Limitless สรุปหนังสือ: ปลดล็อกพลังสมอง พัฒนาชีวิตให้ไร้ขีดจำกัด | Jim Kwik

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปหนังสือ "Limitless" โดย Jim Kwik ซึ่งนำเสนอแนวทางการปลดล็อกศักยภาพของสมองและใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัด โดยเน้น 3 องค์ประกอบหลัก: Mindset (วิธีคิด), Motivation (แรงจูงใจ), และ Methods (วิธีการ)

  • Mindset: การปรับเปลี่ยนความเชื่อที่จำกัดตัวเอง
  • Motivation: การสร้างแรงจูงใจจากภายในด้วยการรู้เป้าหมาย, สร้างพลังงาน, และเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ
  • Methods: การใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ที่รวดเร็ว, จดจำแม่นยำ, และคิดอย่างเป็นระบบ

บทนำ

วิดีโอเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามถึงความรู้สึกติดอยู่กับกรอบเดิมๆ ในชีวิต แม้จะรู้ว่ามีศักยภาพมากกว่านี้ก็ตาม โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของ Jim Kwik ผู้เขียนหนังสือ Limitless ที่เคยเป็นเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ แต่สามารถพัฒนาตนเองจนกลายเป็นโค้ชสมองให้กับบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ แต่เป็นการปลดล็อกข้อจำกัดในความคิด เพื่อให้กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า

Mindset: ปลดล็อคกรอบความเชื่อที่จำกัดสมอง

ความจำกัดส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำไม่ได้จริงๆ แต่มาจากสิ่งที่เราคิดว่าทำไม่ได้ การอัปเกรด Mindset คือการเปลี่ยนโปรแกรมพื้นฐานในหัวที่บอกว่า "ฉันไม่เก่งพอ" หรือ "ฉันไม่มีเวลา" ให้เป็นความเชื่อใหม่ๆ ที่สนับสนุนการเติบโต โดยใช้หลัก 3 ขั้นตอน:

  1. สังเกตความคิดจำกัด (Become Aware): จับให้ได้ว่าสมองกำลังพูดอะไรที่จำกัดตัวเอง
  2. ตั้งคำถามกับความเชื่อ (Question the Belief): ถามตัวเองว่าความเชื่อนั้นเป็นจริงหรือไม่ มีหลักฐานอะไรสนับสนุน
  3. แทนที่ด้วยความเชื่อใหม่ (Install New Belief): สร้างประโยคยืนยันตัวเองที่มีพลังและสมองยอมรับได้ เช่น "ฉันกำลังเรียนรู้และพัฒนาอย่างรวดเร็ว"

Mindset ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การคิดบวก แต่อยู่ที่การเชื่อว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงได้ คำพูดที่เราพูดกับตัวเองคือรหัสโปรแกรมที่สมองใช้ในการกำหนดความเป็นจริง

Motivation: จุดพลังให้สมองขับเคลื่อนอย่างไร้ขีดจำกัด

แรงจูงใจไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอให้เกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้น โดยใช้ Motivation Formula ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:

  1. Purpose (รู้ว่าทำไปทำไม): แรงจูงใจที่ยั่งยืนต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน เมื่อรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร จะสามารถรับมือกับอุปสรรคได้
  2. Energy (มีพลังให้ทำได้จริง): การดูแลพลังงานทั้ง 3 มิติ (กาย, อาหาร, จิตใจ) เป็นพื้นฐานของสมองที่มีประสิทธิภาพ
  3. Small Steps (ลงมือทีละก้าวอย่างต่อเนื่อง): การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้จริง จะสร้าง Dopamine Loop ทำให้เกิดความอยากทำต่อไปเรื่อยๆ

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของแรงบันดาลใจ แต่เป็นเรื่องของระบบชีวิตที่ออกแบบให้พาไปข้างหน้า

Methods: วิธีคิดและเทคนิคปลดล็อคสมองให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น จำได้แม่นขึ้น และคิดได้ลึกขึ้น

เมื่อมี Mindset ที่เปิดกว้างและ Motivation ที่ผลักดันให้เดินหน้า ขั้นตอนต่อไปคือการใช้ Methods หรือเครื่องมือที่ทำให้เรียนรู้ได้เร็วกว่าเดิม

  1. The FASTER Method: ระบบการเรียนรู้แบบเร็ว ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน:
    • Forget (ลืม): ลืมความรู้เก่าและอคติ เพื่อเปิดรับข้อมูลใหม่
    • Active (ลงมือทำ): เรียนรู้ผ่านการลงมือทำและทดลอง
    • State (สภาวะอารมณ์): สร้างสภาวะอารมณ์บวกขณะเรียนรู้
    • Teach (สอน): สอนสิ่งที่เรียนรู้ให้คนอื่น
    • Enter (บันทึก): จดบันทึกข้อมูลเข้าระบบ
    • Review (ทบทวน): ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ซ้ำๆ
  2. วิธีจำแบบ Limitless (Remember Anything Faster): ใช้เทคนิคการเชื่อมโยง (Association) เปลี่ยนข้อมูลเป็นภาพและอารมณ์ในหัว
  3. การอ่านเร็ว (Speed Reading): ฝึกมองคำเป็นกลุ่มแทนที่จะอ่านทีละคำ
  4. การจดจำชื่อคน (Memory Technique): ใช้เทคนิค BE SUAVE (Believe, Exercise, Say it, Use it, Ask about it, Visualize it, End)
  5. Focus Training (ฝึกสมาธิแบบคนสมองเร็ว): ใช้เทคนิค Pomodoro Brain Hack (โฟกัส 25 นาที พัก 5 นาที)

การนำทุกอย่างมารวมกัน เปลี่ยนชีวิตให้ไร้ขีดจำกัด

การนำ Mindset, Motivation, และ Methods มารวมกันและลงมือทำจริง คือขั้นตอนสุดท้ายของการใช้ชีวิตแบบไร้ขีดจำกัด

