0:00 เงินสดเท่ากับทรัพย์สินที่ด้อยค่าได้การ เงิน 101 วันนี้จะอธิบายให้ทุกคนฝังแล้ว เอาไปใช้ได้ทัน ทีขอต้อนรับเข้าสู่รายการลงทุนแมนจะเล่า ให้ฟังเงินสดในปัจจุบันนั้นเป็นสิ่งที่ รัฐบาลในแต่ละประเทศนั้นผลิตขึ้นมาเพื่อ ที่จะใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนนะคะ ซึ่งรัฐบาลของแต่ละประเทศเนี่ยเขาไม่ได้ การันตีนะคะว่าปริมาณเงินสดในระบบนั้นจะ มีเท่าเดิมตลอดไปโดยนักเศรษฐศาสตร์นั้น รู้กันดีนะคะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกัน อยู่อกครั้งค่ะว่าการผลิตเงินสดออกมาแจก จ่ายประชาชนมากเกินไปนั้นจะทำให้เกิดเงิน เฟ้อค่ะนั่นหมายความว่าเงินกำลังด้อยค่า ลงเราต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นในการซื้อ สินค้าชิ้นเดิมแต่ต้องบอกว่านัก เศรษฐศาสตร์นั้นก็ไม่ได้มีอำนาจเสมอไปนะ
0:45 คะหลายครั้งที่เราเห็นหลายๆรัฐบาลของแต่ ละประเทศนั้นมีอำนาจเหนือนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งก็แปลว่าเาก็ยังยืนยันนะคะที่จะผลิต เงินในการแจกจ่ายประชาชนอยู่ดีจนทำให้สุด ท้ายประเทศของเขาเนี่ยอยู่ในภาวะที่เงิน เฟ้อสูงตัวอย่างประเทศที่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ที่ผ่านมาเนี่ยนะคะก็อย่างเวเนซุเอลา อาร์เจนติน่าซิมบับเวตุรกีหรือแม้แต่ ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างลาวอย่างไรก็ตาม นะคะต้องบอกว่าในโลกยุคปัจจุบันนั้นการ ผลิตเงินสดมากเกินไปเนี่ยมันก็ไม่ได้ส่ง ผลกระทบต่อเงินเฟ้อแบบตรงไปตรงมาขนาดนั้น ค่ะอีกด้านนึงของเรื่องนี้เนี่ยก็ต้องบอก ว่ามันเกี่ยวข้องกับความต้องการของสกุล เงินนั้นๆด้วยนะคะซึ่งความต้องการของสกุล เงินนั้นๆเนี่ยก็มาจากหลายปัจจัยเช่นกัน ค่ะเช่นเช่นเรื่องของปริมาณเงินสำรอง
1:31 ระหว่างประเทศนะคะการขาดดุลการค้ารวมไป ถึงการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเนี่ยนะคะก็คือ ประเทศลาวเพื่อนบ้านเราเนี่ยแหละค่ะลาว นั้นเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันเยอะนะ คะแล้วก็มีหนี้ต่างประเทศที่ค่อนข้างสูง ก็เลยมีความจำเป็นค่ะที่ต้องใช้เงินสกุล ท้องถิ่นของเขาก็คือเงินกีบล้าวเนี่ยมาก ขึ้นนะคะในการที่จะเอาไปซื้อสินค้าที่ จำเป็นจากต่างประเทศเข้ามาซึ่งการที่มี ความต้องการใช้สกุลเงินกีบลาวมากขึ้นแบบ นี้เนี่ยก็เลยทำให้เกิดเงินเฟ้อค่อนข้าง สูงในประเทศลาวค่ะในอีกด้านนึงนะคะก็จะมี บางประเทศค่ะที่ถึงแม้ว่าจะมีการผลิตเงิน สดออกมาในระบบเยอะนะคะแต่เขามีการส่งออก สินค้ามากก็เลยทำให้เงินเฟ้อเนี่ยไม่ได้ สูงนะคะตัวอย่างก็คือสกุลเงินดอลลาร์ สหรัฐค่ะซึ่งสำหรับเงินสกุลสหรัฐนั้นก็
