0:00 วิ่งสวิ่งสิ แชิวิ่งเข้าสะทึมวิ่งไปเลยถ้าผมบอกว่าแค่ ไม่มีลูกวิ่งเนี่ยทีมชาติไทยอาจจะเพิ่ม โอกาสที่จะได้ไปบอลโลกมันก็อาจจะเวอร์ เกินไปหน่อยแต่คุณเชื่อมว่าแค่ไม่มีลูก วิ่งล้อมสนามเนี่ยเสียงตะโกลมันก็จะดัง ขึ้นพลังใจของนักบอลจะมากขึ้นกรรมการจะ เป่าแบบมีอคติมากขึ้นทีมเยือนจะเตะพลาด ง่ายขึ้นและทีมเจ้าบ้านจะยิงเข้าเยอะขึ้น แบบไม่รู้ตัวมันไม่ใช่เรื่องเวอร์หรือแค่ ความฝันของคนบ้าเชียร์บอลแต่มันมีตัวเลข จากทุกทวีปยืนยันแล้วทั้งหมดเนี่ยเรียก ว่าความได้เปรียบของเจ้าบ้านที่ทีมชาติ ไทยเองมีน้อยกว่าชาติอื่นๆและมันเกิดจาก สิ่งที่คุณอาจจะมองไม่เคยเห็นบางทีมใน ยุโรปนะหลังเปลี่ยนจากสนามมีลูกวิ่งไปใช้ สนามเฉพาะทางเนี่ยค่า G ของทีมเย้าก็ขยับ จาก 1.18 ไปเป็น 1.35 35 โดยไม่ได้ เปลี่ยน DNA หรือวิธีการเล่นมากนักแต่
0:45 เปลี่ยนแค่ระยะห่างระหว่างแฟนบอลกับสนาม แล้วถ้าสิ่งนั้นคือสนามที่ถูกออกแบบมาให้ เชียร์แล้วศัตรูขนลุกแล้วถ้าสิ่งนั้นคือ พลังของคนไทยที่เคยแผ่เสียงได้กระหึมทั้ง ประเทศแล้วก็อย่าลืมว่าคนไทยเนี่ยเชียร์ บอลไม่แพ้ชาติใดอยู่และทั้งเสียงกดดัน ทั้งเสียงด่าเราคือประเทศที่ด่านักการ เมืองแบบไม่ต้องมีสิปก็ได้แล้วจะให้เสียง ด่ากองหลังฝั่งตรงข้ามเบากว่านั้นหรอแต่ มันกราบน่าเสียดายที่เสียงแบบนั้นเนี่ย มันควรไปถึงกลางสนามได้มากกว่านี้แล้ววัน เนี้ยก็จะมาเล่าให้ฟังว่าสนามที่มันไม่มี ลูกวิ่งเนี่ยมันเปลี่ยนแค่มุมมองหรือมัน สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้จริงๆคำว่า ได้เล่นในบ้านเนี่ยมันไม่ใช่แค่เรื่องโชค หรือสบายกว่าธรรมดาแต่มันคือตัวแปรที่ อยู่ในสมการฟุตบอลทุกระดับในโลกของสถิติ เราเรียกมันว่าค่า Home Advantage ทีม ที่เล่นในบ้านเนี่ยมีโอกาสชนะสูงกว่าทีม เยือนอย่างสม่ำเสมอในพรีเมียร์ลีกทีมเย้า ชนะเฉลี่ยเกือบ 50% ของเกมทั้งหมดแต่พอไป
1:30 ดูลาลีก้าลีกเอิงหรือบุนเดสลีก้าแต้มใน บ้านเนี่ยจะคิดเกินเป็น 70% ของแต้มทั้ง หมดที่ทีมทำได้ทั้งฤดูกาลคำถามคือทำไมน่ะ หรอเพราะสนามฟุตบอลมันคุ้นหรอหรือเพราะ นักเตะไม่ต้องเดินทางไกลอย่างนั้นเหรอ หรือเพราะเสียงเชียร์มันกระแทกหัวใจนัก เตะคู่แข่งจนเสียจังหวะหรือความคุ้นชิน ของนักเตะเจ้าถิ่นเหรอคือก็อาจจะใช่แต่ มันก็มีแหละงานวิจัยที่จะเจาะลึกไปถึง พฤติกรรมของกรรมการที่มีแนวโน้มจะเป่า ฝั่งชาวบ้านมากกว่าทีมเยือนในจังหวะที่ ก้ำกึ่งโดยเฉพาะถ้าเสียงแฟนบอลมันดังจริง และใกล้จริงโดยคลิปเนี้ยเราจะเน้นกันที่ เรื่องเสียงเชียร์นะไม่เจาะลงไปถึงเรื่อง ต้นหญ้าอะไรแบบนั้นนะคือสนามบางสนามที่ เป็นฟุตบอลสเตเดียมจริงๆอ่ะจะมีความชัน แบบเวทีคอนเสิร์ตเสียงจะไม่กระจายออกแต่ จะย้อนลงกับสนามทันทีคือสนามแบบนั้นน่ะ นักเตะทีมเยือนบางทีมอ่ะถึงกับต้องซ้อม การสื่อสารด้วยมือเลยนะเพราะตะโกนยังไง มันก็ไม่รู้เรื่องและนี่คือสิ่งที่เรา
2:17 เรียกว่าสนามที่ออกแบบมาเพื่อกดดันคู่ต่อ สู้ซึ่งไม่ใช่ทุกประเทศที่จะมีนะแล้วก็ ไม่ใช่ทุกชาติที่จะกล้าให้แฟนบอลน่ะเข้า ใกล้เกมขนาดนั้นก่อนที่จะไปดูตัวเลขเรา ต้องเข้าใจก่อนว่าค่า Home Adventage เนี่ยที่วัดกันในระบบสมัยเนี้ยมันไม่ได้ ดูแค่ว่าชนะในบ้านหรือเปล่าแต่มันดูกัน ทั้งภาพรวมเลยว่ามันยิงได้เยอะขึ้นไหม เวลาเล่นในบ้านเสียประตูน้อยลงมั้ยหรือ ฟอร์มในบ้านกับฟอร์มนอกบ้านเนี่ยต่างกัน ขนาดไหนยิ่งเล่นในบ้านดีเกมลุกจัดจ้านเกม รับแน่นค่า Home Home advert ในบ้านพอๆกับนอกบ้านระบบจะมองว่าคุณไม่ ได้เปรียบจริงแม้จะชนะก็ตามพูดง่ายๆก็คือ อย่างไทยเนี่ยไม่ได้ประโยชน์จากการเล่นใน บ้านเลยอย่างที่ควรจะเป็นเล่นในบ้านแต่ ไม่ได้มากกว่าเล่นนอกบ้านจริงๆมันเท่ากับ เสียโอกาสแล้วก็เสียของพอสมควรคือในช่วง ปลายปี 2024 ถึงกลาง 2025 ทีมชาติไทยเล่น ในบ้าน 6 นัดชนะ 5 แพ้ 1 ยิงได้ 12 เสีย 6
