0:00 ที่เราคิดว่าเรียนมาแล้วจบแล้วได้ปริญญา ในอดีตที่ผ่านมามีงานทำแต่ตอนนี้มันไม่มี งานทำผมใช้คำว่าิ Match เนื่องจากว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยน สิ่งที่เขาเรียนมาในอดีตที่ผ่านมาเพิ่งจบ ปริยาตีมาหรือเพิ่งจบปริยาโทมาเนี่ยงาน แบบนี้มันไม่มีอยู่แล้วคนที่เมื่อก่อนมี หน้าที่คีย์ข้อมูลเนี่ยมันถูกเรียกว่า disrupt ไปใช้ AI มันง่ายกว่าเยอะมันก็ ทำให้เกิดการออกจากงานของคนบางส่วนขณะ เดียวกันมันทำให้เกิดการจ้างงาน ใหม่อย่างในเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวเนี่ยคน ที่เรียกว่าตอนนี้เป็นตำแหน่งที่มาแรงมาก เลยคือผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนแต่ที่ มันทำให้เกิดความแตกต่างกันว่าทำไมบางคน ได้งานบางคนไม่ได้งานเนี่ยคือการที่เรามี ความรู้พื้นฐานจากมหาวิทยาลัยเป็นส่วน
0:45 หนึ่งแต่ส่วนที่ต้องเพิ่มเข้าไปก็คือ เรื่องของ ทักษะในส่วนของมูลนิธิเองเนี่ยด้วยความ ที่เราเป็นองค์กรขนาดเล็กนะฮะแล้วเราปรับ ตัวได้เร็วเราสามารถปรับรูปแบบของการให้ ทุนได้ไม่จำเป็นต้องจบที่เกี่ยวข้องกับ สาขาทางวิทยาศาสตร์เป๊ะๆแต่มาอบรมเพิ่ม เติมพอจบเนี่ยก็สามารถมีงานทำทันที [เพลง] อ The Secret sce The Secret sce ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนโดยมูลนิธิ SCG ครับ What's your Secret งานและทักษะในโลกใหม่ครับผมเชื่อ ว่าทุกคนเห็นแล้วนะครับว่าโลกมีความ เปลี่ยนแปลงเยอะมากและการร่ำเรียนในระบบ
1:32 การศึกษาในหลายๆครั้งจบออกมาแล้วผลปรากฏ ว่าสิ่งที่เรียนมาใช้ไม่ได้อีกต่อไปเพราะ ว่างานมันเปลี่ยนไปแล้ววันนี้ผมอยากจะชวน คุยเรื่องนี้กันอีกครั้งหนึ่งคำถามหลักๆ ที่จะช่วยทุกคนนั้นชี้ช่องรวยเลยก็ว่าได้ 1 งานใหม่ๆมีอะไรบ้างตั้งแต่ปี 2024 ไป จนถึง 2030 เราลองมาดูครับว่าเทรนด์อนาคต ของงานใหม่ๆงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ โรคร้อนสิ่งแวดล้อมงานที่เกี่ยวข้องกับ ดิจิตอลของ AI งานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ wellness มันมีอะไรบ้างและเราต้องเรียน อะไรหรือคุณต้องไปบอกลูกหลานให้เรียนอะไร เพื่อเขาจบมาแล้วจะได้มีงานทำและงานนั้น สามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้อันที่ 2
2:18 คือทักษะครับทักษะที่ไม่ใช่แค่ารสกิลที่ ตรงกับงานเมื่อกี้มันมีทักษะอะไรบ้างทำไม World Economic forum ถึงบอกว่าทักษะ สำคัญมากๆในอนาคตคือเรื่องของความคิด สร้างสรรค์เรื่องของการคิดวิเคราะห์ เรื่องของความเป็นผู้นำเราจะมาทบทวนกัน อีกครั้งนึงแล้วมองไปข้างหน้าเพิ่มเติม อัปเดตกันนิดนึงว่ามันมีทักษะอะไรบ้างผม จะคุยกับ 2 ท่านท่านแรกเป็น Angle ที่ผม เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน น่าสนใจเป็น Angle จากมูลนิธิ SCG ครับ มูลนิธิเป็นคนให้ทุนการศึกษากับเด็กให้มา 560 ปีเห็นแล้วครับว่าให้ทุนแบบเดิมไม่ ได้ขนาดมูลนิธิยังต้องปรับตัวเช่นเดียว กันและมุมมองที่ 2 มุมมองมองจากนัก วิชาการ tdi ครับที่เขาทำวิจัยอย่างสม่ำ เสมอเราจะฟังจาก 2 มุมมองแล้วเอามาเล่า
3:06 ให้กับทุกคนฟังครับว่างานและทักษะอะไรที่ คนต้องเตรียมพร้อม ครับก็สำหรับมุลนิธิ SCG เนี่ยก็เป็นองค์ กรอิสระนะครับจัดตั้งมาได้ประมาณซัก 60 ปีแล้วนะ 60 กปีแล้วนะ 60 ปีแล้วนะครับก็ สำหรับมูลนิธิเองเนี่ยก็ตอนช่วงนั้นเนี่ย ทางบริษัทูสิบินไทยก็มีแนวคิดว่าเอ่อ เรื่องของทุนมนุษย์ครับการพัฒนาทรัพยากร ทุนมนุษย์เป็นสิ่งที่ที่สำคัญทีนี้การให้ ทุนเนี่ยเราก็มีการทบทวนตัวเองตั้งข้อ สังเกตกับตัวเองปรับปรับมีการปรับตัวเอง อยู่ตลอดเวลานะครับว่าในในการให้ทุนเนี่ย แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่เดี๋ยวนี้ เนี่ยด้วยการเปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวนี้มันผมคิดว่ามันเริ่มชัดเจนเมื่อ
