ถอดรหัสความสำเร็จ ThinkPad ทำไมแล็บท็อปที่ ‘น่าเบื่อ’ ที่สุด ถึงขายดีกว่า 200 ล้านเครื่อง? |GS EP434

ด.ดล Blog www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เล่าถึงเรื่องราวของ Lenovo ThinkPad ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นในฐานะบริษัทเล็กๆ ในจีนที่ชื่อ Legend ไปจนถึงการกลายเป็นผู้ผลิต PC รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเน้นถึงปรัชญาการทำธุรกิจที่เน้นประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ทำให้ ThinkPad กลายเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความทนทานและประสิทธิภาพสูง แทนที่จะเน้นที่รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนแบรนด์อื่นๆ

  • ThinkPad มียอดขายสะสมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 200 ล้านเครื่อง
  • Lenovo ประสบความสำเร็จจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ThinkPad ยังคงเป็นแล็ปท็อปที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน สามารถอัปเกรดได้ง่าย

จุดเริ่มต้นของ Lenovo: จากบริษัทเล็กๆ ในจีนสู่ผู้ผลิต PC รายใหญ่

ผู้บรรยายเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความนิยมของ ThinkPad ในกลุ่มผู้ใช้งานองค์กรขนาดใหญ่ โดยเน้นถึงความทนทานและประสิทธิภาพ แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่โดดเด่นเท่าแบรนด์อื่นๆ แต่ ThinkPad มียอดขายสะสมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 200 ล้านเครื่อง แซงหน้า MacBook ของ Apple ไปอย่างมาก เรื่องราวเริ่มต้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 1984 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กลุ่มวิศวกร 11 คนนำโดยหลิวจู๋ชวนจื้อและแดนนี่หลุยได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ที่ชื่อ Legend (联想) ซึ่งแปลว่าตำนาน โดยมีเป้าหมายแรกคือการนำเข้าโทรทัศน์มาขาย แต่ธุรกิจนี้ไม่ประสบความสำเร็จ

การปรับตัวและสร้างชื่อเสียง: จาก QC สู่การผลิตคอมพิวเตอร์

Legend เริ่มจากการรับจ้างเป็นหน่วย QC ให้กับคอมพิวเตอร์แบรนด์ใหญ่อย่าง IBM และ HP ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญเมื่อพวกเขาพัฒนาแผงวงจรพิเศษที่ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรมของ IBM สามารถประมวลผลภาษาจีนได้ ทำให้ Legend เริ่มมีชื่อเสียงและรายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงบริษัท หลิวฉวนจื้อมีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือการสร้างคอมพิวเตอร์ของตัวเองให้ได้ ในปี 1988 Legend ตัดสินใจทุ่มเงินทั้งหมดลงประกาศรับสมัครงานบนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ China US News และคัดเลือกผู้สมัครอย่างเข้มข้น จนได้ทีมวิศวกรที่เก่งที่สุดมาถึง 58 คน

ปรัชญาการบริหารจัดการต้นทุน: หัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ

ในช่วงเวลานั้น บริษัทลำบากมาก แต่หลิวเชื่อว่าการลงทุนกับสมองของวิศวกรและการวิจัยและพัฒนาเป็นสิ่งที่คุ้มค่า นี่คือ DNA ที่ฝังลึกและกลายเป็นความได้เปรียบสูงสุดของ Lenovo พวกเขาเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการธุรกิจให้มีต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในอุตสาหกรรม PC ที่สินค้าแทบไม่ต่างกัน สงครามจะไปวัดกันที่ราคาและประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุน Lenovo ทำธุรกิจโดยมีกำไรสุทธิเพียง 1.5% เท่านั้น ทำให้พวกเขาสามารถขายของในราคาที่คุ้มค่าได้ เพราะเงินที่เราจ่ายไปถูกเปลี่ยนเป็นค่าชิ้นส่วนและค่าวิจัยเกือบทั้งหมด