3:03 คือมันฟังอาจจะดูดีนะแต่ค่า Home Advantage อ่ะกลับติด -6 แล้วมันอธิบาย ได้ยังไงเนี่ยหรอมันก็อธิบายได้ว่าค่า Home Adventage เนี่ยไม่ได้วัดแค่ว่า คุณชนะแต่มันวัดว่าคุณเล่นในบ้านดีกว่า นอกบ้านแค่ไหนถ้านอกบ้านคุณเล่นได้ดีพอๆ กันสนามเย้ามันก็ไม่ได้ให้ความได้เปรียบ อะไรเลยพูดง่ายๆคือสนามบ้านเราไม่ได้ช่วย ให้เราเหนือกว่าจริงๆอย่างที่ควรจะเป็น แถมในบางครั้งทีมชาติไทยอ่ะกลับไปทำผลงาน นอกบ้านได้ดีเล่นได้นิ่งกว่าคมกว่าแล้วก็ ทำผลงานได้ตามเป้าแต่พอกลับมาเล่นในบ้าน กลับจบแบบเฉื่อนชนะได้เพียงแค่ลูกเดียว หรือเสมอแบบหืดจับทั้งที่มันควรจะเป็นเกม ที่เราอ่ะควรปิดจ๊อบได้โดยเฉพาะฟุตบอลแบบ เย้าเยือนค่า Home Advantage มันควรจะ เป็นส่วนหนึ่งในจุดตัดสินแมตชกับไทยบางที คู่แข่งมาเขาไม่ได้รับความกดดันเท่าที่ ควรในขณะที่เวียดนามใช้สนามที่มีลูกวิ่ง เหมือนกันและเล่นในบ้าน 6 นัดชนะลวดยิง ได้ 18 เสีย 3 ค่า Home Home Advantage
3:48 อยู่ที่ 18% สนามคล้ายกันแต่บรรยากาศและ พลังงานไม่เคยเท่ากันเลยต้องบอกไว้ก่อน ว่าสนามเย้าของทั้ง 2 ชาติเนี่ยไม่ต่าง กันจนลิบลับอะไรขนาดนั้นวินัยกับไทยต่าง ก็มีสนามที่มีลูกวิ่งล้อมรอบเหมือนกันแต่ ถ้ามองแค่เรื่องสนามเนี่ยอาจจะไม่ใช่คำ ตอบทั้งหมดของความต่างที่เห็นนะอย่างที่ บอกไปสนามคือส่วนหนึ่งที่มีผลแต่สิ่งที่ ชัดเจนกว่าก็คือกราฟการเติบโตของทีมชาติ ในช่วงหลังๆกราฟของทีมชาติไทยดูเหมือนจะ ย่ำอยู่กับที่ขณะที่เวียดนามเนี่ยโตขึ้น อย่างชัดเจนทั้งในแง่ผลการแข่งขันและการ พัฒนาระบบทีมมันคือเรื่องนโยบายเป้าหมาย และการลงทุนอย่างจริงจังซึ่งเรื่องเนี้ย มันต้องใช้เวลาและในเมื่อไทยยังไม่มี นโยบายชัดเจนขนาดนั้นเราอาจจะต้องไปพึ่ง อย่างอื่นอย่างที่คลิปนี้พูดถึงเรื่อง สนามที่ออกแบบมาเพื่อให้ส่งเสียงพลังได้ ถึงสนามจริงๆเพื่อเพิ่มค่า Home Home Avage ให้ทีมชาติไทยที่คุณจะได้ถึงตรง นี้ผมขอไปต่อเรื่องสนามแล้วกันนะแล้วก็ใน
4:34 สนามฟุตบอลบางสนามเนี่ยมันไม่ได้แค่ใหญ่ หรือว่าสวยเท่านั้นแต่มันถูกสร้างมาเป็น กับดักทางจิตจิตวิทยาลองนึกถึง Anfield Signal Iduna Park หรือ Laabom Bandera สิ่งที่สนามพวกนี้มีเหมือนกันก็ คือความชันของอัศจรรย์ที่สูงชันแบบกำแพง แล้วก็ระยะห่างระหว่างแฟนบอลกับสนามที่ ใกล้ระดับลมหายใจแล้วก็โครงสร้างที่ สะท้อนเสียงเชียร์จากสแตนด์ลงสู่สนามสนาม พวกเไม่ได้กดดันแค่ด้วยเสียงนะแต่มันล้อม ทีมเยือนด้วยพลังของสภาพแวดล้อมลองไปดู ลาบanล่าสนามเย้าของบคาจูเนียร์นะที่นี่ ก็ถูกออกแบบให้เป็นกำแพงเสียงด้านนึงของ สนามตั้งชั้นและมีระยะห่างจากขอบสนามแค่ ไม่กี่เมตรจนคู่แข่งที่เล่นตรงนั้นน่ะ เหมือนโดนกำลังพ่นไฟใส่จากฝูงชนทั้งสนาม และในตอนที่อัดคลิปเนี้ยโบคูเนียรก็มีค่า Home Atage สูงถึง 30% ถึงแม้ทีมจะ ฟอร์มไม่ดีนอกบ้านแต่ในบ้านของพวกเขา เนี่ยไม่เคยกลัวใครแล้วก็ฟอร์มดีตลอดเวลา แล้วถ้าคุณคิดว่ามีลูกวิ่งรอบสนามเนี่ย
5:20 ไม่น่าจะมีผลมากนักลองดูเคสนี้ดูดีกว่า มันคือยูเวนตุกับสนามเล่อันปิสนามที่ สร้างขึ้นในฟุตบอลโลกปี 1990 จุได้เกือบ 70,000 คนตอนนั้นน่ะใหญ่ทันสมัยแล้วก็ ตั้งใจให้ใช้งานทั้งฟุตบอลแล้วก็กีทาซึ่ง มันก็คือแบบมีรูปวิ่งเต็มรูปแบบน่ะผลที่ ตามมาคือแฟนบอลเนี่ยต้องนั่งห่างจากสนาม เสียงเชียร์หายไปกลางอากาศบรรยากาศก็ เริ่มเย็นชาเกมใหญ่คนดูก็ยังไม่เต็มนัก เตะรู้สึกเหมือนเตะบอลโชว์แล้วก็ฟอร์มใน บ้านเฉยๆแม้ทีมจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตามแม้ แต่เกมในยุคทองของยูเวเฉลี่ยคนดูอยู่แค่ 30,000 คนทั้งที่สนามในจุได้ 70,000 นัก เตะชาวบ้านบางคนยังเคยให้สัมภาษณ์ว่าคือ ไม่รู้เลยว่ากำลังเตะในบ้านหรือเปล่า เพราะแทบไม่ได้ยินเสียงแฟนบอลเลยจนในปี 2009 ยูเบเนี่ยตัดสินใจรื้อสนามทิ้งแล้ว ก็สร้างสนามใหม่ขึ้นมาชื่อ Juventus Stadium หรือปัจจุบันคือ Aliance Stadium คือจุได้แค่ประมาณ 40,000 ที่