3:53 ักัก 10 ปีที่ผ่านมาครับนะฮเราอาจจะได้ ยินคำว่า Digital disruption Technology disruption ครับแต่ที่สำคัญก็คือว่าเด็ก ที่กำลังเรียนอยู่นะครับเรียนอยู่ในในบาง สาขาบางวิชานะครับอาจจะเรียกได้ว่าระบบ การศึกษาของเราเนี่ยยังยังปรับตัวได้ได้ ช้านะครับก็เลยทำให้บางสาขาบางวิชาเนี่ย ผมใช้คำว่า mismatch อืในอดีตเนี่ยมันยัง เวิร์คอยู่อืแต่เแต่เนื่องจากมีการปรับ ตัวได้ช้าพอพอเรียนจบมาแล้วนะครับแล้วก็ ออกมาเข้าสู่ตลาดแรงงานเนื่องจากว่า เทคโนโลยีมันเปลี่ยนสิ่งที่เขาเรียนมาใน อดีตที่ผ่านมาในอดีตหมายถึงว่าเพิ่งเรียน มาเพิ่งจบปริยาตรีมาหรือเพิ่งจบปริยาโทมา เนี่ยงานแบบนี้มันไม่มีอยู่แล้วหมายความ
4:39 ว่าทุนที่เราให้ไปในหลายๆครั้งเนี่ยเขา เรียนมาแล้วเราคิดว่าจบไปเาต้องได้ทำงาน ในสิ่งที่เขาเรียนแต่กลายเป็นว่ามันไม่ ตรงกันสิ่งที่เรียนกับงานที่จะหามันมิม หรือมันไม่ตรงกันนั่นเองนี่คือสิ่งที่เรา เห็นเลยสิ่งที่เราเห็นเวลาเราพูดโลกใหม่ นะคะเราก็เข้าใจว่ามันคือโลกที่มันเจอกับ ความท้าทายที่ที่สำคัญำคัญอย่างถ้าในช่วง นี้เราก็จะเห็นว่าไอ้ความท้าทายสำคัญที่ มันส่งผลอย่างมากต่อโลกก็คืออันแรกก็คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่เกิดใหม่เช่น AI Big Data Cloud computing นะฮะเ่อ ความท้าทายอันที่ 2 ก็คือเรื่องของการที่ มีสิ่งที่เรียกว่าเอ่อความเสี่ยงด้าน ภูมิศาสตร์อย่างที่เราเห็นความท้าทายอัน ที่ 3 ที่เราเห็นก็คือเรื่องของการ เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือว่า
5:26 climate Change นะฮะก็คือว่าโลกต้องมี การปรับตัว กับภาวะที่โลกร้อนกับภาวะที่เอ่อทำยังไง เราจะช่วยกันลดคาร์บอนทำยังไงเราจะอยู่ กับโลกที่ร้อนขึ้นแล้วะความท้าทายอันที่ 4 เลยก็คือว่าเป็นสังคมสูงอายุเป็นสังคมที่ มีเอ่อคนสูงอายุมากจำนวนเด็กแล้วก็คน หนุ่มสาวเนี่ยลดลงไอ้ความท้าทาย 3-4 อย่างที่สำคัญเนี่ยค่ะมันส่งผลทำให้เกิด เศรษฐกิจแบบใหม่จริงๆมันก็ไม่ใช่ว่าแบบโอ ใหม่อย่างสิ้นเชิงแต่มันเป็นเศรษฐกิจใหม่ ถ้าหากว่าเราเทียบกับเมื่อเอ่อเอ่อ 10-20 ปีที่แล้วมันไม่ชัดแบบนี้เศรษฐกิจใหม่ที่ พูดถึงนะอันแรกก็คือเศรษฐกิจดิจิตัล [เพลง] ก็คือว่ามันเป็นโลกที่เอิ่มธุรกิจมีการนำ
6:11 เรื่องของเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาใช้ใน กิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การผลิตเอ่อการกระจายสินค้าการค้าตำแหน่ง งานที่มีความต้องการสูงสะท้อนได้จากราย ได้ที่สูงเช่นคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หรือว่า Machine Learning เ่อหรือ ว่าเอ่อ Data sz นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล พวกเนี้ยมีความต้องการสูงรายได้สูงขณะที่ คนอีกกลุ่มนึงซึ่งจะถูกออกจากงานก็เพราะ ส่วนนี้อย่างเช่นคนที่เมื่อก่อนอ่ามีหน้า ที่เช่นเ่อคีย์ข้อมูลเนี่ยมันถูกเรียกว่า disrupt ไปใช้ AI มันง่ายกว่าเยอะอันนี้ ก็คือเป็นตัวอย่างว่าทำไมคนบางส่วนถูกออก จากงานหรือเมื่อสักครู่ที่บอกว่าทำไมคนจบ วิศวะบางส่วนเอ่อตกงานคือเ่อขอยกตัวอย่าง
6:57 อาชีพ ICT นะฮะก็คือคือเราพบว่าคนที่จบ ICT เนี่ยมีบางส่วนที่เรียกว่าเป็นที่ ต้องการของตลาดก็คือคนที่เรียกว่ามีความ รู้เรื่องของไอทีอย่างอย่างจริงจังส่วน ที่มีความรู้ด้านไอทีผิวๆก็คืออย่างเช่น เรียนเคอมพิวเตอร์ธุรกิจส่วนนี้จะตกงาน เยอะมากเพราะอะไรเพราะว่าเค้ารู้ คอมพิวเตอร์ก็เอ่อไม่ลึกซึ้งเอ่อรู้เอ่อ บริหารธุรกิจก็ไม่ลึกซึ้งเทียบกับคนที่จบ คอมพิวเตอร์ล้วนๆหรือว่าคนที่จบธุรกิจ ล้วนๆเนี่ยจะได้เปรียบมากกว่าก็คือว่ามัน ต้องมีความเชื่อเชี่ยวชาญอันนี้ก็คือตัว อย่างนะคะว่ามันมันต้องลงเข้าไปดูอ่ะว่า สาขาอะไรเรื่องของเอ่อเนี่ยเมื่อกี้เรา พูดถึง Digital disruption มันก็มีงาน บางงานเนี่ยโผล่ขึ้นมาออ้านะครับโอเคเรา