ThinkPad: จาก IBM สู่ Lenovo

ในขณะที่ Legend กำลังเติบโตในจีน IBM ก็กำลังสร้าง ThinkPad ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1992 ด้วยดีไซน์สีดำสนิทและปุ่ม TrackPoint สีแดงสดตรงกลาง ThinkPad กลายเป็นสุดยอดคอมพิวเตอร์พกพาที่แข็งแรงทนทาน แต่มีราคาสูง ทำให้กลุ่มลูกค้าถูกจำกัดอยู่แค่ในองค์กรขนาดใหญ่ ในปี 2004 IBM ตัดสินใจขายธุรกิจ ThinkPad ทั้งหมด ซึ่งเป็นโอกาสทองของ Legend ที่จะใช้ ThinkPad เป็นใบเบิกทางเพื่อก้าวออกจากจีนไปสู่เวทีโลก Legend ตัดสินใจทุ่มเงิน 1,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อกิจการ ThinkPad มาไว้ในมือ และเปลี่ยนชื่อเป็น Lenovo

การผสมผสานปรัชญา: ประสิทธิภาพและความคุ้มค่า

Lenovo นำปรัชญาประสิทธิภาพไร้เทียมทานของตัวเองมาผสมผสานกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของ IBM ThinkPad พวกเขาไม่ได้เปลี่ยน ThinkPad ให้กลายเป็นสินค้าราคาถูก แต่ยังคงรักษามาตรฐานการผลิต ความทนทาน และฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ทุกอย่างเอาไว้ สิ่งที่พวกเขาทำคือการใช้ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่เหนือชั้น เพื่อทำให้ ThinkPad มีราคาที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Apple มุ่งหน้าไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่สวยงามแต่เป็นระบบปิด Lenovo กลับยืนหยัดแนวทางตรงกันข้าม ThinkPad ยังคงเป็นแล็ปท็อปที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน สามารถอัปเกรดได้ง่าย

ความสำเร็จและการขยายธุรกิจ: จาก PC สู่ Server

ความสำเร็จของ ThinkPad ทำให้ Lenovo อยากจะลองใช้สูตรเดียวกันนี้กับตลาดอื่นดูบ้าง ในปี 2014 พวกเขาซื้อกิจการสมาร์ทโฟน Motorola มาจาก Google แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะตลาดสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องของภาพลักษณ์และสถานะมากกว่าการใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม พวกเขาประสบความสำเร็จในตลาด Server โดยได้กลับไปซื้อธุรกิจ Server ของ IBM มาอีก และกลายเป็นผู้ผลิต Server รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก เพราะเป็นตลาดที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความคุ้มค่ามากกว่าความสวยงามภายนอก

บทสรุป: ตำนานของม้านอกสายตา

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ Lenovo เติบโตจนกลายเป็นบริษัทที่มีรายได้มากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แม้ว่ากำไรสุทธิอาจจะไม่สูงมากนัก แต่ก็ทำให้ผู้บริโภคได้ใช้โน้ตบุ๊กที่ทนทาน คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูง มันคือบทพิสูจน์ว่าในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยกระแสและการตลาดยังคงมีที่ยืนสำหรับบริษัทที่ยึดมั่นในแก่นแท้ของคุณภาพและการใช้งานจริง เรื่องราวของ Lenovo ThinkPad คือตำนานของม้านอกสายตาที่กลายมาเป็นผู้ชนะ