6:06 นั่งคือน้อยลงเกือบครึ่งแต่มันไม่มีลู่ วิ่งแล้วก็อรถจรรย์เนี่ยตั้งชันแล้วมันก็ ใกล้สนามแล้วก็เสียงกองเชียร์ลงในสนามแบบ เต็มๆผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือตั๋วปีขาย หมดทุกฤดูกาลคนดูเฉลี่ย 30,000-40,000 คน กลายเป็นทีมที่ฟอร์มในบ้านดีที่สุดใน อิตาลีและก็ตั้งแต่เปิดยูเวนตุStเยiมตั้ง แต่ในปี 2011 ยูเวนตุสกลายเป็นทีมที่ ฟอร์มในบ้านเนี่ยโหดที่สุดในยุโรปทีมนึง ทันทีปีแรกได้แชมป์แบบไร้พ่ายจากนั้นอีก 5 ฤดูกาลถัดมาพวกเขาไม่แพ้ใครในบ้านแม้แต่ นัดเดียวชนะเกมยาว 90% แล้วก็ยิงเฉลี่ย 2.5 5 ลูกต่อเกมและมีปีที่ชนะเกมเย้า ทั้ง 19 นัดติดแบบ 100% อีกด้วยทั้งหมด เนี้ยมันอาจจะเริ่มจากสนามที่แค่เอาลูก วิ่งออกแล้วก็ดึงคนดูกลับมาใกล้สนามคือ ตามหลักเนี่ยมันไม่ได้ฟันธงในเรื่องสนาม อย่างเดียวนะเพราะจริงๆมันมีปัจจัยอื่น ที่ทำให้ยูเวผลงานดีขึ้นแต่เรื่องสนาม เนี่ยมีส่วนแน่นอนไม่มากก็น้อยถึงสนาม
6:52 เดิมเนี่ยคนดูจะจุเยอะแต่มันเงียบแต่สนาม ใหม่คนดูน้อยลงแต่ทั้งเมืองเนี่ยไปอยู่ใน สนามแล้วมันก็ไม่ได้จบที่แค่เสียงดังหรือ เสียงไม่ดังแต่มันคือพลังของสนามที่จะทำ ให้ทีมเย้าเนี่ยเก่งขึ้นและทีมเยือนเนี่ย ต้องหายใจไม่ท้องแม้ยังไม่ลงเตะก็ตามสนาม ฟุตบอลเนี่ยมันไม่ได้มีไว้แค่ให้คนดูบอล แต่มันคือสนามรบที่ออกแบบพลังได้แล้วถ้า คุณออกแบบพลาดมันก็ไม่ใช่แค่เสียงหายแต่ มันคือการเสียเปรียบในบ้านโดยที่คุณไม่ รู้ตัวขอแวะมาสนามบ้านเราก่อนแล้วกันแล้ว ก็พูดตรงๆว่าสนามราชมังคลากีฬาสเนี่ยไม่ ได้ผิดหรือแย่นะสนามเนี้ยถูกออกแบบขึ้นมา เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วแพทได้โจทย์ที่ชัด เจนคือไม่ได้เป็นแค่สนามฟุตบอลแต่เป็น สนามกีฬาหลักของชาติที่รองรับกีฬาหลาย ประเภทโดยเฉพาะกีทาฟุตบอลแล้วก็กีฬาหลาก หลายชนิดด้วยโจทย์แบบนั้นราชมังคลาปลาถูก ออกแบบให้เป็นสนามแบบมัลติฟังก์ชันหรือ multิยuseที่มีลูกวิ่งล้อมรอบสนามโครง
7:38 สร้างแบบกระทะบานเพื่อระบายลมแล้วก็บัง แดดในสภาพอากาศเมืองร้อนแบบไทยและข้อมูล เบื้องต้นของสนามราชมังคลากีสถาน ก็จะมีจำนวนที่นั่งอยู่ที่ 80,000 คนและ อัศจรรย์แบบที่นั่งพับได้อยู่ที่ 51,522 ที่นั่งและถ้าเทียบด้วยสายตาความชันของ อรรถร์ราชมังคลาต่ำกว่าสนามยุโรปแบบชัด เจนในยุโรปอัถจันร์ชั้นบนมักจะชันอยู่ที่ ระดับ 30-35 องศาแต่ที่ราชชะมังกับราด กว้างเหมือนสนามกีฬาโอลิมปิกยุคเก่าเสียง จากสแตนด์เลยพุ่งขึ้นฟ้ามากกว่าตกลงใน สนามถึงแม้จะไม่มีข้อมูลทางการแบบเป๊ะๆ ระบุความชันได้แต่นักเชียร์หลายคนที่เคย ไปนั่งบนสแตนด์ก็บอกคล้ายกันว่าความชัน เนี่ยต่างกันอย่างเห็นได้ชัดกับฟุตบอล stเดียมทั่วไปและนอกจากความชันที่มันลาด ต่ำอีกจุดสำคัญก็คือความห่างสนามรัชมังมี ลูกวิ่งมาตรฐานล้อมรอบโดยที่ลูกวิ่ง มาตรฐาน 8 เลนทั่วไปอ่ะมันจะมีความกว้าง
8:24 อยู่ประมาณ 9-10 มต.แล้วก็รวมกับขอบความ ปลอดภัยด้านข้างอยู่ที่ประมาณ 5-7 มต.ทำ ให้แฟนบอลแถวแรกอยู่ห่างจากสนามคร่าวๆมาก ถึง 25-30 เมตรอันนี้กะโดยคร่าวๆนะซึ่ง มากกว่าค่าเฉลี่ยของสนามฟุตบอลเฉพาะทางใน ยุโรปถึง 4-5 เท่าแล้วก็ระบบหลังคาไม่มี หลังคาล้อมรอบเต็มพื้นที่จะมีหลังคาเฉพาะ ส่วนของสแตนหลักแล้วก็ระบบเสียงไม่มีระบบ เสียงแบบกระจายหรือสะท้อนเสียงเป็นพิเศษ เหมือนสนามสมัยใหม่เสียงจึงกระจายออกไป มากกว่าจะเก็บกากไว้ในสนามและผลกระทบเชิง เทคนิคต่อเสียงและค่า Home Home Emitate ในฟุตบอลที่เกิดจากพลังเสียงลดลงอย่างมี นัยยะสำคัญระยะห่างเกิน 25 เมตรบวกกับลู่ วิ่งทำให้เสียงแฟนบอลต้องเดินทางผ่าน อากาศโล่งแม้แฟนบอลจะเต็มแต่เสี่ยงก็ถูก ปล่อยหายไปกลางอากาศนักเตะในสนามแทบจะไม่ ได้ยินอะไรนอกจากลมหายใจตัวเองและมีโอกาส ที่เสียงจะหายกลางอากาศถึง 60% ก่อนที่จะ