7:43 กำลังพูดถึงงานประเภทดิแต่มันก็มีงานหรือ มีจ๊อบบางแบบเนี่ยเช่นอปอืจริงครับอันนี้ ก็เป็นสาขาใหม่ครับตอนนี้มีเริ่มมีบางบาง มหาลัยให้มีการเรียนการสอนในแนวนี้เช่น เดียวกันนะครับเศรษฐกิจอันที่ 2 ที่เรา เห็นชัดๆเลยก็คือเศรษฐกิจสี เขียวเรื่องของ climate Change อือันนี้ เป็นอีกเป็นอีกเรียกว่าเทนใหญ่ครับเพราะ ฉะนั้นเนี่ยอะไรก็ตามลักษณะงานที่เกี่ยว ข้องกับเอ่อยกตัวอย่างเช่นผู้เชี่ยวชาญ ทางด้าน secular economy อ่าเศรษฐกิจ หมุนเวียนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างนี้เป็น ต้นนะครับเราจะทำเศรษฐกิจหมุนเวียนยังไง ซึ่งเศรษฐกิจหมุนเวียนยังไงเนี่ยมันเป็น เรื่องของการรีดีไซน์รูปแบบการทำธุรกิจอื นะครับเพื่อให้มีการใช้ใช้ทรัพพยากรอย่าง
8:29 คุ้มค่าครับนะครับซึ่งการรีดีไซน์เนี่ย มันคือเศรษฐกิจวุนเวียนมันไม่ใช่เรื่อง ของการไม่ใช่เรื่องรีไซเคิเรื่อง West อืออันนั้นเข้าใจผิดนะครับแต่เป็นส่วน หนึ่งเท่านั้นเองซึ่งมีความสำคัญซึ่งแต่ ละอันเนี้ยมันจะต้องการคนที่มีความรู้ ต้องการอาชีพที่เข้ามาอะไรอย่างเงี้ย เสริมเนี่ยพอสมควรควรที่จะทำงานสายนี้ได้ นะคะก็คืออ่ายกตัวอย่างเช่นอ่าจบเอ่อ วิศวะสิ่งแวดล้อมหรือว่าจบเ่อวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมแต่ก็ต้องมีความรู้เอ่อที่ ต้องไปเพิ่มเติมเช่นสามารถที่จะ เอิ่มเรียกว่าประเมินผลกระทบเอ่อวัฏจักร สินค้าได้หรือว่าสามารถที่จะไปประเมิน เรื่องของคาร์บอนฟุ print เ่าขององค์กร ได้มันมันจะมีความเฉพาะเจาะจงเข้าไปอีกใน
9:16 อาชีพใหม่คือมันมันไม่ได้มีการสอนใน มหาวิทยาลัยแปลว่าเราต้องมาแบบเรียนเพิ่ม เติมในการที่จะสามารถทำงานแบบนี้ได้อัน ที่ 3 คือเศรษฐกิจที่เรียกว่าเศรษฐกิจใส่ ใจก็คือว่าคนสูงอายุมีมากขึ้นเ่าความ ต้องการคนดูแลผู้สูงอายุก็มากขึ้นตำแหน่ง งานที่ต้องการมากๆนะคะเช่นเอ่อผู้ดูแลผู้ สูงอายุเ่อนักสุขภาพจิตหรือว่านักกายภาพ บำบัดซึ่งจากข้อมูลนะคะเราก็พบว่าพยาบาล นี้ขาดแคลนจริงแต่ที่มันทำให้เกิดความแตก ต่างกันว่าทำไมบางคนได้งานบางคนไม่ได้งาน เนี่ยคือการที่เรามีความรู้พื้นฐานจาก มหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งแต่ส่วนที่ต้อง เพิ่มเข้าไปก็คือเรื่องของทักษะเรื่องของ ของ aging Society หรือเทรนเรื่องสุขภาพ
10:01 นะครับก็เกิดเป็นเรียกว่าเอ่ออาชีพบาง อาชีพซึ่งเราสามารถใช้คนที่จบอาจจะไม่ได้ จบอย่ายกตัวอย่างเช่นอาชีพผู้ช่วย ทันตแพทย์ครับไม่จำเป็นต้องจบที่เกี่ยว ข้องกับสาขาทางวิทยาศาสตร์เป๊ะๆนะฮะจบ ด้านใดด้านหนึ่งก็ได้แต่มาอบรมเพิ่มเติม 1 ปี 2 ปีอ๋อนะครับก็สามารถพอจบเนี่ยก็ สามารถมีงานทำทันทีอืการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอันนี้ก็มีการอบรมอาจจะเป็นการอรม 3 เดือน 6 เดือนเช่นเรื่องของการเอ่อเราจะ จัดท่านอนยังไงให้กับผู้สูงอายุเพื่อไม่ ให้เป็นแผลกดทัอะไรอย่างี้เป็นต้นเอ่อ เมื่อรับประทานแล้วจะต้องดูแลยังไงให้ เอ่อท้องไม่อืดหรืองี้เป็นต้นไม่บวมอะไร อย่างงี้เป็นต้นไอ้พวกเหล่าเนี้ยสามารถอบ รมในช่วงเวลาสั้นเป็นเป็นลักษณะของ
10:49 วิชาชีพเรื่องของ telemedicine ออเมด เนี่ยตอนนี้เราก็ต้องการคนซึ่งเรียกว่า เอ่อคือมันเป็นรูปแบบของการดูแลรักษาผู้ ผู้ป่วยครับโดยที่หมอคนนึงเนี่ยสามารถที่ จะดูแลผู้ป่วยซึ่งอยู่ในเอ่อเช่นเ่อเอาๆ เอาแค่เอาแค่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแล้วะ กันครับถ้าคนค่าคนค่าอยู่ในอำเภออำเภอนึง เนี่ยตอนเช้าต้องตื่นตั้งแต่ 4:00 นเพื่อ มาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อมาหาคุณ หมออืค่าเดินทางค่ารอคิวค่านู่นค่านี่ ญาติต้องพามาในค่าใช้จ่ายมหาศาลก็เกิด เป็นเทคโนโลยีเรื่องเมทเกิดขึ้นนะครับ ซึ่งถ้าเรามีคนที่มาช่วยกันพัฒนาอืพัพัา อปกพัฒนาอะไต่างๆนะครับที่เกี่ยวขกับ เรื่อง