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 ผมว่าถ้าใครใช้ชีวิตในการทำงานในองค์กร ใหญ่ๆเองหรือว่าบริษัทหลายๆแห่งเนี่ยผม ว่าน่าจะมีคนเคยใช้แลปท็อปของPadกได้ว่า โอ้โหอึดถึกทนมากๆนะครับเป็นโน้ตบุ๊คที่ ดูภาพลักษณ์มันอาจจะเพลนๆดูแข็งๆนะครับ ไม่มีความสวยงามเลยด้วยซ้ำแต่โอ้โหได้รับ ความนิยมเป็นอย่างมากนะครับหลายคนไม่รู้ นะครับว่าโน้ตบุ๊คที่มียอดขายสะสมสูงที่ สุดในประวัติศาสตร์เนี่ยมันคือ Pad นี่ เองนะครับซึ่งทำยอดขายไปได้กว่า 200 ล้าน เครื่องแล้วนะครับโอ้โหใครคิดว่า MacBook ขายดีกว่าเนี่ยคิดใหม่นะครับ Thinkpad นี่คือเบอร์ 1 ของโน้ตบุ๊คตัวจริงวันนี้ จะมาชวนคุยเรื่องของ Lenovo Thinkpad กันนะครับไปรับฟังกันได้เลยครับผม

0:47 Welcome to Geek Story Powerful Story Inspire People สวัสดีครับผมโดนธราดลจากดดลบล็อกนะครับ และนี่กิจการการ Geek Story รายการที่จะ เล่าเรื่องราวประวัตินักธุรกิจนัก เทคโนโลยีเรื่องราวทางธุรกิจเทคโนโลยีที่ มีความน่าสนใจนะครับอย่างที่เปิดหัวไปนะ ครับวันนี้จะมาพูดถึง Leovo Thinkpad ทุกคนคงได้ยินกิตติศัพท์ของแบรนด์นี้มา อย่างยาวนานนะครับตั้งแต่ยุคของ IBM แล้ว ก็ว่าได้นะครับโน้ตบุ๊คที่อึดถึกทนนะครับ และต้องบอกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเนี่ย Renervo ขาย PAT ไปแล้วมากกว่า 200 ล้าน เครื่องตัวเลขนี้เนี่ยมันมหาศาลมากๆนะ ครับมันมากพอที่จะส่งให้ Lenovo กลายเป็น ผู้ผลิต PC รายใหญ่ที่สุดของโลกและครอง

1:34 ตำแหน่งนี้มาได้หลายทศวรรษแล้วที่น่าทึ่ง ไปกว่านั้นก็คือ Thinkpad เนี่ยแทบจะฉีก ทุกตำราการตลาดของยุคนี้เลยก็ว่าได้ ดีไซน์มันไม่ได้โฉบเฉี่ยวไม่ได้เบาบางที่ สุดแบบ Apple พยายามทำแล้วก็ไม่ได้อัด สเปคมาแบบจัดเต็มจนใหญ่เทอะทะเหมือน laptop gaming ของ ASUS แถมยังมีปุ่ม tag point สีแดงตรงกลางนะครับที่เป็น สัญลักษณ์เอาไว้นะครับเด่นมากมากโดยที่คน ส่วนใหญ่เนี่ยหันไปใช้ทั patch กันหมด แล้วนะครับการออกแบบหลักๆเนี่ยก็แทบไม่ เปลี่ยนไปเลยนะครับตั้งแต่เปิดตัวครั้ง แรกในปี 1993 ในยุคของ IBM ซึ่งในยุคที่ Branding และภาพลักษณ์เนี่ยดูเหมือนว่า มันจะสำคัญกว่าทุกอย่างนะครับดูตัวอย่าง จากตลาดสมาร์ทโฟนเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆนะ ครับโทรศัพท์ที่เน้นการใช้งานจริงอย่าง Google Pixel กับขายไม่ดีเท่าที่ควรใน

2:20 ขณะที่คนยอมจ่ายเงินซื้อ iPhone รุ่นใหม่ ทุกปีแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย มันเป็นเพราะพลังของแบรนด์ Apple นั่นเอง แต่ในโลกของแลปท็อปหรือโน้ตบุ๊คเนี่ย Pad กลับเป็นข้อยกเว้นนะครับพวกเขาสร้าง อาณาจักรของตัวเองขึ้นมาด้วยการสวนกระแส ทั้งหมดหลายคนถึงกับบอกว่า Padook ในฝัน ของคนที่ไม่ใช่สาวก Apple คือได้ทั้ง ประสิทธิภาพความทนทานโดยไม่ต้องจ่ายภาษี Apple แสนแพงก็ต้องบอกว่าเรื่องราวทั้ง หมดเนี่ยต้องย้อนกลับไปในวันที่ 1 พฤศจิกายนปี 1984 ที่กรุงปักกิ่งประเทศ จีนกลุ่มวิศวกร 11 คนนำโดยชายที่มีชื่อ ว่าหลิวจู๋ชวนจื้อและDanนี่หลุยได้ร่วม กันก่อตั้งบริษัทเล็กๆในห้องเช่าแคบๆด้วย เงินทุนตั้งต้นเพียง 200,000 หยวนหรือ ประมาณ 1 ล้านบาทในปัจจุบันบริษัทของพวก