9:09 ถึงตัวนักเตะและกดดันคู่ต่อสู้และราชมัง ก็มีความชันต่ำส่งผลให้เสียงไม่สะท้อน กลับสนามอย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็ขาด หลังคาครอบเสียงเต็มพื้นที่ทำให้เสียง หลุดลอยออกไปมากรวมกันทำให้พลังเสียงที่ ส่งถึงนักเตะต่ำกว่าที่ควรและอย่าลืมว่า คนไทยไม่ได้แค่เชียร์นะพวกเขาคอยดูว่าใคร ทุ่มเทเพื่อชาติในสนามที่แฟนบอลอยู่ใกล้ ขนาดนั้นใครเดินอาร์ตใครไม่วิ่งใครเตะส่ง ๆไม่สนใจเพื่อนร่วมทีมเสียงด่ามันจะไม่ ได้มาจากคีย์บอร์ดอีกต่อไปแต่มันมาต่อ หน้าเสียงจริงแบบไม่ได้เซ็นเซอร์คุณอาจจะ ได้ยินชื่อเล่นตัวเองพร้อมคำด่าคุณอาจจะ เจอสายตานับหมื่นที่มองคุณว่าคุณไม่ควร ได้ใส่เสื้อตัวนี้อีกต่อไปเพราะสนามแบบ นี้ไม่ได้ให้แค่พลังแต่มันเหมือนเป็นเวที ที่กองเชียร์กำลังเฝ้ามองการแสดงของคุณ อยู่ตลอด 90 นาทีแต่ถ้ายังต้องใช้ราชมัง เป็นสนามหลักต่อไปเราก็ควรจะต้องเข้าใจ จุดแข็งและจุดอ่อนของสนามนี้อย่างจริงจัง
9:55 และนี่ก็คือเหตุผลที่แม้จะมีแฟนบอลมากมาย เชียร์ไปข้างสนามแต่พลังเสียงเชียร์เนี่ย กลับส่งถึงนักเตะน้อยกว่าที่ควรแล้วถ้า คลิปนี้ถ้าจบลงตรงนี้มันก็แค่บทสรุปของ สนามหนึ่งที่มีข้อจำกัดแบบนี้แหละแต่ใน มุมมองของเราเนี่ยฟุตบอลไทยยังไงก็ต้องไป ต่อต้องพัฒนาต่อไปแล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลง แล้วก็ได้ข่าวมาว่าจะมีงบรีนวทสนามราชมัง อยู่ที่ 5,000 ล้านบาทงั้นเรามาดูต่อกัน ดีกว่าคือเสียงเชียในสนามฟุตบอลเนี่ยบาง ทีมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนแฟนบอลแต่ มันคือการออกแบบที่ตั้งใจสะท้อนเสียงทุก เดซิเบลกลับลงสู่สนามและนี่คือตัวอย่าง สนามที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกดดันเปรียบ เทียบกับสนามที่เสียงไปไม่ถึงนักเตะให้ เห็นแบบตัวเล็กชัดๆกันสนามรูนฟieldความ ชันอัศจรรย์ประมาณ 35 องศแล้วก็ระยะห่าง จากสนามน้อยกว่า 10 มตหลังคาโค้งสะท้อน ใช้วัสดุเหล็กผสมโพลิคาร์บอเนตความดัง เสียงอยู่ที่ 137.6 เดซลและเสียงขนาด
10:42 เนี้ยมันก็เท่ากับเสียงเครื่องบินเจ็ขนาด Take off แล้วก็สนาม Arrowhead Stadium โครงสร้างแบบชามปิดกากเสียงได้ทุกทิศทาง ความชันอัศจรรย์อยู่ที่ประมาณ 38 องศและ สนามเนี้ยมีเสียงดังที่สุดในโลกอยู่ที่ 142.2 2 เดซิบลถึงขั้นถูกจด Guinness World Record และต่อมาสนามของสเปอร์ ฝั่ง South Stand โดยที่สูงอยู่ 5 ชั้น ความจุในโซนนั้นอยู่ที่ 17,500 คนในแถว เดียวแล้วก็ระยะห่างจากสนามเพียงแค่ 4.9 มตเท่านั้นแล้วก็หลังคาใช้ TLON Code Fiber Guard คือมันสะท้อนเสียงได้ระดับ สูงแล้วก็ความชันอัศจรรย์อยู่ที่ประมาณ 35-37 องศแล้วก็สนามแมป Park ของ Gatาตาซาลความจุประมาณ 52,000 คนความชัน ประมาณ 35-39 องศแล้วก็ระยะห่างจากสนาม อยู่ที่ 6-9 มต.แล้วก็มีโครงสร้างแบบปิด แล้วก็เก็บเสียงได้ดีแล้วก็ถูกขนานนามว่า สนามนรกแห่งตุรกีหลังจากเห็นสนามระดับโลก
11:30 ที่ขังเสียงไว้ในสนามได้แบบเต็มแรงคุณก็ อาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะเอามาตรฐานแบบนั้น มาใช้กับไทยได้แค่ไหนคำตอบคือได้แน่นอน แต่ต้องตั้งใจออกแบบใหม่ตั้งแต่แรกหรือ renovate กันแบบจริงจังเพราะการเก็บ เสียงในสนามฟุตบอลไม่ใช่เรื่องงูปาปาเลย มันมีศาสตร์ของวิศวกรรมเสียงในสนามกีฬา หรือที่เรียกว่า Stadium Acustic Engineering ที่พัฒนาไปไกลมากแล้วใน ระดับโลกโดยในงานวิจัยจาก FIFA Stadium Guลineในในปี 2022 Edition ระบุชัดว่า ความชันควรไม่ต่ำกว่า 28 องศและหลังคาควร ออกแบบให้สะท้อนเสียงกลับมาในสนามเพื่อ สร้าง Home Home Atmosp แล้วก็การศึกษา ในสเปนพบว่าความดังเฉลี่ยในสนามเนี่ยมีผล ต่อจำนวนใบเหลืองของคู่แข่งเสียงเชียร์ ไม่ได้แค่สร้างแรงใจแต่กดดันให้กรรมการ เป่าตามมากขึ้นและญี่ปุ่นก็คือเคสที่น่า สนใจอีกอันสนามเจลีกที่มีลู่วิ่งเช่น