11:34 ของอะไรเงี้ยก็จะเป็นประโยชน์นะครับแต่ บางอันก็ต้องยอมรับมันก็ต้องต้องเอ่อ เรียกว่าอาจจะต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะ ทางซึ่งก็ต้องเป็นการทำงานร่วมกันครับ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครับได้ก่อให้ เกิดเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆทำให้เกิดงานใหม่ ๆขึ้น 3 เศรษฐกิจด้วยกันครับ 1 เศรษฐกิจ ดิจิตัลครับบมบระบุว่าปี 2023 ที่ผ่านมา ครับอาชีพพร้อ Engineer เป็นอาชีพที่มี ความต้องการอย่างมากเพราะสามารถเพิ่ม productivity หรือผลลัพธ์ของการใช้ AI ได้โดยคาดว่าอาจจะมีรายได้ถึง 12 ล้านบาท ต่อปีเลยครับ 2 เศรษฐกิจสีเขียวครับ tdri ระบุว่างานสีเขียวหรือว่าเรื่องความยั่ง ยืนกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นครับเช่น
12:21 ผู้จัดการด้านความยั่งยืนช่างเทคนิค กังหันลมหรือว่างานเดิมที่ต้องเพิ่มทักษะ นะครับเช่นผู้จัดการฝ่ายควบคุมหรือว่า ฝ่าย compliance ส่วนด้านทักษะครับก็ อย่างเช่นการจัดการด้านความยั่งยืน วิศวกรรมเพื่อความยั่งยืนหรือแม้กระทั่ง การจัดทำรายงานด้านความยั่งยืนครับ 3 เศรษฐกิจใส่ใจครับมีการประเมินนะครับว่า 2030 ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุด ยอดครับหรือว่า Super Age Society เหมือนกับญี่ปุ่นอิตาลีแล้วก็ฟินแลนด์ ครับสวนทางกับอัตราเกิดใหม่ที่น้อยลงบวก กับเทรนด์ดูแลสุขภาพเป็นการเร่งให้เกิด คววามต้องการแรงงานในเศรษฐกิจใส่ใจเพิ่ม ขึ้นคำถามสำคัญก็คือหลังจากนี้พนักงาน
13:06 หรือคนทำงานที่อยู่ในเศรษฐกิจเดิมรวมถึง นักเรียนนักศึกษาควรจะมีการปรับตัวอย่าง ไรก็จากตรงนี้เนี่ยเราก็มาเลยมาทบทวนนะ ครับแล้วก็ทดลองนะครับทดลองปรับเรื่องรูป แบบการให้ทุนการศึกษาอืนะครับคการถูก ศึกษาแบบเดิมเราก็ยังให้อยู่นะครับอย่าง แบบเดิมนี่เล่าให้ฟังได้มครับว่าปกปกติ ไครทีเรียเราให้อย่างไรแล้วเดี๋ยวเรา กำลังจะคุยต่อว่าที่กำลังจะปรับเนี่มันจะ เป็นยังไงแบบเดิมเราให้ทุนยังไงก็ในใน ระดับของเอ่ออย่างที่เรียนไป้เราให้ตั้ง แต่ระดับประถมถึงระดับมหาลัยนะครับเอ่อ เราใช้การพิจารณาง่ายๆเราใช้คำว่าคนเก่ง และคนดีคนเก่งและคนดีคนเก่งไม่ได้บอกว่า เราจะต้องให้เฉพาะทุนของคนที่จบครับไอ้ โทษนะเช่นเป็นอันดับ 1 ของห้องอ้าไม่ไม่
13:53 ได้หมายความว่าอย่างงั้นเอาแค่ผ่านเกณฑ์ ว่าผ่านเกณฑ์อยู่ในระดับที่เรียกว่า first qu time ออคืออยู่ใน 75% ขึ้นไปเราก็ ถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ที่จะสามารที่จะสามาถ ได้รับทุนแต่การเป็นคนดีนะครับมีแนวคิดใน เรื่องของเช่นเอ่อการช่วยเหลือสังคมอือ กตัญญูช่วยเอ่อรู้จักมีน้ำใจครับสื่อ สัตต์อะไรเงี้ยซึผมคิดว่าเป็นเป็นคุณธรรม พื้นฐานนะครับอันนี้ก็เป็นอยู่ในปัจจัย ที่เราพิจารณาเหมือนกันนะครับซึ่งในอดีต เราทำแบบนี้มาตลอดแต่มาเจอเนี่ยว่าความ เปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกมันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเดิมซึ่งถ้าเราขออนุญาตเจาะ เรื่องของระบบการศึกษานิดนึงครับเท่าที่ SCG สังเกตเห็นแล้วกันนะครับุที่เห็น ระบบการศึกษามันมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรา
14:39 เห็นกับโลคภายนอกผมคิดว่า infrastructure ใช้คำว่า infrastructure ครับหลายอย่าง เนี่ยเช่น infrastructure ทางเศรษฐกิจ เนี่ยเราเป็น infrastructure แบบที่เรียก ว่าเป็น Time Base อืโดยที่เราเรามี สมุติฐานที่ว่าถ้าเวลาผ่านไป 5 ปี 10 ปี เรื่องเหล่านี้ยังมีอยู่นะครับยกตัวอย่าง เช่นการการเรียนการสอนอย่างเงี้การเรียน การสอนสายสามัญครับซึ่งเรียนมาแล้วก็จบมา แล้วก็ได้ปริญญาที่เราคิดว่าเรียนมาแล้ว จบแล้วได้ปริญญาในอดีตที่ผ่ามามีงานทำแต่ ตอนนี้มันมันไม่มีงานทำนะครับเพราะว่า เรื่องเรื่องอเอ่อ competency ของตลาด ตลาดรายงานมันเปลี่ยนนะครับอันนี้อันนี้ ก็เป็นอันนี้ก็เป็นเหตุอันนึงแต่ในส่วน ของมูลนิธิเองเนี่ยด้วยความที่เราเป็น องค์กรที่ขนาดเล็กนะฮะแล้วเราปรับตัวได้