  1. สร้างระบบการเติบโตของตัวเอง: ออกแบบระบบประจำวันที่ทำให้สมองได้เติบโตทุกวัน
  2. ตัดสิ่งที่ลดพลังสมอง: ทำ Brain Detox โดยพิจารณาว่าอะไรในชีวิตกำลังดูดพลังสมองออกไป
  3. สร้างวงจรเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning Loop): เรียนรู้, ลงมือทำ, และสอน
  4. ใช้เทคโนโลยีอย่างฉลาด: ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสมอง ไม่ใช่แทนสมอง
  5. ความรู้ + การลงมือ + ความอดทน = พลังไร้ขีดจำกัด: การพัฒนาทีละนิดทุกวันคือกุญแจของผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ระยะยาว

ชีวิตไร้ขีดจำกัดเริ่มต้นจากความเชื่อว่าเราทำได้ อย่าให้อดีตกำหนดคุณ แต่ให้มันเตรียมคุณสำหรับอนาคต

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:01 คุณเคยรู้สึกไมว่าชีวิตของคุณเหมือนติด อยู่ในกรอบเดิมๆทั้งที่คุณรู้ว่าตัวเองมี ศักยภาพมากกว่านี้แต่กลับถูกจำกัดด้วย ความเชื่อเดิมๆความกลัวและคำพูดที่เคยได้ ยินซ้ำๆว่ามันยากเกินไปหรือนายไม่ฉลาดพอ จิมควิกผู้เขียนหนังสือ Limitless เคย อยู่ในจุดนั้นมาก่อนเขาเป็นเด็กที่สมอง ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เล็กถูกครูเรียกว่า เด็กสมองช้าและใช้เวลาหลายปีพยายามเรียน รู้ในระบบที่ไม่เข้าใจตัวเขาเลยแต่แทนที่ จะยอมแพ้เขาเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่างว่า ถ้าสมองเราเรียนรู้ได้ไม่จำกัดแล้วทำไม เราถึงยังจำกัดตัวเองอยู่จากคำถามนั้นเอง

0:49 เขาใช้เวลาหลายสิบปีศึกษาเรื่องสมองความ จำและกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์จนกลาย เป็นโค้ชสมองให้กับผู้ประกอบการระดับโลก นักแสดงชื่อดังและคนที่ประสบความสำเร็จ มากมายหนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกว่าคุณต้อง เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่แต่มันจะสอน ให้คุณปลดล็อคตัวเองจากข้อจำกัดที่ขวาง อยู่ในหัวไม่ว่าจะเป็นความเชื่อความกลัว หรือวิธีคิดแบบเดิมๆที่ทำให้คุณไม่กล้า ก้าวต่อ จิมแบ่งการเปลี่ยนแปลงออกเป็น 3 ขั้นตอน ใหญ่ 1 mindset ปรับวิธีคิดให้สมองเชื่อ ว่าคุณทำได้ 2 motivation จุดพลังขับ

1:34 เคลื่อนภายในให้แรงพอที่จะลงมือทำ 3 method ใช้เทคนิคและเครื่องมือที่ทำให้ คุณเรียนรู้ได้เร็วขึ้นจำได้แม่นขึ้นและ คิดเป็นระบบมากขึ้นหนังสือ Limitless จึง ไม่ใช่แค่การอ่านเพื่อรู้แต่มันคือคู่มือ ในการอัปเกรดชีวิตเหมือนคุณกำลังอัปเดต ระบบสมองของตัวเองให้เวอร์ชั่นใหม่อยู่ ตลอดเวลาจิมมักพูดว่าอย่ารอให้พร้อมถึง ค่อยเริ่มแต่ให้เริ่มเพื่อที่จะพร้อม เพราะสมองของคุณจะเติบโตทุกครั้งที่คุณ ใช้มันและทุกครั้งที่คุณเผชิญความท้าทาย มันคือการฝึกให้สมองแข็งแรงขึ้นหนังสือ เล่มนี้จะพาคุณเห็นว่าไม่มีใครเกิดมาเก่ง

2:21 แต่ทุกคนฝึกให้เก่งขึ้นได้ไม่มีใครเกิดมา มีสมาธิดีแต่ทุกคนสร้างสมาธิได้และไม่มี ใครเกิดมาฉลาดกว่าคนอื่นเพราะสมองของเรา ทุกคนเรียนรู้ได้ไม่จำกัด เมื่อคุณเข้าใจหลักคิด 3 ส่วนนี้คุณจะ เริ่มมองเห็นสิ่งที่ขวางอยู่ไม่ใช่โลกภาย นอกแต่มันคือกำแพงในหัวที่คุณสร้างขึ้น เองดังนั้นการเดินทางจากนี้คือการค่อยๆ ทำลายกำแพงนั้นทีละนิดและเปิดทางให้สมอง คุณเริ่มทำงานในระดับที่คุณไม่เคยรู้ว่า มีอยู่จริงนี่คือ Limitless ชีวิตที่ไม่ มีขีดจำกัดเราจะเริ่มจากจุดที่เล็กที่สุด ในหัวของคุณแล้วค่อยๆปลดล็อคมันออกไป

3:09 พร้อมกัน พาร์ทที่ 2 Mindset ปลดล็อคกรอบความ เชื่อที่จำกัดสมองจิมควิกเชื่อว่าความ จำกัดส่วนใหญ่ของคนเราไม่ได้มาจากสิ่งที่ เราทำไม่ได้จริงๆแต่มาจากสิ่งที่เราคิด ว่าเราทำไม่ได้ก่อนที่เราจะเริ่มต้นพัฒนา อะไรในชีวิตสิ่งแรกที่ต้องอัปเกรดคือ ซอฟต์แวร์ในหัวเพราะถ้าโปรแกรมพื้นฐานของ คุณยังบอกว่าฉันไม่เก่งพอฉันไม่มีเวลา หรือฉันเรียนรู้ไม่ทันคนอื่นไม่ว่าคุณจะ พยายามมากแค่ไหนระบบในหัวคุณก็จะทำให้คุณ กลับมาที่เดิมเสมอจิมเรียกสิ่งนี้ว่ากรอบ จำกัดทางความคิดหรือ limiting beliefs