12:15 ไซamัstเยiมอันเก่ามีอัตราชนะในบ้านน้อย กว่าสนามที่ไม่มีลูกวิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 7-12% เพราะเขารู้ดีว่าต่อให้แฟนบอล เนี่ยดีแค่แค่ไหนถ้าสนามไม่ส่งเสียงทุก อย่างก็จบและสนามไซตามัสเตียมอันใหม่คือ สนามเย่าของวุรวัฒเรไม่มีลูกวิ่งโครง สร้างตั้งชันและหลังคาครอบเสียงแม้จะจุ ได้ 63,000 ที่นั่งแต่เสียงแน่นกดดัน กล้องทุกจังหวะมีแฟนบอลคนหนึ่งเคยรีวิว ไว้ว่าตอนนั่งอยู่ข้างบนเหมือนสนามทั้ง สนามสะเทือนเวลาญี่ปุ่นเกือบยิงเข้าแล้ว ก็สนามบอลที่ดีไม่ใช่แค่สวยเวลามองจาก ทีวีแต่มันควรเพิ่มความได้เปรียบให้ทีม เจ้าบ้านได้จริงๆและสิ่งที่หายไปจากสนาม แบบมีลูกวิ่งมันไม่ใช่แค่พื้นยางกลมๆรอบ สนามแต่มันคือระยะห่างระหว่างนักเตะกับ เสียงแฟนบอลเสียงที่เคยอยู่ไกลตอนเนี้ย เขาใกล้จนได้ยินเสียงที่เคยกระจายกลาย เป็นพายุที่กระหน่ำเข้าหูเสียงที่เคยเป็น แค่กำลังใจกลายเป็นจังหวะเล่นเกมและในลีก
13:01 ชั้นนำของยุโรปที่ใช้สนามเฉพาะทางไม่มี ลูกวิ่งมันมีปรากฏการณ์บางอย่างที่เกิด ขึ้นแบบซ้ำๆและมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญใน พรีเมียร์ลีกเนี่ยทีมเย้ามีค่า XG สูงว่า ทีมเยือนเฉลี่ยอยู่ที่ + 0.3- 0.35 แล้วก็ลาลีก้ากับบุนเดสลีก้าเฉลี่ยพุ่งไป ถึง 0.4- 0.45 45 เสียงเชียร์ที่อยู่ ใกล้สนามคือหนึ่งในตัวแปรสำคัญเพราะมัน เร่งจังหวะเร่งการตัดสินใจและเร่งพลังของ ทีมเจ้าบ้านในสนามที่แฟนบอลอยู่ห่างจาก นักเตะไม่เกิน 10 เมตรบรรยากาศในเกมจะ เข้มข้นกว่าหลายเท่าและมันสะท้อนในตัวเลข หรือจะพูดให้เห็นภาพคือถ้าทีมคุณมีค่า IG ในบ้านอยู่ที่ 1 ลูกต่อเกมสนามแบบไม่มี ลูกวิ่งอาจทำให้พุ่งไปอยู่ที่ 1.1- 1.2 2 แค่เพราะเสียงมันอยู่ใกล้และแรงกดดัน มันมากขึ้นและมันไม่ได้ส่งผลแค่จังหวะยิง เกมลุกเข้าพื้นที่สุดท้ายก็จะเร็วขึ้นผู้ เล่นกล้าตัดสินใจจะเสี่ยงมากขึ้นได้ลูก เตะมุมฟรีคิกจุดโทษมากขึ้นและการครองเกม
13:48 และจังหวะบุกเกิดจากพลังเชียร์รอบสนามและ บางทีแค่เสียงเชียร์ที่ลากยาวกว่า 3-4 วินาทีมันก็ทำให้ผู้เล่นไม่ลังเลและกลาย เป็นช็อตยิงที่เปลี่ยนเกมได้แม้แต่ กรรมการก็ยังโดนผลกระทบไม่รู้ตัวเพราะใน สนามที่เสียงคนดูพุ่งใส่จากทุกมุมการตัด สินใจที่เปาะบางอาจกลายเป็นจุดโทษขึ้นมา เลยก็ได้โดยงานวิจัยจากยูรามันของโดเมิน ในปี 2003 ชี้ว่าสนามที่ไม่มีลูกวิ่ง เนี่ยจะทำให้ทีมเย้าได้จุดโทษเฉลี่ยอยู่ ที่ 0.28 ครั้งต่อเกมในขณะที่สนามที่มี ลูกวิ่งเนี่ยจะได้แค่ 0.255 255 ต่อเกม ถึงแม้มันจะต่างกันไม่มากแต่มันคือ 1 ช็อตสำคัญที่อาจจะเปลี่ยนผลทั้งเกมก็ได้ พูดง่ายๆก็คือทีมเย้าเนี่ยมีโอกาสได้จุด โทษมากกว่าทีมเยือน 10-15% อย่าลืมเพราะ กรรมการก็เป็นคนถ้าเสียงแฟนบอลกดดันอยู่ ใกล้ขนาดนั้นใครบ้างที่จะไม่ลังเลถึงแม้ จะมี VR ก็ตามแล้วก็แม้แต่ในกิที่คนดูไม่
14:34 หนาแน่นเหมือนลีกใหญ่งานวิจัยของ amat กับพอในปี 2012 ก็ยังเจอว่าสนามที่ไม่มี ลูกวิ่งเนี่ยทำให้ทีมเย้ายิงได้เฉลี่ย เพิ่มขึ้น 0.102 102 ประตูต่อเกมสถิติ แบบนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกแต่มันคือผล ลัพธ์ที่วัดได้จริงแล้วถ้ามองในมุม จิตวิทยาการกีฬาการเล่นในบ้านเนี่ยนักเตะ จะมี s confidence สูงอยู่แล้วแต่ถ้า เสียงมันใกล้พลังใจจะถูกส่งตรงเหมือน เพื่อนตะโกนใส่สนามและมันไม่ใช่แค่เสียง ในลำโพงมันคือจังหวะtemp้ที่เล่นเกมทำให้ transition เนี่ยเกิดง่ายทำให้จังหวะ เสี่ยงกลายเป็นจังหวะยิงพูดง่ายๆก็คือ สนามแบบเนี้ยไม่ได้เพิ่มแค่โอกาสยิงแต่ มันเพิ่มแรงใจในการยิงแล้วก็อารมณ์ความกด ดันในสนามเนี่ยมันคล้ายๆเวลาเราไปเที่ยว ภูทับเบิกอ่ะสมมุติว่าเราเป็นทีมเยือนนะ แล้วก็ไปเจอเจอกลุ่มข้างๆเปิดเพลงที่เรา ไม่ชอบและดันเปิดเพลงดังด้วยนะแล้วเราก็ ทำอะไรไม่ได้แต่จะนั่งเฉยๆก็ไม่ได้เลิก ลักจนต้องลุกต้องหาอะไรทำสักอย่างนั่น
