอะไรไปตามเวลาเนี่ย อย่างน้อยก็ยังมีอาคารข้างนอกเนี่ย คลุมเอาไว้อีกชั้นนึง สารกัมมันตรังสีมันจะได้ไม่แผ่ ออกมาข้างนอกอีกรอบค่ะ ซึ่งเขาก็มีการประเมินกันนะคะว่า
16:57 อาคารที่เพิ่งจะสร้างใหม่เนี่ย น่าจะทนแดดทนฝน ทนสารกัมมันตภาพรังสีกันได้ อยู่อีกประมาณ 100 ปีด้วยกันค่ะ ดังนั้นภายในร้อยปีข้างหน้าเนี่ย ก็จะต้องมีการไปสร้างอาคาร ครอบทับอีกรอบนึงนี่แหละ อย่างไรก็ตามนะคะ มีอีกอย่างนึงที่น่าสนใจค่ะ ก็คือ ในปัจจุบันนี้เนี่ยนะคะ ก็มีนักวิจัยค่ะ ที่ไปศึกษาเรื่องผลกระทบระยะยาว ของกัมมันตภาพรังสีนะคะ แล้วเขาก็พบสิ่งที่มันขัดกับ ที่เราเชื่อกันมาตลอดเลยค่ะว่า อุ๊ย กัมมันตภาพรังสีมันจะต้องมีอันตรายอยู่แน่ ๆ เลย แต่สิ่งที่เขาไปค้นพบนะคะ ก็คือ จริง ๆ แล้วสารกัมมันตภาพรังสีเนี่ย อ้าว มันส่งผลกระทบระยะยาว น้อยกว่าที่เราคิดค่ะ แถม UN เนี่ยนะคะ ก็ยังมาคอนเฟิร์มอีกค่ะ บอกว่า เอ๊ย ตอนนี้คนที่อยู่บริเวณนั้นเนี่ยนะ ได้รับสารกัมมันตภาพรังสี ในปริมาณแทบจะเท่ากับที่พวกเราทุกคน เจอในชีวิตประจำวันอยู่แล้วนั่นแหละ
17:42 หรือไม่ก็มากกว่าแค่แบบนิดเดียวเท่านั้นแหละ แล้วในอนาคตนะ เขาจะได้รับน้อยลงอีก น้อยลงอีก ดังนั้นนะคะ ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ของคนที่อาศัยอยู่แถว ๆ นั้นนะ เพราะจริง ๆ แล้วเนี่ย ถึงจะบอกว่าเมืองพวกนี้ เป็นเมืองปิดตายนะคะ แบบห้ามคนเข้าไปอยู่อาศัย แต่มันก็มีคนแอบเข้าไปอยู่อาศัยเหมือนกันค่ะ ก็จะมีอยู่กันประมาณหลักร้อยคนนะคะ ถามว่าคนพวกนี้เป็นใคร ก็ส่วนมากก็น่าจะเป็นคนที่ เขามีบ้านอยู่ในนั้นน่ะแหละ เขาไม่ได้เก็บข้าวเก็บของอะไรออกมาไง ดังนั้นบางคนเนี่ยเขาก็รู้สึกว่า ไม่อันตรายแล้ว เขาก็ย้ายกลับไปอยู่ในบ้านของตัวเองนะคะ และทั้งหมดนี้นะคะ ก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับเชอร์โนบิล ที่วิวเก็บมาเล่าให้ทุกคนฟังนี่แหละค่ะ ก็หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ ถ้าสมมติว่าใครชื่นชอบคลิปนี้ อย่าลืม กดไลก์เป็นกำลังใจให้วิว แล้วก็กดแชร์เพื่อชวนเพื่อน ๆ มาดูด้วยกันค่ะ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้านะคะทุกคน บ๊ายบาย สวัสดีค่ะ ถึงจะบอกว่าเป็นพื้นที่อันตรายนะคะ
18:28 แต่สำหรับใครที่แบบ อยากไปเที่ยวที่เชอร์โนบิลมาก ๆ เลยนะ จริง ๆ แล้วเขาเปิดให้เที่ยวแล้วนะทุกคน เมื่อในปี 2011 ที่ผ่านมานี่แหละค่ะ ก็มีแบบทัวร์ไปเที่ยวเชอร์โนบิลนะคะ อย่างไรก็ตามค่ะ มันก็จะมีกฎข้อบังคับอะไรแบบ อื้อหือ เยอะมากเลยทีเดียวนะคะ เพราะเขาจะห้ามอะไรเต็มไปหมดเลย เช่น ต้องไปเที่ยวแบบทัวร์เท่านั้นนะ เข้าไปแล้วต้องเดินตาม route ที่เขาบอกเท่านั้นนะ แล้วก็ถ้าจะกินน้ำ กินอาหาร ต้องกินในอาคารเท่านั้น อย่าไปกินข้างนอก แล้วก็นอกจากนี้ก็ยังมีแบบ ต้องใส่เสื้อคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า อะไรแบบนี้ค่ะ เพราะว่าสุดท้ายแล้วเรื่องกัมมันตภาพรังสี มันก็เป็นเรื่องอันตรายไง ดังนั้นปลอดภัยไว้ก่อนก็คงดีกว่าค่ะ วันนี้ลาไปก่อนแล้วกันนะคะทุกคน บ๊ายบาย สวัสดีค่ะ