พุทธวจน | ไม่เพ่งโทษผู้อื่น | พระอาจารย์คึกฤทธิ์ #ธรรมะ #พุทธวจน

Chawarin www.youtube.com

สรุปสั้นๆ

วิดีโอนี้พูดถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนโลกใบนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอดทน การให้อภัย การเห็นโทษของตัวเอง และการรู้จักพอ

  • การอดทนเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
  • การรู้จักพอเป็นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงความทุกข์

การอดทนและการให้อภัย

วิดีโอนี้เริ่มต้นด้วยการพูดถึงความสำคัญของการอดทนในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ การอดทนเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้อภัย การขอโทษ และการขอบคุณ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดอัตราความขัดแย้งในชีวิต

การเห็นโทษของตัวเอง

วิดีโอนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเห็นโทษของตัวเอง การเห็นโทษของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาตนเองและแก้ไขข้อผิดพลาด การเห็นโทษของตัวเองจะช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น

การรู้จักพอ

วิดีโอนี้พูดถึงความสำคัญของการรู้จักพอ การรู้จักพอเป็นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงความทุกข์ ความอยากไม่มีวันอิ่ม การรู้จักพอจะช่วยให้เรามีความสุขและเบาใจ

การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

วิดีโอนี้พูดถึงการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง การใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเป็นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงความทุกข์ การใช้ชีวิตอย่างพอเพียงหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและไม่ฟุ่มเฟือย

การรักษาใจ

วิดีโอนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาใจ การรักษาใจเป็นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงความทุกข์ การรักษาใจหมายถึงการไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การปล่อยวางความยินดีและความยินร้าย

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the App Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 การอยู่บนโลกใบเนี้อย่างมีความสุขเนี่ย โยมต้องมีความอดทนมาก เลยต้องใช้ความอดทนเป็นพื้น นะมีการให้อภัยเป็น พื้นคำว่าขอโทษคำว่าขอบคุณเี่โยมต้องใช้ บ่อยๆมากนะเพื่อลดอัตราตัวเองด้วยนะอื ต้องเห็นโทษของตัวเองต้องเห็นเห็นความดี ของผู้ อื่นเวลามองผู้อื่นเนี่ยเหมือนกับชีวิต เราเนี่ย 90% จะมองแต่โทษเ้า เนาะพวกเราไม่ค่อยมองความดีมีมยที่มองคน

0:49 อื่นแล้วพยายามหามุมดีเค้าเนี่ยโคนนี้ดี อย่างงั้นคนนี้ดีอย่างงี้อย่างเงี้ยนะ น้อยมากเลยนะอ่าถ้าดูแล้วเปอร์เซ็นต์นี่ 50 50 ยังไม่ได้เลยนะ อ่าถ้าเราให้มองในเรื่องของความดีของคน เน้นให้ มาก อื หืเออเวลามองของตัวเองนี้ก็จะกลับกันมอง ตัวเองนี้ดีหมดเลยหาโทษมิได้ นะเหมือนเวลาโยมใคร่วนเวลาโยมเครียดใคร แล้วเวลาโยมโยมใคร่กวนมันใคร่กวนตัวเองดี หมดเลยนะใช่อ่าเห็นมั้ยเออโยมไม่สงสัย

1:36 ทำไมความคิดเรามันชมเราหมด เลยความคิดเรามันไม่ด่าเราเลยอ่ะนะเอแต่ ความคิดเรามันไปด่าคนอื่นหมดเลยอ่ะเนอื แต่ในมุมตรงข้ามกันความคิดคนๆมันก็ด่าเรา ตลอดนะเออแล้วเก็จะเห็นแต่ความดีของเว่า สิ่งที่เคคทำเถูก นะเราก็คงต้องมามองว่าเออมันมันมันไม่ แปลกเหรอนะตัวเรามันก็น่าจะมีเรื่องไม่ดี มั่งเนาะเอ่าใช่แต่ตัวเราเองไม่ค่อยคิด เรื่องไม่ดีของเราเลยมันคิดไม่ค่อยออกอ่ะ ใช่มั้ย อ่าดังนั้นการเห็นโทษโดยความเป็นโทษนี่ สำคัญจริงมั้อ่านะถ้าเห็นโทษโดยความเป็น โทษปุ๊บเนี่ยอ๋อรู้ว่าเออเรามีเรื่องไม่

2:24 ดีอันนี้อันนี้เยอะก็ต้องรู้จักเห็นโทษนะ จริงๆพพุทธเจ้าก็ต้องการให้เห็นแค่นั้น เองเพื่อเห็นแล้วจะได้รู้ว่าอ๋อมันมียัง มีข้อผิดนะยังมีข้อต้องแก้ไขอย่างนี้ อเราจะได้แก้ไขได้ ถูกเพราะเวลาไม่เห็นเนี่ยมันก็จะเคยชินไง จะเคยชินต่อการไม่เห็นแล้วก็เคยชินต่อการ เห็นในในมุมที่ที่จิตเราปรุงมาว่าดีตลอด เลยอย่างเงี้ย

3:09 H พระศาสดาตรัสว่าธรรมะในหมู่มนุษย์เหล่า นี้คือลาภหนึ่งเสื่อมลาภหนึ่งยศหนึเสื่อม ยศ1ึนินทา 1 สรรเสริญหนึ่งสุข1ึทุกข์ หนึ่งเป็นสภาพไม่เที่ยงไม่แน่นอนมีความ แปรปรวนเป็น ธรรมดาแต่ท่านผู้เป็นนักปราชญ์มีสติทราบ ธรรมะเหล่านั้นแล้วพึงพิจารณาเห็นว่ามี