3:56 มันคือเสียงเล็กๆที่คอยบอกเราว่าอย่า พยายามเลยเดี๋ยวก็ล้มเหลวอีกหรือเขาเก่ง กว่าเราอยู่แล้วทำไปก็เสียเวลาเสียงแบบ นี้ไม่ได้มาจากความจริงแต่มาจากข้อมูล เก่าที่สมองเคยบันทึกไว้ตอนเราเจ็บปวดผิด หวังหรือถูกตำหนิสมองของเราทำงานเหมือน เครื่องบันทึกเมื่อใดก็ตามที่เราประสบกับ ความล้มเหลวสมองจะจดจำความรู้สึกนั้นไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เราเจ็บอีกแต่ในความ เป็นจริงมันกลับกลายเป็นกำแพงที่ขวางเรา ไม่ให้เติบโตจิมบอกว่ากรอบจำกัดเหล่านี้ ไม่ได้หายไปเองมันต้องถูกแทนที่ด้วยกรอบ ใหม่สิ่งที่เขาใช้เปลี่ยนกรอบความคิดคือ

4:43 หลัก 3 ขั้นตอนง่ายๆที่เขาเรียกว่า unlimit yourself 1 สังเกตความคิดจำกัดหรือ become aware คุณไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่คุณไม่เห็นได้ ดังนั้นขั้นแรกคือต้องเห็นมันก่อนลอง สังเกตว่าทุกครั้งที่คุณจะเริ่มต้นทำสิ่ง ใหม่สมองคุณพูดว่าอะไรมันพูดว่าฉันไม่ พร้อมฉันไม่เก่งพอหรือฉันแก่เกินไปแล้ว ใช่มยเพียงแค่คุณจับได้ว่าเสียงแบบนี้ เกิดขึ้นแปลว่าคุณเริ่มออกจากกรอบแล้ว เพราะตอนนี้คุณไม่ได้เป็นเหยื่อของความ คิดแต่กลายเป็นผู้สังเกตความคิดแทนจิมมัก พูดพูดว่าความตระหนักรู้คือก้าวแรกของการ

5:29 ปลดล็อคสมองเพราะทันทีที่คุณเห็นว่าเสียง ในหัวไม่ใช่ความจริงมันจะเริ่มอ่อนแรงลง 2 ตั้งคำถามกับความเชื่อหรือ question the belief ต่อมาคือการตั้งคำถามกับความ เชื่อที่ขวางเราอยู่ทุกครั้งที่สมองพูด ว่าฉันทำไม่ได้ให้ถามกลับไปว่าจริงเหรอมี หลักฐานอะไรที่บอกว่าฉันทำไม่ได้ส่วนใหญ่ แล้วคุณจะพบว่าคำตอบคือไม่มีมันแค่เป็น การตีความจากประสบการณ์ในอดีตที่เราเผลอ เชื่อว่าเป็นความจริงเท่านั้นจิมใช้วิธี นี้ฝึกตัวเองมาตลอดหลายปีเมื่อเขาเริ่ม เชื่อว่าฉันเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นเขาก็ ถามกลับตัวเองว่าถ้าฉันเรียนรู้ช้าเพราะ

6:15 สมองบาดเจ็บจริงแล้วทำไมบางคนที่บาดเจ็บ หนักกว่ายังกลับมาเก่งได้การตั้งคำถามแบบ นี้คือการเขย่าระบบความคิดที่ฝังอยู่ใน หัวและทุกครั้งที่คุณตั้งคำถามสมองจะ เริ่มสร้างเส้นทางใหม่แทนเส้นทางเดิมนี่ คือหลักการของ Neurasticity สมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการคิดและการ ฝึก 3 แทนที่ด้วยความเชื่อใหม่หรือ install new belief เมื่อคุณเห็นกรอบ เดิมและตั้งคำถามกับมันแล้วขั้นต่อไปคือ การสร้างโปรแกรมใหม่เพราะถ้าคุณไม่ใส่ โปรแกรมใหม่เข้าไปสมองสมองจะกลับไปใช้ของ เก่าเสมอจิมแนะนำให้สร้างประโยคยืนยันตัว เองที่มีพลังจริงแต่ต้องเป็นประโยคที่

7:01 สมองยอมรับได้เช่นแทนที่จะพูดว่าฉันเก่ง ที่สุดในโลกซึ่งสมองอาจปฏิเสธทันทีให้พูด ว่าฉันกำลังเรียนรู้และพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทุกวันหรือทุกวันฉันเข้าใจสิ่งต่างๆได้ มากขึ้นเรื่อยๆนี่คือการปรับโปรแกรมให้ สมองเริ่มเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ใหม่ เมื่อคุณพูดซ้ำๆสมองจะเริ่มสร้างเส้นทาง ใหม่และค่อยๆลบเส้นทางเก่าที่เต็มไปด้วย ความกลัวออกไปจิมยังพูดถึงสิ่งนึงที่ สำคัญมากคือmindsตที่แท้จริงไม่ได้อยู่ ที่การคิดบวกแต่มันอยู่ที่การเชื่อว่า เปลี่ยนได้เพราะต่อให้คุณคิดบวกแค่ไหนแต่ ถ้ายังเชื่อว่าตัวเองเปลี่ยนไม่ได้สุด

7:47 ท้ายคุณก็จะอยู่ที่เดิมสิ่งที่ทำให้คน ประสบความสำเร็จแตกต่างจากคนทั่วไปไม่ใช่ เพราะเขาไม่กลัวแต่เพราะเขาเชื่อว่าความ สามารถไม่ใช่สิ่งไตตัวแต่คือกล้ามเนื้อ ที่ฝึกได้และทุกครั้งที่คุณลงมือทำสิ่ง ใหม่ต่อให้ผิดพลาดสมองคุณก็จะโตขึ้นจิม เคยพูดไว้อย่างน่าจดจำว่า The most powerful words in the universe are the ones you say to yourself คำ พูดที่ทรงพลังที่สุดในโลกคือคำพูดที่คุณ พูดกับตัวเองเพราะมันกลายเป็นรหัสโปรแกรม ที่สมงใช้ในการกำหนดความเป็นจริงของคุณ ดังนั้นถ้าคุณอยากเริ่มชีวิตแบบไร้ขีด จำกัดสิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่เรียนรู้ ทักษะใหม่แต่คือการพูดกับตัวเองแบบใหม่