15:21 แหละจังหวะในสนามบอลมันก็เป็นแบบนั้นและ นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมทั้งโลกเริ่ม เลิกใช้ลู่วิ่งเพราะสนามแบบเนี้ยมันคือ วิธีเปลี่ยนเสียงให้กลายเป็นแต้มคือถ้า ใครทนดูมาถึงตรงนี้ได้นะคุณคงไม่ใช่คนที่ บ่นเรื่องบอลไทยในโซเชียลแล้วจบนะคุณคือ คนที่อยากเห็นมันเปลี่ยนแปลงจริงๆแล้ว แหละขอบอกไว้ก่อนนะจริงๆคลิปมันก็จบลงตรง นี้แหละซึ่งหลังจากเนี้ยผมจะฟุ้งแล้วนะ แต่มันก็เป็นมุมมองของผมจากข้อมูลที่หามา ได้แล้วก็เอามาเปรียบเทียบแล้วก็เปลี่ยน ถ่ายยุคสมัยซึ่งใครมีข้อมูลเรื่องการก่อ สร้างแล้วก็เก่งๆเรื่องเงินน่ะก็ช่วยผมดู หน่อยแล้วกันแล้วคำถามใหญ่ที่หลายคนสงสัย ก็คือถ้าอยากสร้างสนามใหม่แบบไม่มีลูก วิ่งจริงๆอ่ะต้องใช้เงินเท่าไหร่เอาแบบ แฟนตาซีเลยนะถ้าเทียบสนามจริงที่เคยสร้าง มาเพื่อไม่ให้การคุยเรื่องสนามกลายเป็น งานปั่นฝันผมก็เลยลองหาตัวอย่างสนามจาก หลายๆประเทศมาที่สร้างขึ้นจริงใช้งานจริง แล้วก็มีงบประมาณชัดเจนจริงคือเทียบจาก ค่าเงินในตอนนั้นนะสนามแรกก็คือ Aliance
16:06 Stadium ของยูเวนตุคือเปิดในปี 2011 งบ ประมาณตอนนั้นอยู่ที่ 6,000 ล้านบาทความ จุ 41,000 ที่นั่งพร้อมหลังคาแล้วก็ มาตรฐานยุโรปครบสนามต่อมาก็คือไซดามะ สเดียมอยู่ที่ญี่ปุ่นเกิดในปี 2001 งบ ประมาณอยู่ที่ 9,000 ล้านบาทความจุอยู่ ที่ 63,700 ที่นั่งแล้วก็ใช้ในฟุตบอลโลก ปี 2002 แล้วต่อมาก็เป็นช้างอenaของ บุรีรัมย์สนามเนี้ยเปิดใช้ในปี 2011 และ ในที่นี้ผมจะพูดถึงแค่เวอร์ชั่นตอนเปิด 2011 เท่านั้นนะเพราะหลังจากนั้นสนามมี การปรับขยายเพิ่มอีกแต่รอบแรกแค่นี้ก็น่า สนใจมากละตอนนั้นเนี่ยใช้งบประมาณเพียง 600 ล้านบาทได้สนามฟุตบอลมาตรฐานสากล ความจุ 24,000 ที่นั่งไม่มีหลังคาครอบ ทั้งสนามแต่โครงสร้างอัศจรรย์ออกแบบดี เก็บเสียงแน่นๆเสียงเชียร์ไม่ลอยหายไปใน อากาศแต่ราคาเนี้ในตอนนั้นไม่รวมค่าที่ ดินนะแต่เป็นราคาสมัยที่วัสดุก่อสร้างยัง ไม่แพงแบบทุกวันนี้แล้วถ้าไทยจะสร้างจริง ๆในปี 2025 มันต้องใช้งบเท่าไหร่ผมขอบอก
16:52 ไว้อีกรอบนะผมไม่ได้เป็นผู้รับเหมาไม่ใช่ ผู้ชำนาญการแต่มันเป็นแค่มุมมองของผมจาก การหาข้อมูลล้วนๆเลยแล้วผมก็รวบรวมช่วง ราคาที่เป็นไปได้จริงจากแหล่งข้อมูลหลายๆ ที่แล้วก็ปรับให้กับเข้าบริบทที่ค่าแรง ยังถูกกว่ายุโรปแล้วก็ต้นทุนที่มัน เปลี่ยนแปลงในช่วงยุคสมัยแล้วก็ต้นทุน อื่นๆที่มันกำลังพุ่งแบบไม่หยุดนะแต่ก่อน อื่นเลยเนี่ยต้องคิดว่าฟุตบอลไทยเนี่ย ต้องการสนามใหญ่แค่ไหนดีกว่าข้อมูลจริง นัดที่ทีมไทยเล่นในบ้านในช่วง AFF หรือ คัดเลือกบอลโลกคนดูเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000- 30,000 คนต่อนัดแล้วก็นัดชิง AFF ที่ ราชมังเต็มเนี่ยก็จะอยู่ที่ 50,000 คนได้ แต่ว่าก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยคือถ้าจะสร้าง ให้ใช้จริงไม่เวอร์ไม่หลวมขนาด 40,000 ที่นั่งอาจจะเป็นคำตอบที่พอดีที่สุดก็ได้ จัดได้ทั้งแมตช์ทีมชาติแล้วก็ฟุตบอลลีก สำคัญๆคัญเก็บเสียงได้ดีโดยไม่ต้องวางแผน ถมคนแต่ถ้าอยากเผื่อโต 50,000 ที่นั่งก็ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแต่มันต้องมีเหตุผล รองรับแบบนี้นะคือต้องเป็นสนามกลางที่ใช้
17:39 ได้ทั้งกีฬาแล้วก็คอนเสิร์ตแล้วก็อเวน์ ระดับชาติแล้วก็มีรัฐหรือเอกชนเนี่ยพร้อม ดูแลระยะยาวแต่ถ้าไม่มีอย่างที่กล่าวมา 50,000 ที่นั่งเนี่ยก็อาจจะไม่ใช่สนาม ฟุตบอลแล้วนะแต่มันคือสนามความฝันที่ไม่ มีใครมาใช้งานจริงก็ได้ทีนี้ลองมาเทียบงบ ดูราคานี้คำนวณจากสถานการณ์ปี 2025 โดย คำนึงถึงค่าวัสดุก่อสร้างที่แพงขึ้นจาก ค่าเงินเฟ้อปรับขึ้นโดยเฉลี่ย 40-70% จาก ยุคปี 2000-20 เพราะเจอทั้งวิกฤตsupัly chain พลังงานแพงและต้นทุนโลจิสติกสที่ สูงขึ้นทั่วโลกและรวมกับค่าแรงในไทยยัง ถูกกว่ายุโรปเฉลี่ยถูกกว่า 60-80% ขึ้น อยู่กับระดับงานแต่ไม่ใช่แปลว่ารวมๆแล้ว จะถูกนะเพราะสนามยุคใหม่ก็ต้องการ เทคโนโลยีมากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็น VAR หรือจอ LED หรือจะเป็น Media Zซoneหรือ ระบบเสียงสิ่งเหล่าเนี้ยก็เกินงบไปอีก 15-20% ของโปรเจคซึ่งมันต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อนที่มีแค่เก้าอี้กับหลังคาก็ถือว่า
18:24 ใช้ได้ละทีนี้ช่วงราคาที่คาดการณ์ได้ในปี 2025 โดยที่จะแบ่งประเภทสนามเป็น 4 ประเภทนะแล้วก็ยึดจำนวนที่นั่งอยู่ที่ 40,000-50,000 ที่นั่งแบบแรกก็คือ Local Build คือไม่มีหลังคาเลยค่าเฉลี่ยต่อที่ นั่งจะอยู่ที่ 30,000-40,000 บาทงบกลมๆจะ อยู่ที่ 1,200 ถึง 2,000 ล้านบาทอันต่อมา คือ Standard International ค่าที่นั่ง เฉลี่ยอยู่ที่ 100,000-120,000 บาทงบกลมๆจะอยู่ที่ 4,000-6,000 ล้านบาท อันเนี้ผมว่าเหมาะที่สุดคืออันเนี้ยมี หลังคา 4 ด้านมีระบบเสียงสะท้อนที่นั่ง ตั้งชันแล้วก็ระบบแสงสีเสียงพอสมควรส่วน อันต่อมาคือ High End UFA Level ค่า เฉลี่ยต่อที่นั่งก็คือ 200,000-250,000 บาทงบกลมกลมๆอยู่ที่ 8,000-12,500 ล้านบาทส่วนอันสุดท้ายคือMegก Project แบบGตารอันเนี้ยน่าจะยากมากเลยโดยค่า เฉลี่ยที่นั่งจะอยู่ที่ 400,000-600,000
19:09 บาทโดยงบกลมจะอยู่ที่ 20,000- 30,000 ล้านบาทขึ้นไปสรุปแบบให้เดินได้เลยนะคือ ถ้าเอาแบบพอดีกับฟุตบอลทีมชาติไทยนะสร้าง งบสนามแค่ 40,000-50,000 ที่นั่งก็พองบ ประมาณเนี่ยก็จะอยู่ที่ 4,000-6,000 ล้าน บาทแล้วถ้าจะสร้างให้เป็นlนมาร์กหรือ เผื่ออนาคตได้ก็ออกแบบให้ขยายได้ในภาย หลังคือเริ่มต้นด้วยคุณภาพที่ดีแล้วค่อย เติมของพรีเมี่มพร้อมและเราก็ชอบพูดว่า อย่าไปเทียบกับยุโรปเ้าเลยงบเ้าเยอะกว่า เราเยอะโอเคงั้นเดี๋ยวเราลองเทียบกับ ประเทศเพื่อนบ้านดูดีกว่าสนามสุลต่าน อิบาฮิมStเดียมของสโมสรยะโฮหรือ JDT นะ ตั้งอยู่ในมาเลเซียสร้างมาไม่กี่ปีแต่ กลายเป็นสนามฟุตบอลเฉพาะทางที่ดีที่สุดใน อาเซียนไปเรียบร้อยแล้วความจุเนี่ยอยู่ ที่ 40,000 ที่นั่งและมันก็คือสนามที่ออก แบบเพื่อฟุตบอลล้วนๆไม่มีลู่วิ่งอัศจรรย์ สูงชันเสียงเชียร์กล้องถึงสนามและพื้น สนามหญ้าก็ใช้ชนิดพิเศษที่ทนทั้งฝนทั้ง แดดได้ในสภาพอากาศเขตร้อนแถมระบบระบายน้ำ
19:55 ยังทันสมัยฝนตกหนักแค่ไหนก็เล่นต่อได้โดย ที่งบก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้าน บาทแต่มันแค่เศษ 1 ของงบ 4,000-6,000 ล้านบาทที่เรายกตัวอย่างก่อนหน้านี้แล้ว มันก็ไม่ได้เกิดจากรัฐบาลแต่มาจากเจ้าของ สโมสรที่จริงจังอยากให้ JDT เป็นสโมสรที่ คนทั้งอาเซียนยอมรับและนี่ก็คือตัวอย่าง ของการลงทุนในสนามที่ถูกออกแบบมาถูกวิธี ไม่ได้ใหญ่มากไม่ได้แพงเวอร์และใช้ได้ จริงและได้ผลจริงเราไม่ได้บอกว่าต้องลอก JDT แต่ถ้าอยากเห็นทีมชาติไทยก้าวผ่าน ความรู้สึกว่าทำไมเตะในบ้านแล้วยังไม่ได้ เปรียบอีกวะให้กลายเป็นเจ้าบ้านที่แท้ จริงสนามเฉพาะทางคือคำตอบที่ควรเริ่มคิด ตั้งแต่วันนี้แล้วถ้าทุกคนสงสัยว่าทำไม สนาม JDT ราคาถูกกว่ามากเราอาจจะต้อง เปลี่ยนคำถามใหม่ถึงจะถูกต้องสิ่งที่ควร ถามคือใครเป็นคนจ่ายดีกว่า JDT ใช้เงิน ของตัวเองเลยต้องคิดให้คุ้มทุกตารางเมตร ของเราใช้เงินภาษีที่รัฐจะต้องเป็นผู้ อนุมัติมันไม่ได้อยู่ที่เงินเยอะหรือเงิน