3:06 เขาในตอนนั้นชื่อว่าLegนหรือที่แปลว่า ตำนานนั่นเองนะครับเป้าหมายแรกของLegนไม่ ใช่การสร้างคอมพิวเตอร์แต่เป็นการนำเข้า โทรทัศน์มาขายซึ่งปรากฏว่าธุรกิจนี้มันไป ไม่รอดนะครับพวกเขาขาดทุนอย่างรวดเร็วแต่ แทนที่จะยอมแพนหรือชวนจื้อมองเห็นโอกาส ใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั่นก็ คือตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC แต่ การจะสร้าง PC ขายเองมันก็ไม่ใช่เรื่อง ง่ายนะครับเพราะว่าLegนเองไม่มีทั้งองค์ ความรู้ทางเทคนิคและเงินทุนมหาศาลขนาด นั้นพวกเขาเลยต้องเริ่มจากบทบัตรเล็กๆใน วงการก่อนนะครับLegนเริ่มจากการรับจ้าง เป็นหน่วย QC ให้กับคอมพิวเตอร์แบรนด์ ใหญ่อย่าง IBM และ HP พูดง่ายๆก็คือคอย เช็คว่าคอมพิวเตอร์ที่ผลิตออกมาเนี่ยได้ มาตรฐานหรือเปล่าจุดเปลี่ยนนี้เล็กๆแต่ สำคัญมากนะครับเมื่อพวกเขาพัฒนาแผงวงจร

3:52 พิเศษที่ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ สถาปัตยกรรมของ IBM สามารถประมวลผลภาษา จีนได้ซึ่งมันเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ตลาดในประเทศอย่างมหาศาลและทำให้legน เริ่มมีชื่อเสียงและรายได้เข้ามาหล่อ เลี้ยงบริษัทในตอนนั้นแต่ตัวของหลิว ฉวนจื้อมีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นนะ ครับเขาอยากให้legนสร้างคอมพิวเตอร์ของ ตัวเองให้ได้การจะทำแบบนั้นได้เนี่ยสิ่ง สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของเงินนะครับแต่ คือเรื่องของคนเขาต้องการทีมวิศวกรที่ เก่งที่สุดเท่าที่จะหาได้ในปี 1988 Legน ตัดสินใจทำเรื่องที่มันบ้ามากๆนะครับพวก เขาทุ่มเงินก็สุดท้าย ลงประกาศรับสมัครงานบนหน้าแรกของหนังสือ พิมพ์ China US News ซึ่งเป็นสื่อใหญ่ ของประเทศผลปรากฏว่ามีคนส่งใบสมัครเข้ามา ถึง 500 คนทั้งที่บริษัทมีเงินจ้างได้แค่