8:36 พูดเหมือนคนที่กำลังจะเติบโตพูดเหมือนคน ที่พร้อมจะเรียนรู้พูดเหมือนคนที่ยังไม่ ถึงที่สุดแต่กำลังไปถึงนี่แหละคือจุด เริ่มต้นของ mindset แบบ Limitless เมื่อ คุณเริ่มเชื่อว่าตัวเองไม่มีขิจจำกัดสมอง จะเริ่มทำงานเพื่อพิสูจน์ว่ามันจริง พารทที่ 3 Motivation จุดพลังให้สมองขับ เคลื่อนอย่างไร้ขีดจำกัดหลายคนเข้าใจผิด ว่าแรงจูงใจคือสิ่งที่เราต้องรอให้เกิด ขึ้นแต่จิมควิกบอกว่านั่นคือความเข้าใจ ผิดที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ไปไหนสักทีเพราะ ความจริงคือแรงจูงใจไม่ใช่ของที่รอได้มัน เป็นของที่ต้องสร้างและแรงจูงใจที่แท้

9:22 จริงไม่ได้มาจากแรงบันดาลใจชั่วคราวแต่มา จากระบบภายในที่คุณออกแบบให้มันทำงานเอง ได้จิมเรียกระบบนี้ว่า Motivation Formula สูตรพลังใจที่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ Purpose รู้ว่าทำไปทำไม Energy มีพลัง ให้ทำได้จริงและ Small Steps ลงมือทีละ ก้าวอย่างต่อเนื่องถ้าแรงจูงใจของคุณเคย หมดกลางทางนั่นไม่ใช่เพราะคุณขี้เกียจแต่ มักเป็นเพราะคุณขาดอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 สิ่งนี้ 1 Purpress รู้ว่าทำไปทำไมแรงจงใจที่ ยั่งยืนต้องเริ่มจากเหตุผลเพราะถ้าคุณไม่ รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรคุณจะหมดแรงทันทีที่

10:08 เจออุปสรรคจิมเคยพูดว่า When you know your while you can survive anyhow เมื่อคุณรู้ว่าทำไมคุณจะรับมือกับอะไรก็ ได้ลองคิดถึงช่วงที่คุณเคยทำบางสิ่งได้ อย่างต่อเนื่องอาจเป็นการออกกำลังกายการ อ่านหนังสือหรือการทำโปรเจคอะไรสักอย่าง คุณจะพบว่าช่วงนั้นไม่ได้มีแค่แรงบันดาล ใจแต่คุณรู้ว่าทำไปเพื่ออะไรอาจเพื่อ สุขภาพเพื่อครอบครัวหรือเพื่อเป้าหมายที่ มีความหมายจิมแนะนำให้เขียนเหตุผลของคุณ ออกมาให้ชัดเพราะเมื่อมันอยู่บนกระดาษ สมองจะมองเห็นภาพและยึดโยงได้ง่ายขึ้น เช่นฉันอยากพัฒนาสมองเพราะอยากให้พ่อแม่

10:53 ภูมิใจฉันอยากเรียนรู้เร็วขึ้นเพราะฉัน อยากใช้เวลาที่เหลือในชีวิตทำสิ่งที่รัก ฉันอยากมีวินัยเพราะอยากเป็นตัวอย่างให้ คนอื่นเห็นว่ามันเป็นไปได้เหตุผลที่แท้ จริงจะสร้างพลังมากกว่าคำสั่งใดและมันจะ กลายเป็นไฟที่ไม่ดับแม้วันที่คุณเหนื่อย 2 energy ถ้าไม่มีพลังสมงจะไม่ขยับ แรงจูงใจที่ไม่มีพลังก็เหมือนรถที่ไม่มี น้ำมันต่อให้มีเป้าหมายชัดแค่ไหนถ้าร่าง กายและสมองหมดพลังคุณก็ไปต่อไม่ได้จิม จริงๆนั้นว่าการดูแลพลังงานคือพื้นฐานของ สมองที่มีประสิทธิภาพและเขาให้ความสำคัญ กับพลังใน 3 มิติคือ 1 พลังกาย Physical

11:40 Energy นอนให้เพียงพอดื่มน้ำให้พอออกกำลังกายเบา ๆสม่ำเสมอเพราะสมองใช้พลังงานจากออกซิเจน และน้ำเกือบทั้งหมดของร่างกายสมองที่ขาด พลังจะคิดช้าจำยากและหมดแรงง่าย 2 พลังอาหาร Nutritional Energy จิมแนะนำอาหารที่ช่วยบำรุงสมองเช่น AVโวคาโดBluบryWarนั Dark ช็อกโกแลตน้ำ มันมะกอกสิ่งเหล่านี้ช่วยให้สมองปล่อยสาร เคมีที่เกี่ยวข้องกับการจดจำและความสุข ได้ดีขึ้น 3 พลังจิตใจ Mental Energy นี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้ามการคิดมากการ วิตกกังวลหรือการเสพสื่อที่ลบมากเกินไป

12:28 ล้วนเป็นการรั่วพลังสมองโดยไม่รู้ตัวจิม จึงเสนอให้เริ่มต้นวันด้วยการปกป้องพลัง สมองเช่นตื่นมาแล้วอย่าเปิดมือถือทันที ให้เวลา 10-15 นาทีอยู่กับความสงบและตั้ง ใจหายใจลึกๆเพื่อเติมออกซิเจนให้สมองและ ยังใช้เวลานี้เขียนสิ่งที่คุณขอบคุณอย่าง น้อย 3 ข้อพลังที่คุณสร้างตอนเช้าคือสิ่ง ที่กำหนดทั้งวันสมองของคุณจะไม่พร้อม เรียนรู้ถ้ามันกำลังวุ่นวายกับความกังวล 3 Small Steps ก้าวเล็กๆที่เปลี่ยนทุก อย่างแม้คุณจะมีเป้าหมายใหญ่มีเหตุผลชัด และพลังเต็มเปี่ยมแต่ถ้าไม่มีการเริ่มต้น เล็กๆทุกอย่างก็จะค้างอยู่แค่ในหัวจิมสอน