15:26 เร็วพอเรามองเห็นสิ่งเหล่าเนี้ยเราก็เลย มองหาว่าด้วยด้วยเรียกว่าเครือข่ายที่เรา มีอยู่อนะครับ Network ที่เรามีเอ่อองคา พยพที่เรามีเราสามารถปรับรูปแบบของการให้ ทุนได้หนึ่งในแนวคิดที่ทางมูลนิธิ SCG ให้ความสำคัญในปัจจุบันก็คือแนวคิด Learn To ear หรือการเรียนรู้เพื่ออยู่รอดพอ เราพูดถึงคำว่า Le ในอดีตที่ผ่านมาเนี่ย เรามักจะหมายถึง Learning อืแต่ในความ หมายของ Learn To earn ในที่นี้คือว่า มันเป็นเรื่องของการ develop comp อ๋อ เราพัฒนา compy ของเราอืให้ตรงกับสิ่งที่ ตลาดต้องการคือเรามองไปที่ปลายทางมาก ขึ้ไม่ใช่เรียนเพื่อได้ปริญญาแล้วเดี๋ยว เอาปริญญานี้ไปหางานอีกทีนึงไม่ใช่อันนี้
16:13 เราเรียนเพื่อสร้าง competency เหมือน สร้างความสามารถของเราเพื่อเอินหารายได้ ตรงนั้นใช่ใช่เพราะงั้นโดยรวมเนี่ยอาจจะ กล่าวได้ว่า Learn To earn เนี่ยเป็น เป็นกรอบความคิดอืที่มากกว่าการให้แค่ทุน การศึกษาครับเป็นกรอบความคิดที่ว่า ในในเรื่องของการ develop competency เป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างต่อ เนื่องสำหรับการพัฒนา competency ประกอบไปด้วยการพัฒนา 2 ทักษะครับไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะด้าน วิชาชีพหรือว่า Hard Skills และทักษะ ด้านชีวิตครับหรือว่า Soft Skills ภาย ใต้เงื่อนไขที่ว่าทั้ง 2 ทักษะนี้จะต้อง มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้อยู่รอด ได้ในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวด เร็วครับทักษะทั่วไปกับทักษะเฉพาะของสาย
17:01 วิชาชีพอ่าทักษะทั่วไปซึ่งเราเห็นนะคะไม่ ว่าจะเป็นข้อมูลจากเ Big Data ที่ทาง tdi วิเคราะห์นะหรือว่าข้อมูลจากเ wf World Economic forum ที่มีการสำรวจแล้วก็ เพราะว่ามันสอดคล้องกันก็คือว่าถ้าเป็น ทักษะทั่วไปเนี่ยที่ต้องการจากคนเลยข้อ แรกเลยนะฮะคือเรื่องของ analytical skill คือเอิทักษะในการคิดวิเคราะห์ 2 ก็คือว่า creative think ที่ก็คือการคิดเอ่อเชิง สร้างสรรค์อันนี้คือ 2 อย่างที่ต้องมี ส่วนที่ 3 ที่สำคัญมากๆเช่นเดียวกันก็คือ เรื่องของเอิ่มทักษะในการใช้เทคโนโลยีไม่ ว่าจะเป็น AI Big Data หรือว่าการใช้ พวกเอ่อไอทีพื้นฐานอันนี้คือเป็น 3 อย่าง
17:46 ที่ต้องมีแต่สำหรับคนไทยนะฮะอยากให้เพิ่ม เข้าไปด้วยคือเรื่องทักษะภาษาอังกฤษเพราะ ว่าถ้าหากว่าถ้าเราภาษาอังกฤษเราอยู่ใน เอ่อเรียกว่าสามารถใช้งานได้ดีเนี่ยมันจะ ทำให้ให้เราเปิดโลกกว้างคือโลกแห่งการ เรียนรู้เรามันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาษาไทย แต่มันมากกว่านั้นอันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่ ถ้าสำหรับคนไทยนะคะคิดว่าเอ่อ 4 อย่างนี้ เนี่ยคือต้องมีแล้วจะดีมากกว่านี้อีกถ้า หากว่าเรามีทักษะที่ตอนนี้เนี่ยคือให้ ความสำคัญกันมากเลยคือทักษะในการพัฒนาตัว เองก็คือเป็นทักษะในการที่เอ่อเรามีความ ยืดหยุ่นเอ่อเรามีความเ่อคล่องตัวเอ่อ สามารถที่จะ motivate ตัวเองได้เอิ่มมี การเรียนรู้ตลอดตอดชีวิตมีคนเป็นคนที่ เรียกว่าเอ่อช่างสงสัยช่างคิดอันนี้ก็คือ
18:33 เป็นสิ่งที่เรองเรียกว่าทักษะการพัฒนาตัว เองแล้วพอการทำงานมันก็ต้องมีทักษะการพฒ การทำงานกับคนอื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นทักษะ การที่เรียกว่าต้องมีความเป็นผู้นำเอ่อมี ความใส่ใจในความรู้สึกของคนอื่นเป็นผู้ ฟังที่ดีผมแยกเอเป็น 2 ส่วนครับส่วนที่ 1 คือตัวองค์ความรู้ เองซึ่งก็จะประกอบด้วยตัวความรู้กับตัว การออกแบบหลักสูตรครับครับกอีกส่วนหนึ่ง ก็คือเป็นทักษะทางด้าน Soft skill อืคือตัววัดผลที่เราใช้ในการวัดผลเทียบ เคียงในระดับสากลเนี่ยเช่นคะแนนสอบปีซ่า อย่างเงี้นะครับครับถามว่าเวลาเ้าวัด เนี่ยเวัดอะไรอืคือเ้าวัดในเชิงของคิด วิเคราะห์ analytic Thinking ใช่ครับ