2:18 ต้องบอกว่ายังมีความต้องการเพิ่มเติมเข้า มาอีกนะคะจากการที่เขานั้นมีบทบาทสำคัญ ค่ะในการเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสิ่ง สำคัญของโลกนี้อย่างน้ำมันด้วยแต่โดยทั่ว ไปแล้วนะคะต้องบอกว่าสกุลเงินทุกประเทศ เนี่ยต้องเจอกับภาวะเงินเฟ้ออยู่แล้วนะคะ ไม่เว้นแม้แต่ญี่ปุ่นค่ะซึ่งเป็นประเทศ ที่มีเงินเฟ้อต่ำที่สุดในโลกรวมไปถึง ประเทศไทยของเราด้วยเงินนั้นก็จะเฟ้ออยู่ เสมอในทุกๆปีค่ะคำว่าเงินเฟ้อที่เราพูด กันมาหลายรอบมากๆเนี่ยมันก็มีความหมายว่า เงินนั้นด้อยค่าลงนะคะยกตัวอย่างเช่นถ้า เรามีเงิน 100 บาทในวันนี้ถ้าเงินนั้น ด้อยค่าลงไปเรื่อยๆต่อเนื่องกันหลายๆปี เนี่ยนะคะเราอาจจะพบว่าเงิน 100 บาทที่ เราถืออยู่ในมือวันนี้ในอนาคตมดอาจจะไม่ มีกำลังในการไปซื้ออะไรเลยก็ได้เหมือนกัน ทีนี้อีกประเด็นนึงที่เราต้องเข้าใจนะคะ
3:05 ว่าเงินสดหรือแคชนั้นไม่เท่ากับเงินฝาก หรือ Saving นะคะหลายคนเนี่ยเข้าใจผิด แล้วก็สับสน 2 อย่างนี้ค่ะอาจเป็นเพราะ ว่าเงินฝากนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด ได้เร็วมากเอาอย่างงี้ค่ะมาดูเงินฝากกัน ก่อนนะคะเงินฝากเนี่ยคือเงินสดของเรานะคะ ที่เราเนี่ยเอาไปให้ธนาคารยืนโดยธนาคาร เนี่ยเขาจะจ่ายดอกเบี้ยให้เรากลับมาเพื่อ แลกกับการที่เราให้เขายืนเงินค่ะซึ่ง ธนาคารเนี่ยเขาก็ยอมจ่ายดอกเบี้ยเรานะคะ ยอมมีต้นทุนทางการเงินสำหรับเงินก้อนนี้ เพราะว่าเขาเนี่ยเอาไปปล่อยกู้ต่อได้แต่ ฝั่งธนาคารเองเนี่ยก็ต้องยอมรับความ เสี่ยงสำหรับการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ที่ มากู้เงินจากธนาคารด้วยดังนั้นฟังดูแบบ นี้ก็แปลว่าการถือเงินฝากก็ต้องดีกว่าการ ถือเงินสดนะคะเพราะอย่างน้อยๆเนี่ยเราถือ
3:51 เงินฝากเรายังได้ดอกเบี้ยและยิ่งในยุคนี้ นะคะที่เราสามารถถอนจากเงินฝากมาเป็นเงิน สดได้แทบจะทันทีเนี่ยก็แทบจะไม่มีเหตุผล อะไรที่เราจะต้องถือเงินสดในกระเป๋า สตางค์เราค่ะถึงตรงนี้หลายคนคงตั้งคำถาม กันต่อใช่ไหมมคะว่าแล้วในโลกนี้เนี่ยมัน มีทรัพย์สินอะไรอีกบ้างที่เราถือแล้วจะ ไม่ด้อยค่าลงนอกเหนือจากเงินฝากซึ่งคำถาม นี้เมื่อไหร่ที่เกิดขึ้นเนี่ยก็แปลว่าคุณ เริ่มสนใจเรื่องของการลงทุนแล้วค่ะการจะ หาคำตอบของเรื่องนี้เนี่ยต้องเข้าใจ จักรวาลของสินทรัพย์สำหรับการลงทุนกัน ก่อนค่ะเอาง่ายๆเลยนะคะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทประเภทแรกก็คือการที่เราเนี่ยเอา เงินที่เรามีไปให้คนอื่นยืนถ้ายืมแบบระยะ สั้นเนี่ยก็พวกเงินฝากหรือว่าตั๋วเงินค่ะ แต่ถ้าให้ยืมแบบระยะยาวเนี่ยก็จะเรียกว่า ตราสารหนี้และการที่เราเนี่ยจะให้ใครคนใด
4:39 คนนึงหรือบริษัทใดบริษัทนึงยืมเนี่ยนะคะ มันก็จะต้องแลกมาด้วยการที่เาเหล่านั้น เนี่ยจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเรารูปแบบที่ 2 ค่ะก็คือการเอาเงินที่เรามีเนี่ยไปแลกกับ ทรัพย์สินนะคะคำว่าทรัพย์สินสำหรับการลง ทุนนั้นแปลว่าสินทรัพย์นั้นเนี่ยจะไม่ ด้อยค่านลงในอนาคตค่ะถ้ายกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือี่ดินอสังหาริมทรัพย์คอนโดกองทุนรวม ตราสสาทุนหรือหุ้นทองคำระเครื่องหรือแม้ กระทั่ง cryptocurrency แต่ถ้าเราเนี่ย เอาเงินของเราไปแลกกับทรัพย์สินที่เรารู้ อยู่แล้วว่าในอนาคตยังไงยังไงก็ด้อยค่าลง แน่ๆอย่างเช่นรถยนต์หรือว่าเสื้อผ้าพวก นี้เนี่ยจะถือว่าไม่ใช่การลงทุนค่ะแต่ก็ อีกล่ะค่ะว่าถ้าเรานั้นเอาทรัพย์สินเหล่า นี้ที่รู้แน่ๆว่าด้อยค่าลงนะคะแต่เรา
5:24 จำเป็นต้องใช้เพื่อที่จะไปสร้างทรัพย์สิน เพิ่มในอนาคตเนี่ยอันนี้ก็อาจจะมองเป็น ของการลงทุนได้เช่นกันเช่นการที่เรานั้น ซื้อรถมาเพื่อส่งสินค้าในการประกอบธุรกิจ ค่ะทีนี้เรารู้แล้วใช่มั้ยคะว่าจักรวาล ของการลงทุนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆนะ คะแบบที่เราเอาเงินของเราไปให้คนอื่นยืม กับแบบที่เราเอาเงินของเราไปแลกกับทรัพย์ สินทีนี้หลายคนคงอยากรู้กันต่อค่ะว่าแล้ว การที่เราจะเอาเงินไปแลกกับทรัพย์สินอะไร เนี่ยผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์นั้นหน้า ตาเป็นยังไงกันบ้างเงินสดเนี่ยต้องบอกว่า ไม่ได้ให้ผลตอบแทนอะไรเลยนะคะแต่ถ้าเรา เนี่ยคาดว่าเงินเงินเฟิรจะอยู่ที่ 2% ต่อ ปีผลตอบแทนที่แท้จริงก็จะติด - 2% ต่อปี ค่ะแต่ถ้าเราขยับมาเป็นการลงทุนนะคะที่ เราเนี่ยเอาเงินไปให้คนอื่นยืมอย่างที่
6:09 บอกไปอย่างเราเอาเงินไปให้แบงก์ยืมนะคะ ผ่านการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์เนี่ยเรา ก็จะได้รับดอกเบี้ย 0.5% ต่อปีค่ะแต่ให้ ผลตอบแทนที่แท้จริงเราต้องเอามาหักเงิน เฟ้อก่อนนะคะเพราะฉะนั้นถ้าคิดว่าเงิน เฟ้ออยู่ที่ 2% ผลตอบแทนที่แท้จริงที่เรา จะได้ก็อยู่ที่ - 1.5% ต่อปีนอกจากนี้ก็ ยังมีรูปรูปแบบของการที่เราเนี่ยเอาเงิน ไปให้บริษัทกู้ยืมนะคะผ่านทั้งการลงทุนใน หุ้นกู้ตราสารหนี้พันธบัตรรัฐบาลซึ่งก็จะ ให้ดอกเบี้ยเฉลี่ยฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-7 เพต่อปีตามแต่ระดับความน่าเชื่อถือของผู้ ออกปราสาค่ะซึ่งส่วนนี้ก็จะให้ผลตอบแทน ที่แท้จริงหลังหักเงินเฟ้อเนี่ยอยู่ที่ 1-5 per ต่อปีซึ่งสำหรับใครเนี่ยนะคะ ที่อยากเริ่มต้นที่หุ้นกู้ก็ต้องบอกว่า ต้องดูในเรื่องของเรตติ้งหรืออันดับความ
6:56 น่าเชื่อถือของผู้ออกปราสารเป็นสำคัญนะคะ อย่างน้อยถ้าอยากได้แบบความมั่นคงหน่อย เนี่ยก็ต้องอยู่ในระดับ a ขึ้นไปหรือแม้ แต่กองทุนรวมวายุพักนะคะที่เราได้ยินข่าว กันมาก่อนหน้านี้เนี่ยในมุมของพวกเรา เนี่ยก็คิดว่าคล้ายๆกับ Structure Note ค่ะนั่นหมายความว่าผู้ลงทุนเนี่ยเอาเงิน ไปให้กองทุนวายุภักยืมนะคะแล้วกองทุน วายุภักเนี่ยเคก็จะเอาเงินเราไปลงทุนใช่ มั้ยคะแต่ทีนี้เขาก็จะมีส่วนค่ะที่บอกว่า เขาจะจ่ายผลตอบแทนกลับมาให้เราในกรอบ เฉลี่ยประมาณ 3-9 เพต่อปีดังนั้นถ้าเอามา หักลบกับเงินเฟ้อเนี่ยผลปับแทนที่แท้จริง ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1-7 per ต่อปีโดยกอง ทุนรวมวายุพักนั้นจะมีอายุการฝาก 10 ปีนะ คะและสามารถขายคืนในตลาดรองได้แต่ราคารับ ซื้อในตลาดรองนั้นเนี่ยมันอาจจะไม่เท่า
7:42 เดิมต่อมานะคะเขยิบมาดูผลตอบแทนถ้าเรา เนี่ยเอาเงินของเราที่มีไปแลกกับทรัพย์ สิทธิ์ต่างๆนะคะอันแรกเลยที่ทุกคนคุ้นชิน กันเป็นอย่างดีก็คือบรรดาอสังหาริมทรัพย์ ที่ี่ดินคอนโดทั้งหลายส่วนนี้เนี่ยจะได้ ผลตอบแทนกลับมาเยอะหรือน้อยเนี่ยนะคะก็ ขึ้นอยู่กับความต้องการในอสังหาริมทรัพย์ ชิ้นนั้นๆค่ะว่าในอนาคตเนี่ยจะมีความ ต้องการมากขึ้นขนาดไหนบางชิ้นเนี่ยถ้ามี ความต้องการมากขึ้นในอนาคตก็อาจจะมี มูลค่ามากขึ้นเยอะได้แต่บางชิ้นเนี่ยก็ อาจมีมูลค่าที่ลดลงได้ค่ะรวมถึงมิติของ อสังหาริมทรัพย์นะคะที่มีฟังก์ชันเพิ่ม เติมว่าถ้าอสังหาริมทรัพย์นั้นเราสามารถ นำไปปล่อยเช่าได้เราก็จะสามารถคาดการผล ตอบแทนระหว่างทางที่เราถือครองอสัหา ริมทรัพย์นั้นนะคะซึ่งผลตอบแทนจากการเช่า
8:28 เนี่ยก็กว้างมากค่ะตั้งแต่ 2% ถึง 7% แต่ ก็ต้องบอกว่ามีความเสี่ยงที่ อสังหาริมทรัพย์ที่เรามีนั้นอาจจะปล่อย เช่าไม่ได้เลยก็เป็นได้เช่นกันสินทรัพย์ อีกรูปแบบนึงนะคะก็คือหุ้นหรือว่าตราสาร ทุนค่ะหุ้นของบริษัทต่างๆทั้งในและต่าง ประเทศเนี่ยนะคะก็เหมือนกับธุรกิจเนี่ย แหละค่ะที่เราจะเข้าไปเป็นส่วนนึงของเจ้า ของเขานะคะแล้วก็ต้องบอกว่าธุรกิจเนี่ยใน โลกเรานี้ก็มีทั้งธุรกิจที่เจริญ รุ่งเรืองแล้วก็ธุรกิจที่ล่มสลายไปใช่ มั้ยคะดังนั้นอย่างที่บอกไปคอนเซปต์สำคัญ ของการลงทุนในหุ้นก็คือเสมือนว่าเราเนี่ย เข้าไปเป็นเจ้าของในธุรกิจนั้นดังนั้น ปัจจัยสำคัญเลยก็คือเราต้องดูว่าธุรกิจ ที่เราจะเข้าไปลงทุนเนี่ยในอนาคตเนี่ยนะ คะกำไรของกิจการนั้นๆจะสามารถเติบโตได้ หรือไม่ซึ่งผลตอบแทนที่เราจะได้จากการ
9:14 เข้าไปลงทุนในหุ้นหรือตราสารทุนเนี่ยนะคะ ก็จะมาใน 2 รูปแบบค่ะก็คือ Capital gain ส่วนต่างของราคาหุ้นณวันที่เราซื้อกับ ราคาที่เราจะขายในอนาคตกับอีกด้านนึงก็ คือเงินปันผลที่เราได้มาจากกิจการนั้นๆ เนาะจุดนี้ก็จะมีสินทรัพย์ที่เรียกว่ากอง ทุนรวมนะคะซึ่งส่วนนี้เนี่ยก็คือการที่ เราเอาเงินไปฝากให้มืออาชีพหรือบรรดาผู้ จัดการกองทุนเดูแลซึ่งผู้จัดการกองทุน นั้นเขาก็จะเอาเงินของเราเนี่ยไปลงทุนใน สินทรัพย์ต่างๆตามนโยบายการลงทุนของเขาก็ มีทั้งการลงทุนในหุ้นการลงทุนในตราสาร หนี้หรือบางกองก็มีนโยบายการลงทุนที่ผสม ผสานกันแล้วก็มีนโยบายที่ตามระดับความ เสี่ยงที่ทุกๆคนเนี่ยรับกันได้อย่างความ เสี่ยงน้อยที่สุดก็คือกองทุนรวมราสาหนี้ ระยะสั้นทีนี้ค่ะประเด็นทั้งหมดที่จะพูด
10:00 เนี่ยอยู่ตรงนี้นะคะต้องบอกว่าการที่เรา เข้าใจภาพรวมทั้งหมดแล้วเนี่ยทำให้เรา เห็นภาพนะคะว่าการถือเงินสดก็คือเงินสด ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีเงินฝ่านะคะย้ำกัน อีกครั้งนึงอันนี้เนี่ยด้อยค่าแน่นอนนะคะ ปีละ 2% จากเงินเฟ้อที่มันเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนของการให้เงินคนอื่นยืมเนี่ยแน่นอน ว่าเราเนี่ยได้รับดอกเบี้ยที่ชัดเจนตาม ที่เขาบอกไว้ใช่ไมั้ยคะะถ้าเราเอาเงินไป ฝากไว้ระยะสั้นๆเนี่ยนะคะผลปรับแทนที่ได้ จากการที่เราให้เค้ายืมเนี่ยมันมันก็ได้ ประมาณนึงค่ะแต่ว่ามันก็ยังสู้เงินเฟอร ไม่ได้เพราะฉะนั้นมูลค่าของเงินก็ด้อยค่า ลงอยู่ดีแต่ถ้าเราเนี่ยเอาเงินไปให้เค้า ยืมนะคะในระยะที่ยาวขึ้นหรือเป็นการฝาก เงินระยะยาวเนี่ยมูลค่าของเงินนั้นก็อาจ จะด้อยค่าไม่มากแต่ถ้าเราเนี่ยเลือกที่จะ เอาเงินของเราไปแลกทรัพย์สินเพื่อที่จะลง
10:47 ทุนเนี่ยนะคะมันก็จะมีความเสี่ยงเฉพาะตัว เช่นกันค่ะเพราะว่าถ้าเลือกได้ดีเนี่ย มูลค่าของเงินมันก็จะเพิ่มขึ้นใช่มั้ยคะ แต่ถ้าเลือกได้ไม่ดีมูลค่าของทรัพย์สิน นั้นอาจจะด้อยค่ามากกว่าที่เราถือเงินสด ซะอีกคำถามก็คือฟังดูแบบนี้แล้วเราจะเอา เงินสดไปวางไว้ตรงไหนดีใช่ไมั้ยคะคงต้อง บอกว่าการบริหารจัดการเงินสดเนี่ยควรจะ ต้องทำให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดนะคะหรือ อีกนันึงก็คือเราควรถือเงินสดไว้เท่าที่ จำเป็นเท่านั้นค่ะเพราะเงินสดที่อยู่ใน มือเราที่ไม่ได้ทำอะไรเนี่ยมันจะด้อยค่า ลงไปเรื่อยๆอย่าง waren Buffet เองเนี่ย ที่เขาให้ข่าวนะคะว่าช่วงนี้เค้า Race Cash ถือเงินสดเยอะเนี่ยก็ต้องบอกว่าเขา ไม่ได้ถือเงินสดจริงๆเอาไปวางไว้ในเซฟนะ คะแต่เคเนี่ยเปลี่ยนจากการลงทุนในหุ้นมา วางเงินของเค้าไว้ในกองทุนปราสาทหนี้ระยะ
11:34 สั้นซึ่งเขาก็ยังได้รับดอกเบี้ยอยู่ดีค่ะ ดังนั้นก็หมายความว่าเราทุกคนเนี่ยควรจะ มีเงินฝากนะคะที่ได้รับดอกเบี้ยและเงิน ฝากนั้นๆเนี่ยนะคะก็ควรจะสามารถแปลงมา เป็นเงินสดให้เราใช้จ่ายได้ทันทีอย่าง น้อยเนี่ยก็ในระดับที่เราพอใช้จ่ายได้ใน เวลานึงนะคะยกตัวอย่างง่ายๆค่ะถ้าเรา เนี่ยต้องใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาทการ ที่เราเนี่ยมีเงินฝากอยู่ประมาณ 200,000 บาทก็คงคไม่น่าจะผิดอะไรแต่ส่วนสำคัญที่ สุดของเรื่องนี้นะคะก็คือเงินก้อนใหญ่ใน ชีวิตเราที่เป็นส่วนเกินจากเงินฝากที่เรา จำเป็นต้องใช้เนี่ยเราควรจะต้องหาที่วาง ของมันให้เหมาะสมนะคะโดยการกระจายนะคะเอา ไปแลกกับทรัพย์สินที่ไม่น่าจะด้อยค่าลง และน่าจะมีความน่าเชื่อถือสูงที่มูลค่า ของทรัพย์สินนั้นจะเพิ่มขึ้นในอนาคตได้
12:20 การกระจายการลงทุนไปยังทรัพย์สินต่างๆ เนี่ยนะคะถ้าเรายังไม่มีความรู้พอเราก็ สามารถใช้มืออาชีพมาช่วยจัดการแล้วก็ช่วย ลงทุนได้นะคะอย่างเสี่ยงต่ำๆเลยก็คือไปลง ทุนในกองทุนรวมปราสาทหนี้ระยะสั้นที่จะ ให้ผลตอบแทนประมาณ 2% แต่ถ้าเราอยากได้ผล ตอบแทนที่เพิ่มขึ้นนะคะก็เป็นหน้าที่ของ เราแล้วล่ะค่ะที่จะต้องรับความเสี่ยง เพิ่มขึ้นนะคะซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้ก็ สามารถบริหารจัดการได้ถ้าเรานั้นมีความ รู้เรื่องของการจัดการการเงินได้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนค่ะว่าหลายคนก็จะบอกว่าไม่มี ใครรู้อนาคตหรอกนะคะว่าทรัพย์สินไหนมันจะ ดีหรือมันจะมูลค่าเพิ่มหรือมูลค่าด้อยลง ในอนาคตแต่ในระยะยาวแล้วค่ะหากเรานั้น กระจายการลงทุนของเรานะคะไปในทรัพย์สิน ที่ดีส่วนใหญ่แล้วเนี่ยตามหลักสถิติเขาก็
13:06 จะบอกนะคะว่าค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนจากการ ลงทุนเนี่ยมันก็จะมากกว่าการที่เราแค่เอา เงินไปให้คนอื่นยืมเงินเฉยๆสรุปแล้วนะคะ จากประเด็นที่ก่อนหน้านี้หลายคนตั้งคำถาม กันว่าเงินสดเนี่ยมันคือทรัพย์สินหรือ หนี้สินกันแน่ถ้าตามหลักการเงินหลักบัญชี แล้วก็ต้องบอกว่าเงินสดนั้นคือทรัพย์สิน นะคะเพราะถ้าเราเนี่ยได้ครอบครองสิ่งนั้น โดยไม่มีภาระใดๆสิ่งนั้นเนี่ยก็ถือเป็น ทรัพย์สินของเราซึ่งเราก็สามารถเอาทรัพย์ สินนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อื่นได้ แต่ในอีกมุมนึงนะคะถ้าเราตีความว่านี่คือ ภาระมันก็อาจแปลในทางอ้อมได้ค่ะว่าเงินสด ที่เป็นทรัพย์สินของเรามีภาระการด้อยค่า ที่รอชดใช้อยู่เรื่อยๆซึ่งก่อนหน้านี้ เนี่ยนะคะก็ต้องบอกว่ามีคนที่ใช้คำว่า Cash is Dead มาแล้วนะคะนั่นก็คือคุณ
13:54 โรเบิร์ตคิโยซากิซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ Rich Dad po Dad นะคะซึ่งเขาเนี่ยจง ใจที่จะบิดความหมายของคำว่าเงินสดเท่ากับ หนี้สินเพื่อที่จะกระตุความคิดค่ะให้ผู้ อ่านนั้นได้รับรู้นะคะว่าการถือเงินสนโดย ไม่ลงทุนเนี่ยนะคะจะทำให้ความมั่งคั่งลด ลงและเป็นหนี้ให้กับการด้อยค่าของเงิน นั่นเองและถ้าใครอยากรู้เรื่องการเงินมาก ขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมไม่ให้เงินด้อย ค่าลงนะคะลงคุณแมนกำลังจะจัด The Money forum งานรวมความรู้การเงินการลงทุน สำหรับทุกคนในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ค่ะ ซึ่งในงานนี้ก็จะอัดแน่นไปด้วยความรู้การ เงินที่เข้าใจได้ง่ายคนที่ไม่มีพื้นฐานก็ สามารถเข้าใจได้ทันที The Money forum จะมีทั้งการบรรยายบนเวทีและ workshop จาก นักธุรกิจนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญและ
14:39 speakers มากประสบการณ์มันเล่าให้ฟังกัน แบบจัดเต็มค่ะทุกท่านสามารถจองบัตรได้ แล้ววันนี้นะคะโดยทุกที่นั่งนั้นจะสามารถ รับชมนันออนไลน์ย้อนหลังได้ทั้ง Main Stage และ workshop ค่ะใครที่อยากรู้ เรื่องเงินมากขึ้นเพื่อให้เราสามารถจัด การเงินในกระเป๋าของตัวเองได้ดีขึ้นและ ช่วยให้บรรลุเป้าหมายพังการเงินได้เร็ว ขึ้นอย่าพลาดงานนี้มาเจอกันได้ที่ The Money forum ค่ะ [เพลง]