13:15 สิสิ่งหนึ่งที่ทรงพลังมากเขาเรียกว่า Tiny Action Create Massive Resolved การกระทำเล็กๆทุกวันสร้างผลลัพธ์มหาศาล ได้จริงเพราะสมองของเรามีระบบที่ชื่อว่า Damine loop ทุกครั้งที่คุณทำอะไร สำเร็จสมองจะหลั่งดอปามีนออกมาซึ่งเป็น สารเคมีแห่งความสุขสิ่งนี้จะทำให้คุณอยาก ทำต่อไปเรื่อยๆดังนั้นแทนที่จะบังคับตัว เองทำสิ่งใหญ่ในวันเดียวให้เริ่มจากสิ่ง เล็กที่ทำได้จริงเช่นอ่านหนังสือวันละ 5 หน้าเขียนบันทึกวันละ 5 นาทีเดินออกกำลัง กายวันละ 10 นาทีเมื่อสมองเห็นว่าคุณทำ สำเร็จมันจะปล่อยรางวัลให้และคุณจะเริ่ม

14:01 สร้างโมเมนตัมแบบต่อเนื่องจิมเรียกระบบ นี้ว่า Win the day ชนะวันละนิดแล้ววัน หนึ่งคุณจะชนะชีวิตทั้งวัน แรงจูงใจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องไปหามันคือ สิ่งที่คุณต้องปลุกขึ้นมาและเมื่อคุณเข้า ใจสูตรของมัน purpose คือทิศทาง Energy คือเชื้อเพลิง Small Steps คือเครื่อง ยนต์ทั้ง 3 อย่างนี้รวมกันคือพลังขับ เคลื่อนชีวิตแบบ Limitless จิมมักพูดว่าคุณไม่ต้องใช้พลังใจในการ เริ่มทุกครั้งถ้าคุณออกแบบระบบที่สร้าง พลังให้ตัวเองได้เพราะท้ายที่สุดการ เปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของแรง บันดาลใจแต่มันคือเรื่องของระบบชีวิตที่ คุณออกแบบให้พาคุณไปข้างหน้าไม่ว่าจะมี

14:47 แรงหรือไม่ก็ตามนี่คือพลังของ motivation ที่แท้จริงพลังที่ไม่ต้องรอพลังที่สร้าง ได้ทุกวันและเมื่อคุณมีมันสมองของคุณจะ เริ่มทำงานในระดับที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน Part 4 Methods วิธีคิดและเทคนิคปลด ล็อคสมองให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้นจำได้แม่น ขึ้นและคิดได้ลึกขึ้นเมื่อคุณมีmindsตที่ เปิดกว้างบ้างและมี motivation ที่ผลัก คุณให้เดินหน้าขั้นตอนต่อไปคือ Methods เครื่องมือจริงที่ทำให้คุณเรียนรู้เร็ว กว่าเดิมหลายเท่าจิ้ม Quick เชื่อว่าคน เราไม่ได้จำไม่เก่งแต่แค่ไม่รู้วิธีจำไม่ ได้เรียนรู้ช้าแต่แค่เรียนรู้ผิดวิธีเขา มักพูดว่า It's not how smart you

15:34 are it's how you are smart ไม่ใช่ คุณฉลาดแค่ไหนแต่คุณใช้ความฉลาดของคุณ อย่างไรต่างหากและนี่คือเทคนิคสำคัญที่ เขาแบ่งไว้ในหนังสือเครื่องมือจริงที่ทุก คนสามารถฝึกได้ 1 The Faster Method ระบบการเรียนรู้แบบเร็วของจิม Quick จิม ออกแบบระบบการเรียนรู้ที่เขาใช้ฝึกนัก เรียนทั่วโลกชื่อว่า Faster คำนี้ไม่ใช่ แค่สัญลักษณ์ของความเร็วแต่เป็นตัวย่อของ 6 ขั้นตอนที่ทำให้การเรียนรู้มี ประสิทธิภาพสูงสุด FGET ลืมก่อนเพื่อเรียนรู้ใหม่คนส่วนใหญ่เรียน รู้ช้าเพราะพยายามใส่สิ่งใหม่ลงในหัวที่ เต็มไปด้วยของเก่าจิมบอกว่าถ้าคุณอยาก เรียนรู้สิ่งใหม่ต้องเริ่มจากการลืมก่อน

16:21 ลืมว่าคุณรู้ทุกอย่างแล้วลืมว่ามันยากลืม ความล้มเหลียวในอดีตและเปิดพื้นที่ให้ สมองรับข้อมูลใหม่อย่างเป็นกลาง AT ลงมือ ทำทันทีสมองเรียนรู้ดีที่สุดเมื่อได้ใช้ ไม่ใช่เมื่อได้ฟังเพราะสมองถูกออกแบบมา เพื่อเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวและ ประสบการณ์ดังนั้นทุกครั้งที่เรียนรู้ อะไรใหม่อย่านั่งเฉยๆให้คุณลองทำดูทดลอง หรืออธิบายสิ่งนั้นให้คนอื่นฟังทันทีจิม เรียกว่า Active Learning การเรียนรู้ เชิงรุกที่สมองจดจำได้ยาวกว่า STE สภาวะอารมณ์คุณจำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ อารมณ์ได้ดีกว่าเสมอลองนึกถึงช่วงเวลาที่

17:06 คุณหัวเราะหรือร้องไห้หนักๆคุณมักจำ ละเอียดได้แม่นใช่มั้ยนั่นเพราะอารมณ์คือ กาวที่เชื่อมข้อมูลกับความทรงจำดังนั้น ทุกครั้งที่เรียนรู้ให้สร้างสภาวะบวกกับ มันเช่นฟังเพลงที่ชอบหัวเราะเบาๆหรือคิด ถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีการเรียนรู้จะฝัง แน่นขึ้นทันที Tach สอนสิ่งที่เรียนรู้จิมเชื่อว่าการสอนคือ การเรียนรู้ขั้นสูงสุดเพราะเมื่อคุณต้อง อธิบายให้คนอื่นเข้าใจสมองจะต้องจัด ระเบียบความรู้ใหม่ทั้งหมดสิ่งที่คุณสอน จะกลายเป็นของคุณไปตลอดเขาจึงแนะนำว่า เรียนรู้เหมือนจะต้องสอนคนอื่นในวันพรุ่ง นี้ E enter บันทึกข้อมูลเข้าระบบไม่