19:20 ซึ่ง analytic Thinking เนี่ยมันมันมัน จะต้องเป็นผ่านกระบวนการในการเรียนการสอน อืตัวเนื้อหาหลักสูตรเนี่ยเป็นสิ่งที่ที่ แต่ละคนเนี่ยผู้เรียนแต่ละคนเนี่ยต้องไป ศึกษาเพิ่มเติมเองแต่การรู้จักเอ่อไดลใน ห้องกับอาจารย์ซึ่งบทบาทจะต้องเปลี่ยน ต้องเป็น facilitator มากขึ้นครับซึ่งถ้า ทำแบบนี้ได้เนี่ยมันก็จะทำให้กระบวนการ คิดวิเคราะห์ของเราที่อยู่ในระบบการศึกษา เนี่ยได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมอืๆๆๆะ ยิ่งเฉพาะในชีวิตจริงเนี่ยนะครับถ้ายกตัว อย่างการทำงานเนี่ยตอนเราทำงานในสมัยเรา จูเนียร์เนี่ยเราเราพัฒนาตัวเองเราเลื่อน ระดับขึ้นมาเราเติบโตขึ้นมาเพราะว่าเรา เก่งเรื่อง Technical skill อืจริงครับ แต่พอมาถึงพอมาถึงเราต้องมีทีมใช่ครับ
20:09 บริหาร ธุรกิจมันต้องมี Soft skill อืแต่เรื่อง leadership เนี่ยเป็นเรื่องที่เป็นเป็น ทั้งสาและศีลแลมันต้องผ่านการฝึกฝนอืซึ่ง ในกระบวนการเรียนการสอนเนี่ยจำเป็นต้อง ต้องมีจุดเริ่มต้นที่ดีอืโลกที่เปลี่ยนไป งานที่เปลี่ยนแปลงทำให้ทักษะสำคัญก็ต้อง เปลี่ยนตามไปด้วยครับ tdi มีข้อมูลที่สอด คล้องกับทาง sgf ครับที่แสดงให้เห็นว่า องค์ประกอบที่จำเป็นต่องานในโลกใหม่นั้น ประกอบไปด้วย a Attitude ทัศนคติ S Skills ทักษะและ K knowledge องค์ความ รู้ซึ่งแต่ละอาชีพก็จะมีองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ครับ a k อย่างไรก็ตามครับจากการ เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในปัจจุบันสะท้อน
20:55 ให้เห็นว่าองค์ความรู้และทักษะนั้นพร้อม จะเปลี่ยนแปลงตามความเร็วของโลกอยู่ตลอด เวลาเป็นโลกที่ต้อง Learn To ear หรือ ต้องเรียนรู้เพื่ออยู่รอด ครับคำถามก็คือเราควรจะมีโมเดลการเรียน รู้ในโลกใหม่อย่างไรและระบบการศึกษาใน ปัจจุบันมีความพร้อมต่ออนาคตมากแค่ไหน เวลาเราเจอกับของใหม่เจอกับความเปลี่ยน แปลงเเช่นสมมุติเราเห็น AI กำลังมาแรงมาก คนก็จะพูดสมุนว่า AI จะมาแย่งงานคน AI จะ ทำให้เราตกงานแต่เท่าเท่าที่เราฟังเมื่อ กี้คือข้อเท็จจริงคือมันมีงานใหม่ๆเกิด ขึ้นจำนวนมากเช่นเดียวกันทีนี้มันอยู่ที่ ว่าเราจะเห็นหรือเปล่าว่างานใหม่นั้นคือ อะไรซึ่งึอย่างยกตัวอย่างได้มั้ยครับว่า
21:40 แต่ละหลักสูตรที่เราไปสร้างขึ้นมากับ พาร์ทเนอร์ต่างๆเนี่ยมันยากง่ายแค่ไหนฮะ ในการที่จะไปสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆสร้าง ระบบการเรียนการสอนแบบใหม่ๆที่เกิดขึ้น เนี่ยเพราะว่าหลายๆคนบอกว่าครูพออยากจะไป ทำเรื่องของ circular economy จะไปหา เรียนที่ไหนมันยากจังเลยถ้ามออีกมุมนึงใน ตัววิธิที่ต้องเป็นคนสร้างหลักสูตรเพื่อ ให้คนมาเรียนประมาณ 3-6 เดือนหรืออาจจะ มากกว่านั้นเนี่ยความยากที่สุดคืออะไรใน การสร้างความรู้สิ่งใหม่ๆตรงนี้ก็อาจจะ อาจจะขอปรับคำนิดนึงคือจริงๆแล้วไม่ได้ เราไม่ได้สร้างหลักสูตรใหม่ปัจจุบันนะ ครับเราเริ่มต้นจากหลักสูตรที่มีอยู่แล้ว อือแต่เราหาบุคลากรซึ่งเข้ามาเรียนออ เพราะว่าหลักสูตรเหล่านี้จต้องต้องเรียน ว่าจริงๆแล้วมันมีอยู่แล้วในตลาดในระดับ
22:26 หนึ่งออืเพราะว่าถ้าต้องไปสร้างหลักสูตร ใหม่เนี่ยมันจะเป็นเรื่องที่ใช้เวลามันจะ ไม่ทันกับกับกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น นะครับแต่ไม่ค่อยมีใครรู้อ๋อไม่ค่อยมีใคร รู้แล้วอยู่ในระบบการศึกษาอยู่ในระบศึกษา อยู่ในระบบการศึกษาทั่วไปเลยเพียงแต่ว่า ยุกอย่างเช่นถ้าหลักสูตรทางด้านนี้อาจจะ ต้องไปเรียนที่เอ่อมหาลัยนี้ที่อยู่ใน จังหวัดนี้อหลักสูตรนี้ไปเรียนที่มหาลัย นี้ซึ่งเขามีอันนี้อยู่แล้วเ้าอาจจะโฟกัส เรื่องนี้อยู่แล้วเขาเชี่ยวชาญเรื่องนี้ อยู่แล้วแล้วเก็ทำหลักสูตรเหล่านี้ขึ้นมา อนหมายความว่าเราเหมือนเป็นคนที่เหมือน matching อ่ะ matching ใช่มฮะใช่คือถ้า knowledge เรื่องของเอ่อความรู้นะคะเช่น ความรู้เรื่องกฎหมายความรู้เรื่องไทเอ่อ ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง esg พวกนี้หาอ่าน ได้ค่ะหรือว่าจะไปเคอร์สสั้นๆก็ได้ขอยก