4:38 16 ตำแหน่งเพียงเท่านั้นหรือไม่ปล่อยให้ โอกาสนี้หลุดลอยไปนะครับเขาสัมภาษณ์และ คัดเลือกผู้สมัครอย่างเข้มข้นและสุดท้าย ก็ตัดสินใจจ้างคนที่เก่งที่สุดมาถึง 58 คนเกินกว่างบประมาณที่มีไปหลายเท่าตัว1ึ ใน 58 คนนั้นเนี่ยมีชายหนุ่มที่มีชื่อว่า หยางยวนสิสิ่งรวมอยู่ด้วยนะครับซึ่งต่อมา เค้าคนนี้นะครับที่จะได้เป็น CEO ของ Learnovo ในช่วงเวลานั้นเนี่ยบริษัทลำบากมากๆนะ ครับเงินฝืดเคืองถึงขนาดที่หลิวและ พนักงานเนี่ยต้องเดินไปทำงานแทนการขึ้นรถ เมล์เพื่อประหยัดเงินเลยด้วยซ้ำแต่หลิว มองว่ามันคุ้มค่านะครับเพราะเงินทุกวัน ที่เขาใช้ไปคือการลงทุนกับสมองของวิศวกร รวมถึงการวิจัยและพัฒนาไม่ใช่การเอาไปลง กับออฟฟิศหรูหรือการตลาดสวยๆซึ่งนี่คือ DNA ที่ฝังลึกและกลายเป็นความได้เปรียบ

5:26 สูงสุดของ Leo มาจนถึงทุกวันนี้นั่นก็คือ เรื่องของประสิทธิภาพที่มันไร้เทียมทัน เป็นอย่างมากพวกเขาเรียนรู้ที่จะบริหาร จัดการธุรกิจให้มีต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่ จะเป็นไปได้ในอุตสาหกรรม PC ที่สินค้ามัน แทบไม่ต่างกันนะครับใครๆก็ผลิตได้สุดท้าย แล้วสงครามก็จะไปวัดกันที่ราคาและ ประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนหลายคนอาจจะ ไม่รู้นะครับว่าอัตรากำไรสุทธิโดยเฉลี่ย ของบริษัทคอมพิวเตอร์ทั่วโลกอยู่ที่ ประมาณ 3.42% 42% แต่ Learnover ทำ ธุรกิจโดยมีกำไรสุทธิแค่ประมาณ 1.5% เท่า นั้นพูดง่ายๆก็คือขายของ 100 บาทเนี่ยได้ กำไร .50 50 ซังเพียงเท่านั้นนะครับและ นี่คือคำตอบว่าทำไมพวกเขาถึงขายของในราคา ที่คุ้มค่าได้ขนาดนี้เพราะเงินที่เราจ่าย ไปเนี่ยมันถูกเปลี่ยนเป็นค่าชิ้นส่วนและ

6:13 ค่าวิจัยเกือบทั้งหมดไม่ได้สูญเสียไปกับ งบการตลาดมหาศาลเหมือนคู่แข่งอย่างเดลที่ ใช้เงินโฆษณามากกว่า renovo ถึง 10 เท่า ในแต่ละปีซึ่งปรัชญาการตัดลดต้นทุนทุก อย่างที่ไม่จำเป็นนะครับทำให้legนสามารถ เปิดตัวคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้สำเร็จใน ปี 1990 และคอมพิวเตอร์รุ่นเทียน 4 ของ พวกเขาเนี่ยก็ฮิตถล่มทลายในจีนด้วย ฟีเจอร์ง่ายๆนะครับอย่างเช่นการมีปุ่มกด เพื่อต่ออินเทอร์เน็ตแยกออกมาต่างหากซึ่ง โดนใจผู้ใช้งานมือใหม่ในยุคนั้นเป็นอย่าง มากนะครับจนขายได้ล้านเครื่องในปี 2000 เลยทีเดียวและภายในช่วงท้ายของทศวรรษที่ 1990 Legนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ครอง ตลาด PC ในจีนไปถึง 43% พวกเขากลายเป็น ตำนานสมชื่อนะครับแต่เป็นตำนานที่ยังไม่