17:54 เชื่อว่าสมองจะจำทุกอย่างได้ให้คุณจด บันทึกหรือสร้างระบบรวบรวมข้อมูลที่เข้า ถึงง่ายจิมเองใช้สมุดจดแบบแบ่งหัวข้อเช่น ไอเดียหนังสือคำพูดและบทเรียนชีวิตการมี ระบบแบบนี้ทำให้สมองเบาและพร้อมรับสิ่ง ใหม่เสมอ Riew ทบทวนซ้ำสิ่งที่คุณไม่ทบทวนจะหายไปใน 48 ชมงสมองต้องการการกระทุ้นซ้ำเพื่อย้ายข้อ มูลจากความจำระยะสั้นไปสู่ความจำระยะยาว จิมแนะนำให้ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ใน 1 วัน 1 สัปดาห์ 1 เดือนและทุก 3 เดือนเพียง เท่านี้ข้อมูลจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ โดยอัตโนมัตินี่คือระบบ Faster

18:41 ที่จะเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของคุณไปตลอด ชีวิต 2 วิธีจำแบบ Limitless Remember anything faster จิมมักถูกเชิญไปสอนนักแสดงฮอลลีวูดและนัก ธุรกิจชั้นนำในเรื่องการจำข้อมูลจำนวนมาก แต่สิ่งที่เขาสอนกลับง่ายกว่าที่คิดเขา บอกว่าการจำได้เร็วไม่ใช่เพราะมีสมอง พิเศษแต่เพราะใช้เทคนิของการเชื่อมโยง หรือ association ทุกความจำของเราถูกเก็บไว้ในรูปของภาพและ อารมณ์ดังนั้นถ้าคุณอยากจำอะไรให้ได้ต้อง เปลี่ยนข้อมูลนั้นเป็นภาพในหัวตัวอย่าง

19:27 เช่นถ้าคุณต้องจำคำว่าช้างคุณไม่ต้องนึก ถึงตัวอักษรชา งสมองจะจำได้ง่ายกว่าถ้าคุณนึกถึงภาพช้าง ตัวใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้าหรือถ้าคุณต้องจำ ชื่อคนที่ชื่อโรสก็ให้นึกถึงกุหลาบสีแดง อยู่บนหัวของเขายิ่งภาพชัดอารมณ์แรงการจำ ยิ่งแน่นจิมใช้หลักนี้สร้างเทคนิคชื่อว่า Chin Linking คือการสร้างเรื่องราวที่ เชื่อมภาพเข้าด้วยกันเช่นถ้าคุณต้องจำของ 10 อย่างให้เชื่อมมันเข้ากับเหตุการณ์ ตลกหรือแปลกแปลกประหลาดในหัวสมองจะจดจำ ลำดับได้อย่างอัตโนมัติเพราะมันชอบความ

20:15 แปลกใหม่และนี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า remember anything faster คุณไม่ได้จำ ด้วยความพยายามแต่จำด้วยความสร้างสรรค์ 3 การอ่านเร็ว Speed Reading จิม Quick เคยอ่านหนังสือไม่จบเล่มเลยตอน เด็กเพราะอ่านช้ามากแต่หลังจากค้นคว้าเขา พบว่าความช้าส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสมองแต่ มาจากนิสัยอ่านผิดวิธี คนส่วนใหญ่จะอ่านทีละคำและใช้ปากหรือ เสียงในหัวอ่านตามไปด้วยเรียกว่าศัพท์ vocalization สิ่งนี้ทำให้คุณอ่านช้ากว่าความสามารถ

21:00 จริงของสมองสมองมนุษย์สามารถประมวลผลภาพ ได้มากกว่าคำถึง 1000 เท่าดังนั้นถ้าคุณ ฝึกมองคำเป็นกลุ่มแทนที่จะอ่านทีละคำคุณ จะอ่านเร็วขึ้น 2-3 เท่าโดยไม่ลดความเข้า ใจเลยจิมแนะนำให้ใช้ปลายนิ้วชี้ลากใต้ บรรทัดเวลาคุณอ่านวิธีนี้ช่วยให้สายตา เคลื่อนเป็นจังหวะและป้องกันสมองจากการ ย้อนกลับไปอ่านซ้ำโดยไม่จำเป็นด้วยเขา เรียกสิ่งนี้ว่าเทคนิคหลังจากฝึกไปไม่กี่ กี่สัปดาห์เขาอ่านได้ริวขึ้นกว่า 3 เ่า และเข้าใจลึกกว่าเดิมเพราะการอ่านเร็วไม่ ได้หมายถึงการเร่งแต่หมายถึงการโฟกัสเต็ม

21:47 ที่กับสิ่งที่อ่าน 4. การจดจำชื่อคน memory technique จิมบอกว่าการจำชื่อคนได้คือทักษะที่ทรง พลังที่สุดในความสัมพันธ์เพราะชื่อของคน คือเสียงที่เขาชอบที่สุดในโลก เขาสอนเทคนิคง่ายๆ 4 ขั้นตอนชื่อว่า be sw believe belief เชื่อว่าคุณจำชื่อได้ ไม่ใช่คิดว่าคุณเป็นคนจำชื่อไม่เก่งเพราะ สิ่งที่คุณเชื่อจะเป็นสิ่งที่สมองพยายาม พิสูจน์ E exercise ฝึกใช้ชื่อคนนั้นทันทีเช่น ทักว่ายินดีที่ได้รู้จักครับคุณต้นการพูด

22:36 ชื่อซ้ำๆจะทำให้สมองเข้ารหัสข้อมูลได้ แน่นขึ้น Say it พูดชื่อเขาซ้ำในใจหรือ ออกเสียงตอนสนทนา You use it ใช้ชื่อคนนั้นในบทสนทนา เช่นคุณต้นคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ Ask about it ถามความหมายของชื่อหรือ เรื่องราวเบื้องหลังชื่อเมื่อคุณเชื่อม ชื่อกับเรื่องราวสมองจะจำได้ทันที Visualize it สร้างภาพในหัวเช่นถ้าชื่อ นกก็ให้นึกถึงนกตัวใหญ่โบยบินอยู่ข้าง หน้าเธอ E and ก่อนจบบทสนทนาให้พูดชื่อเขาอีกครั้งเช่น

23:24 ไว้เจอกันใหม่นะครับคุณต้นเพียงเท่านี้ สมองจะจำชื่อคนได้อย่างเป็นธรรมชาติและ คุณจะสร้างความประทับใจในทุกการพบเจอ 5 โocus training ฝึกสมาธิแบบคนสมองเร็ว จิ้มบอกว่าสมองยุคใหม่ถูกแย่งความสนใจ ตลอดเวลาโทรศัพท์ศัพท์การแจ้งเตือนและ สื่อออนไลน์ทำให้เราอยู่ในสถานะที่เขา เรียกว่า Digital Deluge น้ำท่วมข้อมูล ทางแก้คือการฝึกโฟกัสให้เหมือนกล้ามเนื้อ เขาแนะนำเทคนิคชื่อว่า Pomodoro Brain Hack ให้คุณตั้งเวลา 25 นาทีโฟกัสกับงาน

24:12 เดียวเต็มที่แล้วพัก 5 นาทีระหว่างพัก ห้ามแตะโทรศัพท์แต่ให้ยืดตัวหรือเดินเล่น ทำแบบนี้ 4 รอบแล้วพักยาว 30 นาทีเทคนิค นี้ทำให้สมองจดจำจังหวะการโฟกัสและพัก อย่างมีระบบเมื่อฝึกบ่อยๆสมาธิจะยาวขึ้น โดยไม่ต้องพยายาม จิมสรุปว่า Focus is not something you have something you do สมาธิไม่ ใช่สิ่งที่คุณมีติดตัวแต่มันคือสิ่งที่ คุณฝึกทำได้และเมื่อคุณรวม mindset ที่ ถูกต้อง motivation ที่ขับเคลื่อนกับ method ที่แม่นยำคุณจะเข้าสู่สภาวะที่

24:57 เขาเรียกว่า Limitless stage สมองที่ เรียนรู้ได้เร็วจำได้ลึกและคิดได้กว้าง กว่าที่คุณเคยเชื่อว่าเป็นไปได้ พารท 5 การนำทุกอย่างมารวมกันเปลี่ยน ชีวิตให้ไร้ขีดจำกัด เมื่อเราเข้าใจ 3 แกนหลักของชีวิตไร้ขีด จำกัด Mindset Motivation และ Methods จิมควิกบอกว่าถึงเวลาที่เราต้องนำทุก อย่างมารวมเข้าด้วยกันหลายคนอ่านหนังสือ พัฒนาตนเองนับ 10 เล่มแต่ชีวิตไม่เปลี่ยน เพราะขาดการเชื่อมโยงระหว่างความรู้กับ การลงมือเขาบอกว่า knowledge is not power applied knowledge is power

25:44 ความรู้ไม่ใช่พลังถ้ามันไม่ได้ถูกนำไปใช้ ดังนั้นขั้นตอนสุดท้ายคือการลงมือใช้สมอง แบบไร้ขีดจำกัดในชีวิตจริง 1 เริ่มจากการสร้างระบบการเติบโตของตัว เองจิมไม่เชื่อในคำว่าพลังใจเพียวๆเพราะ พลังใจจะหมดเมื่อเหนื่อยแต่เขาเชื่อใน ระบบที่ช่วยคุณเดินต่อได้แม้ไม่มีแรงเขา แนะนำให้ทุกคนออกแบบระบบประจำวันที่ทำให้ สมองได้เติบโตทุกวันเช่นตื่นเช้าโดยไม่ แตะมือถือ 1 ช่โมงแรกเพราะช่วงเวลาหลัง ตื่นคือช่วงที่สมองอยู่ในคลื่น Alpha Brain Wave ซึ่งเปิดรับข้อมูลใหม่ได้ ง่ายที่สุดถ้าคุณเริ่มวันด้วยการเสพข่าว

26:31 หรือโซเชียลสมองจะอยู่ในโหมดรับความ เครียดทั้งวัน 2 ดื่มน้ำ 1 แก้วใหญ่ทันทีหลังตื่นนอน เพราะสมองของคุณขาดน้ำมากที่สุดหลังตื่น นอนการเติมน้ำจะช่วยให้ระบบประสาทกลับมา ทำงานเต็มที่ 3 ออกกำลังกายเบาๆอย่างน้อย 20 นาทีจิม เรียกว่า train the blin by moving the body เพราะการขยับร่างกายช่วย กระตุ้นฮอร์โมน BDNF Blain Delive Neurotropic Factor ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญของเซลล์สมอง 4 อ่านหนังสือวันละ 10 หน้าไม่ใช่เพราะ จำนวนหน้าแต่เพราะจังหวะของการเรียนรู้

27:16 การได้เรียนรู้วลิตจะช่วยให้สมองอยู่ใน สภาวะเติบโตต่อเนื่อง 5. เขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน จิมเรียกว่า Reflex and Record เพราะ สมองจดจำได้ลึกขึ้นเมื่อคุณสรุปด้วยคำของ ตัวเอง เมื่อคุณทำสิ่งเหล่านี้ต่อเนื่องสมองจะ เริ่มรีเซตตัวเองคุณจะเริ่มโฟกัสได้มาก ขึ้นเหนื่อยน้อยลงและเรียนรู้ได้เร็วขึ้น 2 ตัดสิ่งที่ลดพลังสมองการพัฒนาสมองไม่ ได้หมายถึงการใส่อะไรเพิ่มเสมอไปบางครั้ง การลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปต่างหากคือ สิ่งที่ปลดล็อคพลังได้จริงจิมแนะนำให้คุณ ทำเบนดีท็อกซ์อย่างน้อยเดือนละครั้งโดย

28:04 พิจารณาว่าอะไรในชีวิตกำลังดูดพลังสมอง ออกไป 1 สื่อที่มีพลังลบข่าวที่ทำให้คุณกลัว เครียดหรือโกรธ 2 คนที่พูดแต่ปัญหาไม่เคย พูดทางออก 3 สิ่งแวดล้อมที่รบรบกวนสมาธิเช่น โทรศัพท์ที่แจ้งเตือนทุก 2 นาที ทุกสิ่งที่คุณเสพคืออาหารของสมองถ้าคุณ กินแต่สิ่งที่เป็นพิษคุณก็ไม่อาจคาดหวัง ให้สมองทำงานได้ดี ลองตั้งกฎง่ายๆกับตัวเองเช่น เสพสิ่งที่ไม่ทำให้ฉันดีขึ้นคุณจะรู้สึก ได้ทันทีว่าสมองเริ่มโล่งมีพื้นที่ให้ ความคิดใหม่ๆเข้ามาแทน