20:41 น้อยแต่มันอยู่ที่เงินนั้นน่ะเป็นของใคร และก่อนจะฝันถึงสนามฟุตบอลแห่งชาติที่คน ไทยทุกคนรู้จักเราต้องถามตัวเองกันตรงๆ ก่อนว่าถ้าจะปราบราชมังให้เป็นสนามฟุตบอล แบบยุโรปมันทำได้จริงหรือเปล่าคำตอบคือ มันก็พอมีทางแต่ต้องยอมรับก่อนว่ามันยาก และอาจจะไม่คุ้มทุนเท่าการสร้างใหม่แต่ สิ่งที่ทำได้แน่ๆถ้าเรากล้าพอก็คือรื้อ ลูกวิ่งออกทั้งแผงแล้วก็เปลี่ยนสนามใหม่ ทั้งหมดย้ายสนามเข้าใกล้คนดูให้ระยะห่าง แค่ 5-8 เมตแล้วก็ต่อเติมอัศจรรย์ให้ชัน เหมือนเดิมสร้างหลังคามาอีก 3 ด้านเพื่อ ให้เก็บเสียงให้กล้องในสนามยกเครื่องระบบ แสงสีเสียงความปลอดภัยให้เทียบเท่าสนาม แบบใหม่งบคร่าวๆก็คือประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาทแต่ต้องปิดสนามปรับปรุงหลายปีเต็ม แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนว่าราชมังเนี่ย ไม่ได้ถูกออกแบบมากเพื่อฟุตบอลในครั้งแรก ฐานรากหลายส่วนรองรับลู่วิ่งและกิจกรรม กีทาการเจาะพื้นเปลี่ยนสลบอัรถร์อาจจะ ต้องรื้อโครงสร้างหลากหลายจุดและสิ่งที่
21:28 สำคัญก็คือเราไม่มีแกนเสากลางแบบสนาม อังกฤษยุคใหม่จะครอบหลังคาเหล็กแบบเต็มๆ สนามก็น่าจะยากถามว่าแล้วจะคุ้มมั้ยพูด แบบไม่โกหกนะถ้าเอาเงินก้อนเไปสร้างสนาม สนามใหม่จะได้ของที่ตรงจุดแล้วก็เร็วกว่า แล้วก็ถูกกว่าเหมือนกับที่ยะโฮสร้าง สุรตานอิมบาฮimstเดียมหรือบุรีรัมย์สร้าง ช้างอenaเพราะพอรู้ว่าโจทย์คือฟุตบอลการ ออกแบบมันเลยต้องตอบทุกจุดตั้งแต่ความชัน เสียงไปจนถึงการระบายน้ำแต่ทางเลือกที่ จริงใจเราไม่ต้องทิ้งรัชมังแค่ยอมรับหน้า ที่ของมันว่ารัชมังคือสนามกีฬาแห่งชาติ ที่เอาไว้ใช้ในโอกาสพิเศษและในขณะเดียว กันฟุตบอลทีมชาติไทยมันต้องมีบ้านของตัว เองที่ออกแบบมาเพื่อฟุตบอลจริงๆเพราะกีฬา อันดับ 1 ของประเทศไม่ควรถูกจัดไว้ในสนาม ลู่วิ่งสนามใหม่ไม่ต้องใหญ่ไม่ต้องเวอร์ แค่แค่เสียงเชียรมันส่งให้ถึงนักเตะทุก ครั้งที่บอลอยู่หน้าประตูแล้วถ้าเอาเงิน 4-6,000 ล้านไปสร้างสนามทีมชาติไทยแล้ว
22:13 สิ่งที่แลกกลับมาก็คือค่า IG ที่เพิ่ม ขึ้น 0.1 ต่อเกมกับโอกาสที่ได้จุดโทษ เพิ่มขึ้น 0.28 28 ครั้งต่อเกมฟังดู เหมือนจะไม่คุ้มใช่ไหมเพราะมันไม่ใช่สนาม ที่ทำให้เราชนะทันทีไม่ได้ทำให้นักเตะไทย ยิงคมขึ้นหรือหยุดทีมญี่ปุ่นหรือเกาหลี ใต้หรือทีมอื่นๆได้แต่มันคืออย่างเดียว ที่เราคุมได้เลยตอนนี้ถ้าสนามออกแบบดี เสียงก็จะถึงสนามและถ้าเสียงถึงสนามผลใน บ้านก็จะเปลี่ยนมันไม่ได้การันตีว่าเราจะ ไปบอลโลกได้แต่มันเปลี่ยนแรงส่งที่ทีม ชาติไทยควรจะมีให้เกิดขึ้นจริงตลอดหลายปี ที่ผ่านมาเนี่ยเราเปลี่ยนผู้จัดการทีมมา แล้วกี่คนเปลี่ยนโค้ชเปลี่ยนนักเตะเป็น 10 เป็นร้อยแต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือ สนามสนามที่ถูกออกแบบมาเพื่อกีฬาทุกชนิด ยกเว้นฟุตบอลเราขาดสนามที่เป็นสัญญาณว่า เรากำลังพยายามไปบอลโลกจริงๆไม่ใช่เพราะ เสียงเชียร์พาเข้ารอบแต่เพราะการมีสนาม ที่ออกแบบเพื่อฟุตบอลคือประกาศจุดยืนจุด
22:58 ยืนว่าเราพร้อมจะเริ่มใหม่ไม่รอให้ทุก อย่างพร้อมเพราะถ้ารอให้โครงสร้างพร้อม ก่อนเราอาจจะไม่ได้เริ่มอะไรเลยสนามอาจจะ ไม่ใช่ตัวเร่งแรงที่สุดแต่ในระบบที่มัน เต็มไปด้วยของที่จับต้องไม่ได้สนามอาจจะ เป็นอย่างเดียวที่เราจับต้องได้ถ้าให้พูด ตรงไปมากกว่านั้นเพราะมันต้องแก้ที่ระบบ โครงสร้างซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่แก้ยาก ที่สุดจับต้องยากที่สุดและใช้เวลานานที่ สุดการเริ่มจากสนามอาจจะเป็นจุดเริ่มต้น นึงที่น่าสนใจที่สุดก็ได้แต่ถ้าโครงสร้าง ระบบฟุตบอลเราตรงไปตรงมาผมเชื่อว่างบ สร้างสนามใหม่อาจจะไม่ถึง 5,000 ล้านด้วย ซ้ำถ้าทำสนามใหม่จริงๆอย่าลืมลูกกงกั้น กองเชียร์ไทยวิ่งลงสนามด้วยล่ะและนี่ก็ คือTวenty 2 Diี่ช่องที่ไม่ได้เล่าแค่ เรื่องฟุตบอลแต่เชื่อว่าฟุตบอลมันเปลี่ยน ชีวิตได้เสมอวันนี้ไปล่ะสวัสดีิ