6:59 มีใครรู้จักนอกแผ่นดินจีน ซึ่งในขณะที่legนกำลังเติบโตในจีนอีกฟาก นึงของโลกที่สหรัฐอเมริกาบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง IBM กำลังสร้างผลิตภัณฑ์ที่จะกลาย เป็นไอคอนในวงการพวกเขาเรียกมันว่า Thinkpad IBM เปิดตัว Thinkpad ครั้ง แรกในปี 1992 เพื่อลงมาแข่งในตลาด คอมพิวเตอร์พกผ่าที่ตอนนั้นเนี่ยมี Toshiba กับ Compact เป็นเจ้าตลาดอยู่ ซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบเนี่ยมาจาก กล่องข้าวเบนตของญี่ปุ่นนะครับนักออกแบบ ที่ชื่อ Richard Sabอต้องการสร้าง คอมพิวเตอร์ที่เรียบง่ายแต่เมื่อเปิดออก มาเนี่ยจะพบกับความประหลาดใจและความ สามารถที่มันอัดแน่นอยู่ข้างในเหมือนกับ การเปิดกล่องเบนโตะที่เต็มไปด้วยอาหาร หลากหลายชนิดดีไซน์สีดำสนิทที่ดูเคร่งขึม และปุ่มแคก point สีแดงสดตรงกลางกลายเป็น

7:46 เอกลักษณ์ที่จดจำได้แทบจะทันทีิแผนอายุ ของ IBM คือสุดยอดคอมพิวเตอร์พกพามันแข็ง แรงทนทานเชื่อถือได้จนได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นโน้ตบุ๊คเพียงรุ่นเดียวที่ผ่านการ รับรองให้ใช้งานบนสถานีโอกาสนานาชาติหรือ ISS ได้ตั้งแต่ปี 1998 จนถึงปัจจุบันแต่ ปัญหาก็คือมันแพงมากนะครับ Pad รุ่นแรก ราคาเริ่มต้นที่ 2,750 ดอลลาร์หรือถ้า เทียบเป็นเงินปัจจุบันก็เกือบ 200,000 บาทเลยทีเดียวนะครับทำให้กลุ่มลูกค้าถูก จำกัดอยู่แค่ในองค์กรขนาดใหญ่ภาครัฐหรือ มหาวิทยาลัยเพียงเท่านั้นคนทั่วไปแทบไม่ มีโอกาสได้สัมผัสเลย IBM พอใจกับ สถานการณ์นี้นะครับเพราะมันเป็นตลาดเฉพาะ กลุ่มที่มีกำไรสูงพวกเขาไม่ต้องลงไปสู้ใน สงสงคำราคาที่ดุเดือดเหมือนตลาด PC ทั่ว

8:32 ไปที่พวกเขาเคยพ่ายแพ้ให้กับและ HP มา แล้วแต่แล้วกาลเวลามันก็เปลี่ยนไปนะครับ พอเข้าสู่ช่วงปี 2000 ตลาดโน้ตบุ๊คหรือ แลปท็อปก็เริ่มเดินตามรอยตลาด PC คือมี การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นตลาด ที่มีกำไรต่ำจนในที่สุด IBM ที่ไม่ถนัด การแข่งขันราคาก็เริ่มรู้สึกว่าธุรกิจนี้ มันไม่น่าสนใจอีกต่อไปนะครับและในปี 2004 IBM ก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ช็อกวงการนั่น ก็คือการประกาศขายธุรกิจิ pad ทั้งหมด ข่าวนี้ไปเข้าหูของหลิวสวนจื้อที่บริษัท Legend นี่คือโอกาสทองที่พวกเขาเฝ้ารอมา โดยตลอดนะครับคือโอกาสที่จะใช้ิ pad เป็น ใบเบิกทางเพื่อจัทะยานออกจากจีนไปสู่เวที โลกLegนในตอนนั้นเนี่ยเป็นหนึ่งในซัพพลer