28:50 3 สร้างวงจรเรียนรู้ตลอดตลอดชีวิต Life Long Learning Loop จิมเชื่อว่าคนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ยุคนี้ไม่ใช่คนที่รู้มากที่สุดแต่คือคน ที่เรียนรู้ได้ไวที่สุดเขาแบ่งวงจรนี้ เป็น 3 ขั้นตอนที่ทำซ้ำได้เสมอ 1 เลน เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวันไม่ว่าจะเล็กแค่ ไหนก็ตาม 2 apply ลงมือใช้สิ่งที่เรียนรู้ทันที แม้แม้ยังไม่สมบูรณ์ 3 Teach ถ่ายทอดสิ่งที่เรียนให้คนอื่น เพราะการสอนคือการเรียนรอบ 2 จิมบอกว่า If you want to learn something teach

29:35 it เพราะเมื่อคุณต้องอธิบายให้คนอื่น เข้าใจคุณจะต้องเข้าใจมันจริงๆก่อน นี่คือวงจรที่ไม่มีวันจบเพราะทุกครั้งที่ คุณสอนสมองคุณจะเรียนรู้สิ่งใหม่เพิ่ม ขึ้นอีกด้วย 4. เทคโนโลยีอย่างฉลาดจิมควิกไม่ได้ต่อ ต้านเทคโนโลยีแต่เตือนว่าอย่าให้ เทคโนโลยีคิดแทนคุณเขาเรียกปรากฏการณ์นี้ ว่า Digital Demenia ภาวะสมองเสื่อมจาก การพึ่งพาอุปกรณ์มากเกินไปเช่นใช้ GPS จน จำเส้นทางไม่ได้ใช้โทรศัพท์เก็บเบอร์จนจำ ชื่อเพื่อนไม่ได้ทางแก้คือใช้เทคโนโลยี เพื่อเสริมสมองไม่ใช่แทนสมอง

30:23 เช่นใช้แอปบันทึกเพื่อช่วยเตือนแต่ใช้ สมองจัดลำดับความสำคัญเองใช้ Google เพื่อค้นหาแต่ใช้เวลาคิดเชื่อมโยงด้วยตัว เองหลังจากนั้น ใช้โซเชียลเพื่อสร้างคุณค่าไม่ใช่หนีความ จริง เมื่อคุณใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติสมองจะ กลายเป็นผู้ควบคุมไม่ใช่ผู้ถูกควบคุม 5 ความรู้บวกการลงมือบวกความอดทน เท่ากับพลังไร้ขีดจำกัดสุดท้ายจิมย้ำว่า Small daily improvements are the key to stackering longterm results การพัฒนาทีละนิดทุกวันคือกุญแจของผลลัพธ์ ที่ยิ่งใหญ่ระยะยาวสมองของคุณไม่ต้องการ

31:09 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แต่มันต้องการ ความต่อเนื่องเหมือนน้ำหยดที่ค่อยๆเจาะ หินสิ่งที่แยกคนธรรมดากับคนที่ประสบความ สำเร็จไม่ใช่ความฉลาดแต่คือความสม่ำเสมอ ในการใช้สมองอย่างมีระบบทุกครั้งที่คุณ อ่านหนังสือฟังพcสหรือฝึกสมาธิคุณกำลัง เพิ่มวงจรไฟฟ้าใหม่ในสมองและทุกครั้งที่ คุณลงมือทำแม้เพียงเล็กน้อยคุณกำลังขยาย ขอบเขตของตัวเองออกไปอีกนิด 6 ปิดท้ายชีวิตไร้ขีดจำกัดเริ่มจากความ เชื่อว่าเราทำได้ จิมบอกว่าสมองของมนุษย์มีศักยภาพไม่จำกัด จริงๆแต่สิ่งที่จำกัดเรามีเพียงความคิด

31:56 ที่บอกว่าเราทำไม่ได้ เขาอยากให้ทุกคนจำประโยคนี้ไว้ Don't let your past define you let it prepare you อย่าให้อดีตกำหนดคุณแต่ให้ มันเตรียมคุณสำหรับอนาคต คุณอาจเคยล้มเหลวเคยถูกมองข้ามหรือถูกบอก ว่าคุณไม่เก่นพอแต่ทุกอย่างนั้นไม่ใช่คำ ตัดสินมันคือการฝึกวันนี้สมองของคุณยังคง พร้อมที่จะเรียนรู้ได้เสมอคุณยังสามารถ เริ่มต้นใหม่ได้ในทุกช่วงอายุคุณยัง สามารถเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าของตัวเอง ได้ทุกวันและนั่นคือความไม่มีขีดจำกัดที่ แท้จริงไม่ใช่การมีพลังพิเศษเหนือใครแต่ คือการเข้าใจศักยภาพของตัวเองอย่างถ่อง

32:43 แท้และเลือกใช้มันอย่างมีสติ หนังสือ Limitless ของจิม Quick ไม่ไม่ ได้สอนให้คุณเป็นอัจฉริยัตในชั่วข้ามคืน แต่มันสอนให้คุณรู้ว่าคุณมีเครื่องมือของ อัจฉริยะอยู่แล้วในตัวแค่ต้องเรียนรู้ วิธีเปิดมันออกมาเมื่อคุณปรับไมค์เสร็จ ให้เชื่อว่าทุกอย่างฝึกได้จุด motivation ให้แรงพอที่จะลงมือและใช้ method ที่ถูก ต้องในการเรียนรู้คุณจะเป็นเวอร์ชั่นที่ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวันเพราะสุดท้าย ชีวิตและไรขีดจำกัดไม่ได้อยู่ที่สมองของ คุณเก่งแค่ไหนแต่มันอยู่ที่คุณเลือกใช้ สมองอย่างไรต่างหากนี่คือแก่นของหนังสือ Limitless และคือจุดเริ่มต้นของการใช้

33:30 ชีวิตแบบไร้ขีดจำกัดในแบบของคุณเก่ง

Share

YouTube Video Summaries