23:13 ตัวอย่างค่ะที่เราเห็นเป็นคอร์สเกี่ยวกับ เรื่องของเ่อการฝึก เอ่อเรียน 6 เดือนอ่าแล้วกลายเป็น Software developer หรือว่านักพัฒนา ซอฟต์แวร์ซึ่งมีความต้องการสูงนะคะแม้ว่า AI จะเข้ามาก็จริงแต่ว่ายังไงความรู้ พื้นฐานกับเรื่องของการเอ่อทำเอ่อการ พัฒนาซอฟต์แวร์เนี่ยต้องการต้องการคนอยู่ มากแล้วเราก็เห็นเลยว่าเอ่อรายได้ดีใน ส่วนนี้สามารถฝึกได้อย่างที่บอกค่ะฝึก 6 เดือนสิ่งที่ในต่างประเทศทำนะคะยกตัว อย่างเช่นในสิงคโปร์เนี่ยเป็นตัวอย่างที่ ดีมากๆว่ารัฐบาลให้ความช่วยเหลือก็คือว่า อย่างเคสของสิงคโปร์ก็คือว่าถ้าหากว่า บริษัทเนี่ยส่งคนไปเรียนบริษัทสามารถที่ จะเ่อได้ลดหย่อนภาษีหรือว่าคนสิงคโปร์
24:00 เนี่ยไปเรียนเขาก็จะมีเรียกว่าเป็นเครดิต เวาเชอร์ให้ไปเรียนคอร์สซึ่งเราก็จะเห็น ลิสว่ามีเ่ามีคอร์สให้เลือกมากมายเลย อย่างในส่วนคอร์สที่เกี่ยวกับสีเขียวหรือ ว่าคอร์สเกี่ยวกับดิจิตอหรือว่าเอ่อคอร์ส ที่เกี่ยวกับเอ่อเศรษฐกิจเรื่องของการใส่ ใจเนี่ยก็มีเยอะมากเขาให้เราไปเลือกได้ ว่าเราอยากเรียนอะไรอันนี้ก็คือเป็นตัว อย่างนะคะของที่สิงคโปร์ซึ่งเป็นตัวอย่าง ที่ดีมากๆอย่างของเมืองไทยเนี่ยในส่วนของ อาชีวะจริงๆโรงเรียนอาชีวะเขก็ปับตัวนะคะ ก็คือว่าเามีการเอาหลักสูตรใหม่ๆเข้าไป เช่นมีหลักสูตรเอ่อช่างซ่อมเอ่อรถยนต์ไฟ ฟ้าอันนี้ก็ก็มีเรื่องมีบ้างนะคะแต่ว่า การปรับตัวอาจจะมันอาจจะไม่ได้เร็วนักมัน ทำให้เราเห็นว่าก็มีช่างเอิ่มที่จบอาชีวะ ส่วนหนึ่งเนี่ยคือเขาสามารถที่จะผ่าไปทำ
24:48 งานเอ่อเศรษฐกิจสีเขียวเช่นเป็นช่างเอ่อ เทคนิคเอ่อพลังงานลมได้แต่สิ่งที่เขาทำ ได้ก็คือว่าเขาเข้าไปด้วยวุฒิเอ่อปวชปวส ที่ที่เมีเอ่อทั่วไปนี่แหละแต่ว่าบริษัท เปิดโอกาสให้เค้าในการที่เสามารถที่จะฝึก ระหว่างทำงานไปได้ด้วยการเรียนรู้จะเป็น ลักษณะที่เราเอ่อบอกว่าต้องเรียนรู้ตลอด ชีวิตค่ะณปัจจุบันเนี่ยการเรียนการสอนถ้า เรายึดแนวเรื่องของ Life long Learning อืเราสามารถอั skill ill ตัวเองได้ตลอด เวลาเราสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ตลอด เวลามันอยู่ที่ตัวเราอ่ะครับจริงครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยอยากจะจะย้ำไอ sof skill ที่ว่าคือคำว่า GR mindset อืตรงนี้ สำคัญที่สุโ mindset ที่มี GR mindset
25:34 ที่เข้าใจแล้วก็สามารถที่จะทำจนกระทั่ง เข้าใจอ่ะทำจนกระทั่งเข้าใจว่าอ๋อมันคือ อย่างนี้นี่เองอืผมคิดว่ามันก็จะทำให้ ลักษณะของเอ่อการทำงานลักษณะแบบเนี้ยมัน ก็ช่วยทำให้สร้าง Impact ให้กับประเทศ ครับได้อย่างเป็นรูปธรรมครับใบปริญญายัง สำคัญอยู่มั้ยฮะสำหรับมุมมองของมูนิธิที่ ให้ทุนมาเป็นแสนเในแง่ในในแง่ระบบเเอางี้ แล้วกันในแง่ระบบเนี่ยคือเราวิธีการในการ ในให้ให้ค่าตอบแทนในตลาดแรงงานเนี่ยมี 2 รูปแบบใช่มั้ยครับก็คือครับเอ่อเค้าเรียก ว่า degree Base กับ competency Base อ่าครับถูกมั้ยฮะปัจจุบันเนี่ยเรายังอ้าง อิง degree Base เป็นหลักอเพราะว่า สถาบันที่ให้การรับรองหรือหลักสูตรหรือ