9:17 รายใหญ่ของ IBM อยู่แล้วตัดสินใจทุ่มเงิน 1,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อกิจการ Pad มาไว้ในมือนี่คือการเดิมพันธ์ครั้ง ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทและ เพื่อประกาศศักดาห์ให้โลกรับรู้นะครับพวก เขาก็ได้รีบนตัวเองจาก Legend สู่ชื่อ ใหม่ที่เรารู้จักกันในวันนี้ก็คือ Lenovo ซึ่งมาจากการผสมคำว่า Legend และ Novo ที่เป็นภาษาลาตินที่แปลว่าใหม่นะครับ สถานการณ์ในตอนนั้นเนี่ย Lenovo มีอาวุธ ที่ดีที่สุดในโลกอยู่ในมือแล้วคำถามต่อไป ก็คือพวกเขาจะทำยังไงกับมันต่อไปนะครับ ต้องบอกว่าแผนการของเลenovoมันเรียบง่าย แต่ทรงพลังมากๆนั่นก็คือการนำปรัชญา ประสิทธิภาพไร้เทียมทานของตัวเองมาผสม ผสานกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของ IBM Thinkpad พวกเขาไม่ได้เข้ามาแล้วเปลี่ยน

10:03 Thinkpad ให้กลายเป็นสินค้าราคาถูกแต่ ยังคงรักษามาตรฐานการผลิตความทนทานและ ฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ทุกอย่างเอาไว้ สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการใช้ความสามารถใน การบริหารจัดการต้นทุนที่มันเหนือชั้น เพื่อทำให้ Pad มีราคาที่คนทั่วไปสามารถ เข้าถึงได้ผลลัพธ์คือ ThinkPad กลายเป็น ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดทันทีลูก ค้าจะได้คอมพิวเตอร์ระดับที่แข็งแกร่งทน ทานซึ่งเคยเคยเป็นของสำหรับนักธุรกิจหรือ องค์กรใหญ่ๆเพียงเท่านั้นนะครับแต่ตอนนี้ เนี่ยมาอยู่ในราคาที่มันจับต้องได้มาก ขึ้นในขณะที่คู่แข่งอย่าง Apple มุ่งหน้า ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่สวยงามแต่เป็น ระบบปิดซ่อมยากอัปเกรดยาก Lenovo กลับยืน หยัดแนวแนวทางตรงกันข้ามนะครับ TPAD ยัง คงเป็น Laptop ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ผู้ใช้สามารถเปิดฝาหลังเพื่อเปลี่ยน RAM

10:50 หรืออัปเกรด SSD ได้ง่ายๆนะครับสิ่งนี้ เนี่ยมันโดนใจกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการ ความยืดหยุ่นและควบคุมอุปกรณ์ของตัวเอง ได้อย่างเต็มที่ Lenovo ยังนำความโปร่งใส แบบตะวันตกมาปรับใช้กับองค์กรพวกเขาเริ่ม รายงานผลประกอบการทุกไตรมาสเหมือนบริษัท ในอเมริกาทั้งที่กฎหมายจีนเนี่ยบังคับให้ ทำแค่ปีละ 2 ครั้งเพื่อสร้างความเชื่อ มั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลกซึ่งความสำเร็จ ของ Pad ทำให้ Lenovo อยากจะลองใช้สูตร เดียวกันนี้นะครับกับตลาดอื่นดูบ้างในปี 2014 พวกเขาซื้อกิจการสมาร์ทโฟน Motorola มาจาก Google ด้วยความหวังว่าจะสร้างความ สำเร็จแบบเดียวกันได้แต่ครั้งนี้ดูเหมือน ว่ามันจะไม่เวิร์คนะครับเพราะว่า Lenover ได้เรียนรู้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนเป็นเรื่อง ของภาพลักษณ์และสถานะมากกว่าการใช้งาน จริงผู้คนไม่ได้เลือกซื้อโทรศัพท์โดยดู