3:54 ความแปรปรวนเป็นธรรมดาธรรมะอันน่า ปรารถนายยย่อมยีจิตของท่านไม่ได้ท่านย่อม ไม่ยินร้ายต่ออารมณ์อันไม่เป็นที่น่าพอใจ ท่านขจัดความยินดีความยินร้ายเสียได้จน ไม่เหลืออยู่อันหนึ่งท่านทราบทางนิพพาน อันปราศจากธุลีไม่มีความเศร้าโศกเป็นผู้ ถึงฝั่งแห่งภพย่อมทราบได้อย่างถูก ต้องการย่อมยีอารมณ์อันไม่เป็นที่น่าพอ ใจพระองค์สอนให้เราทำอย่างไรก็คือให้สอน ให้ตั้งไว้ซึ่ง กายคตาสติพระองค์บอกกายคตาสติเนี่ยย่อม

4:42 ย่ำยีความไม่ยินดีเสียได้ความไม่ยินดี ย่อมย่ำยีผู้เจริญกายคตาสติไม่ได้ อ่าังนั้นถ้าเราเจริญกายคตาสติเรื่อยๆ นะความไม่น่าพอใจไม่น่ายินดีความทุกข์ ทั้งหลายเนี่ยมันจะไม่ไม่กระทบกับ เราแล้วก็ให้เราพิจารณาเรื่องของความตาย เวลาเราทุกข์มากๆเดี๋ยวมันก็ตายแล้วนะ เดี๋ยวก็แก่เจ็บอะไร นะมันมันหาที่สุดของความพอใจไม่ได้เลย นะแม้ได้มามันก็จะเขยิบต่อเขยิบต่อเขยิบ ต่อไปเรื่อย ๆสังเกตจิตตัวเองดีๆเนี่ยมันจะเป็นประมาณ

5:28 เแหละนะ ดังนั้นตนาความอยากเนี่ยไม่อิ่มไม่พอ นะแบบพระศาสดาบอกว่าพระเทวทัต ว่าบริโภคโภคทรัพย์เนี่ยหรือ บริโภคสิ่งต่างๆเนี่ยดุจประดุจอะไรการ กลืนน้ำลายกลืนน้ำลายมีอิ่มมยไม่อิ่มนะ กลืนน้ำลายนี่ไม่อิ่มนะโยมกลืนได้เรื่อยๆ นะเพราะฉะนั้นอิ่มยากนะความอยากเอิ่ม

6:22 ยากดังนั้นคนเราก็ต้องรู้จักพอในระดับ หนึ่งถ้ารู้จักพอแล้วโยมสบายเบาเนื้อเบา ตัว นะไม่ลุ่ม ร้อนได้มาก็ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็น ไรเสียไปก็เหมือนได้มาคือได้ความเบา มาเสียก็ดีนะ เอ่าได้ก็ดีนะ มีใครเสียเยอะจนเบามั้ย นะ

7:15 อื ก็ตั้งใจสร้างเหตุสมปรารถนาไง นะศัทธาศีลสุตจาคปัญญาอืวันนี้เราไม่ไป หาพิธีกรรมของสมณพราหมณ์เหลอื่นะเรารู้ แล้วว่ามันไม่ได้ผล หรอกเพราะว่าสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม นะทั้งปุราณกรรมแล้วก็นวกรรมกรรมเก่าและ กรรม ใหม่อ

8:14 เหมือนคนที่เกิด มามีโรค มากพระศาสดาก็บอกเนี่ยวิบากที่ทำมา เบียดเบียน สัตว์เหมือนเศรษฐีที่ นะจิตไม่น้อมไปเพื่อการบริโภคกรคุณ 5 อย่าง ดีนี่ก็วิบากเก่าอีก อืใช้ชีวิตพอ เพียงสมชีวิตา

8:59 สัชีวิตาก็ไม่ใช่ว่า นะขูดเกลาไปเสียทุกอย่างนะดูที่พระองค์ ตรัสไว้นะบอกอย่าให้รายจ่ายท่วมรายรับให้ รายรับท่วมรายจ่าย ไว้คนที่มีรายรับมากก็บริโภคอย่างคนมีราย ลับมากได้นะที่พระองค์เปรียบเหมือนตาช่าง คนมีรายลับน้อยก็บริโภคอย่างคนมีรายลับ น้อยอย่าไปทำแบบคนมีรายลับมากมันก็เดือด ร้อนตัวเอง นะถ้าเรารู้จักเพียงพอรู้จักสัมชีวิตาใน

9:47 พระสูตรที่พระองค์ตรัสไว้เนี่ยนะเปรียบ เหมือนตาช่างเนี่ยเราก็จะใช้ชีวิตนะได้ อย่างสบายๆนะ คนมีมากแต่รายจ่ายมากเกินรายรับก็จนอยู่ ดีนะดังนั้นเราต้องคุมรายจ่ายดีๆ นะให้มันพอดีมันสมดุลกันนะเราก็จะไม่มี ความ ทุกข์ได้ยศมาก็มองถึงความเสื่อมยศเสื่อม ยศไปก็มองเป็นธรรมดา นะนนินทาสรรเสริญมาก็ให้มองเป็นธรรมดา

10:35 รักษาใจเราไว้รักษาใจเราไว้ให้มันอยู่ใน ระดับนะอทุกกมสุขเนี่ยอุเบกขาเรื่อยๆนะ เพื่อการเอาตัวรอดของเราจากอบายทุคติ วินิบาตนั่นเองนะไครก็จะเป็นอย่างไรก็ ปล่อยเเราก็สัลกธรรม นะขัดเกลาตนเองไม่ไปขัดเกลาคนอื่น อืจะได้ไม่ต้องกระทบกับใครนะ

Share

YouTube Video Summaries