26:22 กระบวนการในการทดสอบว่าคนๆนึงสามารถพัฒนา competency อืถ้ามี competency แบบนี้ ควรจะได้รับค่าตอบแทนประมาณนี้ compy แบบ นี้ก็ได้รับค่าตอบแทนประมาณเนี้ยมันยังมี ไม่เยอะมากนักครับแต่บางสาขานี่มันไปแบบ นั้นแล้วยกเย่นสาขาไอทีอ่าครับเาจะมี competency Set ใช่ครับที่มีความชัดเจน ทีนี้พอเป็นอย่างนี้เสร็จเนี่ยถ้าเราถ้า เรายกระดับเรื่องของการ P การให้ผลตอบแทน มาเป็น competency Base ให้เยอะขึ้น เนี่ยมันก็จะช่วยทำให้การเชฟการเรียนการ สอนที่มุ่งดีกรี Base แล้วก็ไม่รู้ว่า เรียนแล้วไปทำอะไรอืมีความเป็นรูปธรรมใน การที่คนจะมุ่งหาไปทาง compy Bas มาก ขึ้นครับหมายความว่าตัวนายจ้างเองก็ต้อง มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
27:07 ไม่ใช่ว่าฝั่งไหนฝั่งนึงจะทำอย่างเดียว แต่ต้องทำไปพร้อมๆกันพร้อมๆกันพร้อมๆกัน เพราะฉะนั้นเนี่ยสำหรับมูนิธิเองเราคิด ว่าเราก็เป็นจุดเล็กๆในสังคมครับเลตัวอน ก็เป็นหนึ่งในในในโครงการแคมเปญของเรานะ ครับที่เราคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องลุกไม่ ต้องรอให้ใครมาบอกเราในเมื่อเรามองเห็น ปัญหาเราคิดว่าว่าเราเราลงมือทำได้เราก็ ทำในกำลังที่เราทำได้ครับนะครับทราบมาว่า ก็กำลังจะมีงานที่ทำให้ทุกคนได้เห็นภาพ ไอ้เรือนตัวเอินนี่พร้อมๆกันด้วยถูกมั้ย ฮะครับก็เรือนตัวเอิก็ปีนี้ปีที่แล้วจัด ไปแล้วรอบนึงนะครับปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 นะครับก็ขออนุญาตเชิญชวนประชาสัมพันธ์นะ ฮะก็วันที่ 12 กรกฎาคมที่จะถึงนี้นะครับ CDC cristal Design Center นะครับ
27:55 เอ่อมิธ SCG จะจัดงาน Le to เ่นนะครับ เอ่อที่เพื่อที่จะเรียกว่าเชิญชวนภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องนะครับมาฟังแนวคิดนะครับมา ฟังน้องๆนะครับที่ผ่านโครงการเลทเอินนะ ครับว่าเมีประสบการณ์ในกระบวนการการเรียน รู้อย่างไรนะครับแล้วเราจะช่วยกันทำให้ เลินตัวเอิญเนี่ยเอ่อเผยแพร่ไปสู่สังคม แล้วก็ช่วยกันสร้างอพคที่เป็นประโยชน์ต่อ สังคมได้อย่างไรนะครับขออนุญาตเชิญชวนนะ ครับคุณเคนด้วยนะครับขอเชครับแล้วเดี๋ยว ไปเจอกันที่เรตัวใช่มครับถ้ามองไปในอนาคต ครับ 5-10 ปีข้างหน้าผมว่าหลายๆท่านเนี่ย อาจจะมีลูกมีหลานเนาะที่กำลังส่งลูกเข้า ไปเรียนหนังสือหรือว่าตัวเองเนี่ยรู้สึก
28:41 ว่าเฮ้ยเราต้องเริ่มมีการอัพสกิลิลเพิ่ม เติมในฐานะมธที่มีคำแนะนำอะไรมครับเราควร จะสอนลูกหลานเราอย่างไรที่จะทำให้เขาเติบ โตมาเนี่ย Le to ear ด้วยแล้วก็สามารถ สร้าง Social Impact ให้กับสังคมด้วย ครับก็คือผมคิดว่าการปลูกฝังตั้งตั้งแต่ ครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ สังคมเนี่ยเป็นสิ่งที่จำเป็นออือเอ่อ เพราะการปลูกฝังเหล่าเนี้ยมันจะนำไปสู่ ความยั่งยืนในอนาคตอืปลูกฝังตั้งแต่เล็ก ในขณะเดียวกันเนี่ยตัวคุณพ่อคุณแม่ต้อง เป็นโรโมเดลด้วยเช่นเดียวกันออืออซึ่งถ้า ปลูกฝาในสิ่งที่ดีมันก็จะมีเนื้อในสิ่ง ที่ดีเนี่ยแล้วก็เนื้อในสิ่งที่ดีเนี่ย เอ่อมันจะอยู่กับเราตลอดไปครับแล้วถ้า เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีโอกาสได้ฝึกฝนอื
29:28 เพราะว่าเราเชื่อว่าการการเรียนเนี่ยมัน ผมใช้คำว่าเอ่อ 10 20 70 10 นี่คือการ เรียนในภาคในห้องเรียนอ๋อ 20 เนี่ยเรียน จากคนอื่นครับไปถามท่านนู้นท่านนี้อ๋อ เลือกพี่ครับจะทำสปาเกตตี้ต้องทำยังไง อะไรอย่างเงี้ยเออเรียนจากโค้ช 70 เนี่ย เราต้องผัดเองต้องลวกเส้นเองต้องใส่ เครื่องปรุงเองบางทีก็อร่อยบ้างไม่อร่อย บงในที่สุดเราพัฒนาไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้มันต้องผ่านการลงมือทำอืซึ่ง ก็คือส่วนใหญ่คือเป็น 70% ของกระบวนการ การเรียนรู้อืถ้ามีโอกาสได้ฝึกฝนทำเป็น ประจำก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากครับในการ พัฒนากการเรียนรู้ครับแล้วก็ upskill reskill Growth mindset มันจะเกิดขึ้น เองโดยธรรมชาติอืแล้วมันก็อยู่กับตัวเรา
30:13 ครับแล้วที่สำคัญคือเราทำงานกับใครเนี่ย คนเพื่อนๆที่ทำงานกับเราเค้าก็จะรู้สึก สัมผัสได้อือว่าเฮ้ยเราเป็นอย่างงั้นจริง ๆอย่างงี้เป็นต้นครับก็เชื่อมั่นแบบนี้นะ ครับครับวันนี้ขอบคุณมากนะครับขอบคุณ ขอบคุณครับ [เพลง]