11:36 จากความคุ้มค่าหรือความทนทานเป็นหลักแต่ ดูจากแบรนด์และอารมณ์ความรู้สึกเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นเกมที่ Lenovo ไม่ถนัดเป็นอย่าง ยิ่งอย่างไรก็ตามนะครับพวกเขาไปประสบความ สำเร็จในตลาดที่ดูไม่น่าตื่นเต้นหรือมี ลักษณะที่คล้ายกันนั่นคือตลาด Server ใน ปีเดียวกันนั่นเองนะครับ Leover ก็ได้ กลับไปซื้อธุรกิจ Server ของ IBM มาอีก และในทุกวันนี้เนี่ยพวกพวกเขาเป็นผู้ผลิต Server รายใหญ่อันดับต้นๆของโลกเพราะมัน เป็นตลาดที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือและความคุ้ม ค่ามากกว่าความสวยงามภายนอกซึ่งเป็นเกม ที่ Learnover เชี่ยวชาญทั้งหมดนี้นี่เอง นะครับส่งผลให้ Larn เติบโตจนกลายเป็น บริษัทที่มีรายได้มากกว่า 70,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐต่อปีใหญ่ติดอันดับท็อป บริษัท 200 อันดับแรกของโลกเลยทีเดียวแต่ ด้วยโมเดลธุรกิจที่เน้นทำกำไรน้อยๆทำให้

12:23 กำไรสุธิของพวกเขาทั้งปีเนี่ยไม่ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ซะด้วยซ้ำนะครับซึ่งถ้ามอง เผลอๆเนี่ยอาจจะดูน้อยเมื่อเทียบกับราย ได้มหาศาลแต่ถ้ามองในฐานะผู้บริโภคเราก็ ต้องยอมรับนะครับว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ ดีกับผู้บริโภคอยู่แล้วนะครับเราได้ โน้ตบุ๊คที่โอ้โหทนทานคุ้มค่ามี ประสิทธิภาพสูงเพราะว่าปรัชญาการทำกำไร น้อยนี่เองนะครับที่ทำให้ lenvo สามารถ สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมและคุ้มค่ามา ให้เราได้ใช้กันมันคือบทพิสูจน์นะครับว่า ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยกระแสและ การตลาดยังคงมีที่ยืนสำหรับบริษัทที่ยึด มั่นในแก่นแผ่นแท้ของคุณภาพและการใช้งาน จริงเรื่องราวของ Lenovo Think Pat คือ ตำนานของม้านอกสายตาที่กลายมาเป็นผู้ชนะ มันคือการเดินทางของบริษัทจีนเล็กๆที่ กล้าฝันใหญ่และใช้ความมุ่งมั่นและ

13:09 ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่มันน่า ทึ่งเพื่อสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาบน เวทีโลกและกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นการใช้งานจริงราย สุดท้ายที่ยังคงผงาดอยู่ในสมรภูมิที่ไม่ มีวันสิ้นสุดนี้นั่นเองครับผมสำหรับ เรื่องราวของแบรนด์ ThinkPad ใน EP นี้ผม ก็ต้องขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ สำหรับพcastใน EP นี้ก็ต้องขอขอบคุณข้อ มูลจาก Learnovo New York Time Arc Technical และ Force สำหรับเพื่อนๆที่สน ใจเรื่องราวทางธุรกิจเทคโนโลยีและ วิทยาศาสตร์ใหม่ๆที่มีความน่าสนใจก็ สามารถติดตามมาได้นะครับทางช่อง Gigek Follower Podcast ตอนนี้ก็มีอยู่ใน แพลตฟอร์มหลักๆทั้ง Pod Bean Apple Podcast Google Podcast Spotify YouTube แล้วก็จะมีการอัปโหลดลง แพลตฟอร์ม Blogit ในทุกๆตอนอยู่แล้วด้วย

13:55 นะครับถ้ายังไงก็ฝากกด Follow ฝากกด Subscribe กันด้วยนะครับแล้วก็ยังมีอีก ช่องทางนึงในส่วนของ Line แ@ที่@ทดonล @ H a R A D H O สามารถแอดเข้ามาพูด คุยกันได้นะครับผมก็จะส่งสาระดีๆพcสดีๆ ให้ท่านเป็นประจำอยู่แล้วด้วยนะครับถ้า ยังไงก็ฝากติดตามทางช่องทางต่างๆกันด้วย นะครับสำหรับใน EP นี้เนี่ยผมต้องขอลากัน ไปก่อนนะครับเจอกันใหม่ใน EP หน้านะครับ ผมสวัสดีครับ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries